วิทยุการบินฯ เร่งพัฒนาศูนย์ควบคุมการบิน 9 แห่ง ยกระดับสนามบินภูมิภาค หนุนไทยสู่ศูนย์กลางการบิน
คมนาคม

วิทยุการบินฯ เร่งพัฒนาศูนย์ควบคุมการบิน 9 แห่ง ยกระดับสนามบินภูมิภาค หนุนไทยสู่ศูนย์กลางการบิน

“มนพร” เผยสถิติเที่ยวบินสนามบินภูมิภาคเติบโตต่อเนื่อง ภูเก็ตครองแชมป์ มอบหมายวิทยุการบินฯ เร่งพัฒนาโครงการเพิ่มศักยภาพศูนย์ควบคุมการบิน 9 แห่ง รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการบินไทย

สนามบินภูมิภาคของไทยกำลังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ล่าสุด นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ได้รายงานสถิติการให้บริการจราจรทางอากาศในปีงบประมาณ 2568 โดยพบว่า สนามบินภูเก็ตมีปริมาณเที่ยวบินสูงสุดในประเทศ เฉลี่ย 379 เที่ยวบินต่อวัน รองลงมาคือ สนามบินเชียงใหม่ (208 เที่ยวบิน) สนามบินสมุย (123 เที่ยวบิน) สนามบินหาดใหญ่ (68 เที่ยวบิน) และสนามบินกระบี่ (66 เที่ยวบิน) ตามลำดับ

นอกจากนั้น สนามบินนครราชสีมา และสนามบินหัวหิน ซึ่งใช้สำหรับฝึกนักบิน ยังให้บริการเฉลี่ยวันละ 100 และ 70 เที่ยวบินตามลำดับ สะท้อนถึงแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินไทยที่มีบทบาทมากขึ้นในระดับภูมิภาคและระดับโลก

เพื่อรองรับการขยายตัวดังกล่าว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้ บวท. เดินหน้าโครงการพัฒนาศักยภาพศูนย์ควบคุมการบิน 9 แห่งทั่วประเทศ ตามแผนพัฒนาสนามบินภูมิภาคของรัฐบาล โดยเน้น ขยายขีดความสามารถในการรองรับเที่ยวบิน รองรับการเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง และยกระดับคุณภาพการให้บริการควบคุมจราจรทางอากาศ

9 โครงการสำคัญ ยกระดับศูนย์ควบคุมการบินภูมิภาค

นายณพศิษฐ์ จักรพิทักษ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท. เปิดเผยว่า ศูนย์ควบคุมการบินทั้ง 9 แห่ง มีแผนดำเนินโครงการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการจราจรทางอากาศ โดยแต่ละแห่งมีแผนพัฒนาเฉพาะด้านที่สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ ดังนี้

1. ศูนย์ควบคุมการบินภูเก็ต

• เตรียมเปิดให้บริการ Seaplane (เครื่องบินน้ำ) เป็นแห่งแรกในไทย ภายในปี 2568

• พัฒนาเทคนิคการบริหารสนามบินเพื่อรองรับปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น

2. ศูนย์ควบคุมการบินเชียงใหม่

• สนับสนุนภารกิจดับไฟป่าและบรรเทาปัญหาฝุ่น PM 2.5 ผ่านระบบการจัดการจราจรทางอากาศ

3. ศูนย์ควบคุมการบินหาดใหญ่

• ติดตั้ง 3D Aerodrome Simulator และจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศครบวงจร

• นำระบบ Digital Remote Tower มาใช้ที่สนามบินหาดใหญ่ นราธิวาส และเบตง ภายในปี 2569

4. ศูนย์ควบคุมการบินพิษณุโลก

• นำระบบ AFIS (Aerodrome Flight Information Service) มาใช้เป็นครั้งแรกในไทย ที่สนามบินแพร่ และสนามบินเพชรบูรณ์

5. ศูนย์ควบคุมการบินหัวหิน

• ติดตั้ง Secondary Surveillance Radar (SSR) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามอากาศยาน

• สนับสนุนการยกระดับสนามบินหัวหินให้รองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ

6. ศูนย์ควบคุมการบินสุราษฎร์ธานี

• พัฒนาระบบให้บริการ Seaplane และสนับสนุนการพัฒนา Advanced Air Mobility (AAM) สำหรับโดรนขนส่ง

7. ศูนย์ควบคุมการบินอุดรธานี

• ดำเนินโครงการ “โดรนเกษตรปลอดภัย” (นครพนมโมเดล) เพื่อส่งเสริมการใช้โดรนทางการเกษตรให้ถูกต้องตามกฎหมาย

8. ศูนย์ควบคุมการบินอุบลราชธานี

• รณรงค์ ความปลอดภัยทางอากาศ ในช่วงเทศกาลจุดบั้งไฟ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางการบิน

9. ศูนย์ควบคุมการบินนครราชสีมา

• จัดตั้ง Flight Information Service (FIS) แห่งแรกในประเทศไทย ที่บุรีรัมย์

• สนับสนุนโรงเรียนการบินในการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมนักบินเอกชน

ไทยมุ่งสู่ “ศูนย์กลางการบิน” ของภูมิภาค

นายสุนันท์ นิ่มฟัก รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท. กล่าวเสริมว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านจราจรทางอากาศในครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญของไทยในการขยายศักยภาพสนามบินภูมิภาคให้สามารถรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ และเพิ่มความสามารถการแข่งขันของประเทศในอุตสาหกรรมการบินโลก

“บวท. มีแผนติดตั้งระบบ Multilateration (MLAT) และ Digital Tower เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสนามบิน และมุ่งเป้าหมาย เพิ่มศักยภาพสนามบินภูเก็ตให้รองรับได้ 35 เที่ยวบินต่อชั่วโมง ภายในปี 2568 พร้อมกันนี้ บวท. ยังเดินหน้าแผนพัฒนา Air Traffic Flow Management (ATFM) และ Airport Collaborative Decision Making (A-CDM) เพื่อให้สนามบินในไทยมีระบบบริหารจัดการเที่ยวบินที่ทันสมัย เทียบเคียงสนามบินชั้นนำของโลก”

อนาคตสนามบินภูมิภาค: ไม่ใช่แค่จุดหมาย แต่เป็นศูนย์กลางของการบิน

ด้วยนโยบายขยายสนามบินภูมิภาค รองรับเที่ยวบินที่เติบโตขึ้น และการพัฒนาศูนย์ควบคุมการบินให้มีมาตรฐานระดับโลก ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจาก “จุดหมายปลายทาง” ไปสู่ “ศูนย์กลาง” ด้านการบินในภูมิภาคเอเชีย

เมื่อสนามบินภูเก็ตสามารถรองรับเที่ยวบินได้มากขึ้น เทียบเคียงกับสนามบินชั้นนำอย่างฟูกูโอกะ และสนามบินภูมิภาคอื่น ๆ ของไทยมีระบบการจัดการที่ทันสมัย นักท่องเที่ยว นักลงทุน และอุตสาหกรรมการบินของไทย จะได้ประโยชน์เต็มที่จากโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง

นี่ไม่ใช่แค่การพัฒนาอุตสาหกรรมการบิน แต่เป็นก้าวสำคัญของประเทศไทย สู่อนาคตที่ไทยเป็นศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง

You can share this post!