news-details
Business

“NocNoc”เปิดหมัดเด็ด สู่ผู้นำ Home & Living Destination พาแบรนด์ไทยสู่เวทีอาเซียน ผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก มุ่งใช้ “AI – DATA” ตั้งเป้าก้าวสู่ความเป็นเทคคอมพานี-ยูนิคอร์นรายใหม่ ภายใน 5 ปี

NocNoc เผยสินค้ากลุ่ม Home & Living โตสวนกระแสเศรษฐกิจปี67 สามารถขยายฐานลูกค้าบนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นถึง 50 %  ควบคู่ไปกับการเติบโตของ NocNoc Home Solution ซึ่งขยายตัวถึง 150% วางเป้าเป็น “Home & Living Destination”เบอร์ต้นของอาเซียนผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก เล็งขยายฐานสินค้าตลาดอินโดนีเซียและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อเนื่อง ผ่านเทคโนโลยี AI-DATA ตั้งเป้าก้าวสู่ความเป็นเทคคอมพานี-ยูนิคอร์นรายใหม่ ภายใน 5 ปี

นายอนุพงศ์ ทะสดวก รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบ็ตเตอร์บี มาร์เก็ตเพลส จำกัด หรือ NocNoc ศูนย์รวมสินค้าและบริการเรื่องบ้านออนไลน์ เปิดเผยว่า ในปี 2567 ภาพรวมของตลาดบ้าน และอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวลงจากความผันผวนทางเศรษฐกิจ แต่ในฝั่งสินค้ากลุ่ม Home & Living กลับเติบโตได้อย่างต่อเนื่องจากกระแสความนิยมการปรับปรุงที่อยู่อาศัย ทั้งในกลุ่มผู้ที่มีที่อยู่อาศัยเดิม และกลุ่มผู้ที่ซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ในรูปแบบบ้านมือสอง หรือการเช่าอาศัยและมาพร้อมกับความต้องการที่เฉพาะตัวมากขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงนี้ ทำให้ NocNoc มุ่งสู่การออกแบบประสบการณ์แบบเฉพาะตัว ด้วยเทคโนโลยี AI-Powered เพื่อปรับเปลี่ยนประสบการณ์ตลาดกลุ่ม Home & Living ในอาเซียน ส่งผลให้ในปี 2567 ที่ผ่านมาสามารถขยายฐานลูกค้าบนแพลตฟอร์มได้เพิ่มขึ้นถึง 50 %  ควบคู่ไปกับการเติบโตของ NocNoc Home Solution ซึ่งขยายตัวถึง 150% ที่เน้นรับกระแสปรับปรุงที่อยู่อาศัย (Renovation) และออกแบบ ตกแต่งภายใน (Built-in) มากขึ้น ทั้งผู้อยู่อาศัย และผู้ปล่อยเช่า        

“ในปี 2567 NocNoc ได้มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยี และ AI เพื่อออกแบบประสบการณ์การใช้งานแพลตฟอร์มที่ดีแก่ลูกค้า และสร้างความแตกต่างจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอื่นด้วยการชูจุดเด่นด้าน Personalized ขึ้นมา โดยมีการออกแบบฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่ตอบความต้องการใช้แพลตฟอร์มของลูกค้า การพัฒนา UX/UI เพื่อให้ผู้ใช้งานแพลตฟอร์มสามารถใช้งานได้สะดวก และเอื้อต่อ Customer Journey ของลูกค้าที่จะไปสู่การจบการขายได้ รวมถึงไฮไลท์สำคัญอย่าง NocNoc AI บนแพลตฟอร์มที่ผู้ใช้งานสามารถป้อนความต้องการของตนเอง แล้ว AI จะเจเนอเรทออกมาเป็นห้องที่ตรงกับสไตล์ผู้ใช้งานแบบเฉพาะตัว และสามารถเลือกซื้อสินค้าจากภาพที่สร้างขึ้นได้ทันที รวมถึงการพัฒนา GenAI Shopping Assistant เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลสินค้าและบริการได้ง่ายขึ้น พร้อมให้คำแนะนำและช่วยแก้ปัญหา โดยการพัฒนาเทคโนโลยี จะควบคู่ไปกับการศึกษาพฤติกรรมจากผู้ใช้งานแพลตฟอร์มและลูกค้า ทำให้ NocNoc มองเห็นอินไซด์ของผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม และลูกค้าได้มากขึ้น และได้นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ร่วมกับ AI เพื่อนำมาใช้ในเชิง Data-Driven จนกลายมาเป็นกลยุทธ์ รวมถึงแคมเปญทางการตลาดของ NocNoc ที่จะเกิดขึ้นในปี 68”นายอนุพงศ์ กล่าว

นายอนุพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า NocNoc วางเป้าหมายเป็น “Home & Living Destination”เบอร์ต้นของอาเซียนด้วย 4 กลยุทธ์หลักได้แก่

1.Offering การนำเสนอสินค้าคุณภาพที่หลากหลาย และตรงใจลูกค้าด้วยการใช้เทคโนโลยี และ AI วิเคราะห์ความต้องการอย่างตรงจุด

2.Inspiration การสร้างแรงบันดาลใจเพื่อการปรับปรุงที่อยู่อาศัย และให้ไอเดียใหม่ ๆ ผ่านการทำคอนเทนต์ทั้งบนแพลตฟอร์ม และโซเชียลมีเดียของ NocNoc

3.Solution การพัฒนาบริการของ NocNoc ให้หลากหลายมากขึ้นเพื่อให้เป็น One Stop Service ที่มีทั้งสินค้าและบริการเรื่องบ้านครบจบในแพลตฟอร์มเดียว

4.Experience การออกแบบประสบการณ์ช้อปให้แก่ลูกค้าด้วยการใช้ AI ที่ช่วยจัดสรรความต้องการของลูกค้าแบบ Personalized ทำให้ NocNoc เป็นเพื่อนที่รู้ใจ พร้อมกับการเก็บข้อมูล และพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้งาน และลูกค้าบนแพลตฟอร์มที่การพัฒนาสินค้า และบริการด้วย data-driven

ทั้งนี้ ยังได้กำหนดกลยุทธ์ระยะยาวของแบรนด์ ภายใต้คำว่า “ให้ NocNoc ช่วยนะ” ที่พร้อมช่วยให้ทุกๆคนเข้าถึงเรื่องบ้านได้ง่ายขึ้น ผ่าน “น้องนอค“มาสคอตที่จะมาเป็นผู้ช่วยทุกเรื่องบ้าน ตั้งแต่ช่วยให้คำปรึกษาทุกเรื่องบ้าน  ช่วยออกแบบพื้นที่ในฝัน และช่วยตอบโจทย์ทุกความต้องการ เพื่อสร้าง ecosystem ที่ดีบนแพลตฟอร์ม โดยจะโฟกัสที่ 6 กลุ่มหลักคือ

1.ผู้ซื้อ (Buyer) ช่วยให้ผู้ซื้อได้เข้าถึงสินค้า และบริการที่ง่าย สะดวก เปรียบเทียบสินค้าได้ตรงความต้องการมากที่สุด พร้อมกับการสร้างแรงบันดาลใจ และไอเดียใหม่ๆสำหรับเรื่องบ้าน

2.ผู้ขาย (Seller) ช่วยผลักดันยอดขายให้เติบโตด้วยระบบที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือคู่ค้าของ NocNoc ตั้งแต่เริ่มต้นทั้ง Onboarding Team ช่วยนำสินค้าของ seller หน้าใหม่ขึ้นระบบ NocNoc การสอนการขาย ทำโปรโมชั่น และการเพิ่มความน่าสนใจของสินค้าผ่าน NocNoc Academy โดยมีทีมSeller Management คอยให้คำปรึกษา และช่วยเหลือเกี่ยวกับระบบ และเมื่อผู้ขายมีความพร้อม ยังมีระบบ NocNoc Enabler ที่ช่วยจัดการตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่ช่วยทำคอนเทนต์การขาย ช่วยยิงโฆษณา รวมถึงจัดการด้านคลังสินค้า และการจัดส่งสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่เพิ่งจะเริ่มขายกับ NocNoc

3.ผู้ประกอบการท้องถิ่น (Local Seller) ช่วยผลักดันผู้ประกอบการท้องถิ่นทุกภาคทั่วไทยให้มีช่องทางจำหน่ายสินค้าออนไลน์ที่เข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น พร้อมกับพัฒนาองค์ความรู้ด้านอีคอมเมิร์ซ, Digital Marketing, และการบริหารจัดการธุรกิจบนแพลตฟอร์มผ่าน NocNoc Craft ที่ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือ DBD รวมถึงหน่วยงานต่างๆ เช่น OTOP และ กรุงเทพมหานคร  

4.ช่างหรือผู้ให้บริการ (Service Provider) ช่วยให้ช่างที่มีความเชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นช่างติดตั้ง ช่างซ่อมบำรุง ช่างไฟฟ้า ช่างประปา หรือช่างตกแต่งภายใน ได้มีช่องทางในการขยายฐานลูกค้า และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ โดยลดข้อจำกัดเรื่องพื้นที่และการหาลูกค้าเอง และช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ให้บริการผ่านระบบรีวิว และเรตติ้งจากลูกค้าจริง

5.ภาคธุรกิจ (Business) ช่วยรองรับลูกค้ากลุ่มนี้โดยเฉพาะ โดยมี NocNoc for Business ที่ช่วยติดต่อกับร้านค้าในกรณีที่ต้องซื้อสินค้าจากหลายร้านค้ารวมถึงการจัดการด้านเอกสารเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าภาคธุรกิจ และช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้มากที่สุด

6.อีคอมเมิร์ซไทย ช่วยผลักดันบริษัท Tech ในไทย ให้เป็นที่รู้จักในระดับอาเซียน ผ่านความร่วมมือกับ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ มุ่งเน้นการสร้างโอกาสและขยายศักยภาพให้ได้รับการสนับสนุนทั้งในด้านการตลาด การสร้างโอกาสทางธุรกิจ และการขยายเครือข่ายสู่ระดับนานาชาติ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มการรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง แต่ยังช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันในตลาดดิจิทัลได้อย่างแข็งแกร่ง

และสำหรับในปี 2568 NocNoc ยังคงมุ่งขยายตลาดในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดสำคัญ ที่มีการเติบโตของเศรษฐกิจ โดยจะมุ่งเจาะไปที่กำลังซื้อหลักของประเทศ  และมุ่งทำตลาด Home & Living Retail ในฐานะ Vertical E-Commerce มากขึ้น เพื่อสร้างความต่างจากผู้เล่นแพลตฟอร์มรายอื่น ๆ ที่เป็นเจ้าตลาดชอปปิ้งออนไลน์ และมีลักษะแบบ Horizontal E-Commerce

นอกจากนี้ NocNoc ยังมีแผนขยายกลุ่มสินค้าจากไทยเข้าสู่อินโดนีเซียมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน และสินค้าปรับปรุงบ้าน ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตสูง ตอกย้ำโอกาสในการขยายธุรกิจและสร้างฐานลูกค้าใหม่ในตลาดอินโดนีเซียอย่างแข็งแกร่ง และนอกเหนือจากอินโดนีเซีย NocNoc ยังมีการศึกษาตลาดอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asia : SEA) เพิ่มเติม เนื่องจากยังมีแนวโน้มเติบโตในด้านเศรษฐกิจ การลงทุน การท่องเที่ยว และการขยายตัวของเมือง โดยเฉพาะการเติบโตของสินค้าในกลุ่ม Home & Living บนแพลตฟอร์ม e-commerce ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็วมากขึ้นภายใน 5 ปีนับจากนี้

“NocNoc ไม่ได้วางเป้าหมายเพียงแค่การเติบโตในประเทศเท่านั้น แต่ยังมองเห็นโอกาสที่จะเป็นผู้นำในระดับภูมิภาค ด้วยการพาแบรนด์ไทยไปบุกในตลาดอาเซียนพร้อมๆกัน โดยเชื่อมั่นว่ากลยุทธ์การตลาด การใช้เทคโนโลยี AI ที่ผสานพลังในระดับอาเซียนเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์ม รวมถึงการออกแบบความต้องการลูกค้าที่ความเป็น Personalized ด้วย Data-Driven จะเป็นจุดแข็งของ NocNoc ที่ช่วยให้ไปถึงเป้าหมายได้ และภายใน 5 ปี จะสามารถปักหมุดในฐานะแบรนด์ Home & Living แห่งอาเซียน รวมทั้งก้าวสู่ความเป็นเทคคอมพานี และยูนิคอร์นรายใหม่ได้ในอนาคต” นายอนุพงศ์ กล่าวในที่สุด

You can share this post!