news-details
Business

แนวรับถัดไปที่ 1,190-1,200 จุด สงครามการค้ากลับมากดดัน

InnovestX มองตลาดหุ้นไทย เจอปัจจัยลบ สงครามการค้ากลับมากดดัน ทำให้ดัชนีผันผวน มองแนวรับถัดไปที่ 1,190-1,200 จุด

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้(28 ก.พ.) คาด SET ได้รับปัจจัยกดดันจากความกังวลสงครามการค้า หลังทรัมป์ยังคงขึ้นภาษีสินค้าจากแคนนาดาและเม็กซิโกในอัตรา 25% มีผล 4 มี.ค. และวางแผนจะขึ้นภาษีสินค้าจีนอีก 10% นอกจากนี้ MSCI Rebalance ซึ่งมีผลวันนี้ ทำให้ดัชนีมีความผันผวนขึ้น โดย SET มีแนวรับถัดไปที่ 1,190-1,200 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,225-1,230 จุด

ประเด็นสำคัญ

• รมว. คลัง เผยหลังประชุมกับ สศค. ธปท. และสภาพัฒน์จะจัดทำ Master Plan ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เน้นไปที่จุดแข็งประเทศ เช่น ท่องเที่ยว เกษตร และส่งออก ตั้งเป้า GDP ปี 2568 เติบโต 3.0-3.5% การส่งออก 3.5-4.0% และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 38 ล้านคน

• กรรมการและผู้จัดการ ตลท. เผยหลังเข้าพบ รมว.คลัง เพื่อหารือแนวทางเพิ่มความเข้มแข็งของบจ. ไทยผ่านโครงการ จัมพ์พลัส ตลท. และหน่วยงานพันธมิตร จะสนับสนุนเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล การให้คำปรึกษา และเพิ่มการรับรู้เพื่อช่วยเพิ่มความน่าสนใจ

• Reuters รายงานว่ารัฐบาลกำลังหารือกับกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์เพื่อออกโครงการรถเก่าแลกซื้อรถใหม่และกำจัดซากรถเก่า ด้านนายกฯ ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยยอมรับว่ากำลังผลักดันเรื่องนี้อย่างหนัก

• ประมาณการครั้งที่สองของ 4Q67 GDP สหรัฐฯ ขยายตัว 2.3%QoQ เป็นไปตามที่ตลาดคาดไว้ จากไตรมาสก่อนที่ขยายตัว 3.1%QoQ

• ปธน. ทรัมป์เดินหน้าเก็บภาษีนำเข้าจากแคนาดาและเม็กซิโก 25% ตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค. ตามกำหนดเดิม ส่งสัญญาณเดินหน้ามาตรการภาษีตอบโต้ในวันที่ 2 เม.ย. อย่างเต็มที่ และเก็บภาษีนำเข้าจากจีนเพิ่มเติมอีก 10%

• รัสเซียประกาศระงับการส่งออกเบนซินเป็นเวลา 6 เดือน ระหว่างวันที่ 1 มี.ค. - 31 ส.ค. 2568 เพื่อสร้างเสถียรภาพต่อตลาดเชื้อเพลิงในประเทศและสกัดการลักลอบส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป

• ปธน.ทรัมป์ยกเลิกใบอนุญาตของบริษัทเชฟรอนในการดำเนินธุรกิจน้ำมันในเวเนซุเอลา อ้างรัฐบาลของปธน. นิโคลัส มาดูโร ไม่มีความคืบหน้าในการปฏิรูปการเลือกตั้งและการรับผู้อพยพกลับประเทศ สร้างความกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันโลกตึงตัว

กลยุทธ์การลงทุน


ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสฟื้นตัวแต่ Upside จำกัด โดยมีแนวต้านที่บริเวณ 1,300 จุด ประเมินว่าปัจจัยมหภาคจะเป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นไทยเป็นผลจากดัชนี PCE มีแนวโน้มชะลอตัวลงเหลือ 2.5% ซึ่งจะไม่กดดันให้เฟดเปลี่ยนท่าทีต่อนโยบายการเงิน และ PMI ภาคการผลิตและบริการของจีนมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างช้าๆ ขณะที่ ธปท. มีมติปรับลดดอกเบี้ยลงสู่ 2.00% สร้างเซอร์ไพร์สให้แก่ตลาด ทำให้มีแรงซื้อกลับเข้ามาใน นอกจากนั้นแนวโน้มผลประกอบการ 1Q68 น่าจะบ่งชี้ว่ากำไรของตลาดหุ้นไทยได้ผ่านจุดแย่ที่สุดไปแล้วในช่วง 2H67 ทำให้เรามองว่า กระแสเงินจากต่างชาติมีแนวโน้มที่จะดีขึ้น รวมไปถึงมาตรการของ ตลท. ต่อการสร้างความเชื่อมั่นน่าจะช่วยให้ตลาดคลายความกังวลในระดับนึง ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”

Daily top picks

PTT: มองราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น และกำไร 4Q67 ออกมาดีกว่าคาดเล็กน้อย และมีการประกาศจ่ายเงินปันผลจากกำไร 2H67 หุ้นละ 1.30 บาท (XD 6 มี.ค.) คิดเป็น Div. Yield 4.1% 1Q68 คาดกำไรจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย QoQ จากกำไรที่สูงขึ้นของกลุ่มธุรกิจก๊าซ  

LHHOTEL: Top Pick ในกลุ่ม REITs และ IFFs โดย 4Q67 คาดกำไรทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 467 ลบ. เพิ่มขึ้น 46%YoY และ 0.3%QoQ หนุนจากรับรู้รายได้จากสินทรัพย์ใหม่ที่เข้าลงทุนเพิ่มใน 4Q66 และปัจจัยตามฤดูกาล 1Q68 คาดกำไรจะเติบโตต่อเนื่อง YoY หลังมองผลกระทนนักท่องเที่ยวจีนจำกัด ส่วนเงินปันผล 4Q67 คาดอยู่ที่ 0.34 บาท/หน่วย

You can share this post!