อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET สัญญาณยังอ่อนแรง ขาดปัจจัยหนุน มองแนวรับอยู่ที่ 1,237 จุด
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ (21 ก.พ.) คาดตลาดที่ขาดปัจจัยหนุน ส่วนปัจจัยภายนอกก็ไม่เอื้อ ทั้งเฟดยังไม่รีบลดดอกเบี้ยและกังวลสงครามการค้า กระตุ้นแรงขายเพื่อลดความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง สร้างสัญญาณลบทางเทคนิค และยังไม่แสดงการกลับตัว ด้านแนวรับอยู่ที่ 1,237 จุด หากต่ำกว่าเป็นลบต่อ และมีแนวรับถัดไปที่ 1,230 จุด ส่วนกรอบบนถูกจำกัดที่แนวต้าน 1,255-1,265 จุด
ประเด็นสำคัญ
• ผลสำรวจผู้จัดการกองทุนโดย BoFA พบว่ามึวามสนใจต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่นมากที่สุดในเอเชีย Overweight +54% ตามด้วย ไต้หวัน จีน และสิงคโปร์ ขณะที่สนใจตลาดหุ้นไทยต่ำที่สุด Underweight -22%
• FETCO คาดหารือกระทรวงการคลังต้น มี.ค.นี้ หลังเสนอโยกกองทุน LTF ไปกองทุนใหม่ Thai ESG 2 ชี้สิทธิประโยชน์ทางภาษีต้องจูงใจ-ปรับพอร์ตลงทุนในหุ้นเกิน 50% ช่วยสกัดแรงเทขายเหลือ 5-6 พันลบ. พร้อมเสนอมาตรการระยะกลาง-ยาว สร้างความยั่งยืนให้ตลาดหุ้นไทย
• นายกฯ นั่งประธานบอร์ดกระตุ้นปลาย ก.พ. นี้ ชงดิจิทัลวอลเล็ตเฟส 3 สศช. เผยเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 1H67 กว่า 2.6 แสนลบ. ส.อ.ท.เสนอจัดลำดับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ แจกเงินหมื่นหมุนในประเทศ
• ความคืบหน้ารถไฟฟ้าสายสีชมพูส่วนต่อขยาย สถานีศรีรัช-เมืองทองธานี คืบหน้า 86% คาดจะทดสอบเดินรถในปลาย พ.ค., ให้บริการฟรี ใน มิ.ย. และร่วมมาตรการค่ารถไฟฟ้า 20 บาทใน ก.ย. 2568
• สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ สัปดาห์ก่อนเพิ่มขึ้น 4.6 ล้านบาร์เรล สูงกว่าคาด สต็อกเบนซินและดีเซลลดลง 0.15 และ 2.1 ล้านบาร์เรล ส่วนจำนวนผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ก่อนเพิ่มขึ้นสู่ 2.19 แสนราย สูงกว่าตลาดคาด
• รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมเดินทางเยือนสหรัฐฯ เพื่อเจรจายกเว้นการเก็บภาษีนำเข้าสินค้า หลัง ปธน. ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีเนื่องจากญี่ปุ่นเป็นผู้ส่งออกเหล็กและอลูมิเนียมคุณภาพดีสู่สหรัฐฯ
• จีนกำลังพยายามเพื่อผลักดันการเจรจากับ EU โดยเฉพาะความคืบหน้าในการเจรจาประเด็นภาษีนำเข้า EV และการค้าระหว่างจีนกับยุโรป
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสฟื้นตัวแต่ Upside จำกัด มีแนวต้านที่บริเวณ 1,320 จุด ปัจจัยต่างประเทศมีประเด็นติดตามอย่างรายงานการะประชุมของ FOMC ซึ่งคาดจะเป็นลบต่อบรรยากาศลงทุน หลังประธานเฟดส่งสัญญาณปรับลดดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป และดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการของสหรัฐฯ ที่คาดจะออกมาไม่ดีนัก หลังจาก ปธน. สหรัฐฯ ยังมีท่าทีดำเนินสงครามการค้าต่อทำให้เกิดความไม่ชัดเจนในหลายส่วน ส่วนปัจจัยในประเทศมีประเด็นติดตามอย่างการประกาศงบ 4Q67 ของบจ. Real Sector ในช่วงสองสัปดาห์สุดท้าย ส่วน GDP 4Q67 ของไทยที่คาดฟื้นตัวต่อเนื่องและเติบโตได้จากฐานต่ำปีก่อน และ 1Q68 คาดจะเติบโตจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแต่ยังเร็วเกินไปที่จะมีการปรับ GDP ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”
Daily top picks
MTC: มองราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นจาก Bond Yield ปรับตัวลดลง และวานนี้การประชุมนักวิเคราะห์มีภาพรวมเป็นบวก โดยปี 2568 ตั้งเป้า Credit cost ต่ำกว่า 2.85% ซึ่งดีกว่าคาด (INVX คาด 3%) ทั้งนี้เราคาดปี 2568 กำไรจะเติบโตดีที่ 17%YoY โดยได้แรงหนุนจากสินเชื่อที่เติบโตดี และ Credit Cost ที่ทยอยลดลง
PTT: มองราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น และกำไร 4Q67 ออกมาดีกว่าคาดเล็กน้อย อีกทั้งยังมีการประกาศจ่ายเงินปันผลจากกำไร 2H67 หุ้นละ 1.30 บาท (XD 6 มี.ค.) คิดเป็น Div. Yield 4.1% ขณะที่ 1Q68 คาดกำไรจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย QoQ จากกำไรที่สูงขึ้นของกลุ่มธุรกิจก๊าซฯ