"อินโนเวสท์ เอกซ์" มองหุ้นไทยผันผวน จับตาถ้อยแถลง ปธน. ทรัมป์ ยังมีโอกาสทำโลว์ต่อ มองแนวรับ 1,170 /1,165 จุด
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ (5 มี.ค.) คาด SET ผันผวน จับตาถ้อยแถลง ปธน.ทรัมป์ ต่อสภาคองเกรสช่วงเช้าวันนี้ (ตามเวลาไทย) อาจมีเซอร์ไพรส์แบบไม่คาดคิด ส่วนประเด็นในประเทศ ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ ก.พ. ขณะที่ดัชนียังทำ Low ต่อ แม้อาจรีบาวด์ได้บ้าง แต่ยังมองกรอบบนจำกัด ประเมินแนวรับที่ 1,170 - 1,165 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,185 - 1,190 จุด
ประเด็นสำคัญ
• แคนาดาประกาศตอบโต้ด้วยการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ในอัตรา 25% มีผลตั้งแต่ 4 มี.ค. ขณะที่จีนเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ บางรายการเพิ่มอีก 10% - 15% มีผลตั้งแต่ 10 มี.ค. พร้อมหยุดนำเข้าถั่วเหลืองจาก 3 บริษัทสหรัฐฯ ชั่วคราว ส่วนเม็กซิโกจะประกาศการตอบโต้มาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ในวันอาทิตย์นี้
• เช้าวันนี้ (9 โมงเช้า เวลาไทย) ติดตามการกล่าวสุนทรพจน์ของ ปธน. ทรัมป์ในสภาคองเกรสเป็นครั้งแรกหลังจากที่ได้เข้ารับตำแหน่ง เพื่อจับตาทิศทางการดำเนินนโยบายทางการเมืองและการค้า
• สหภาพยุโรปกำลังหารือการออกพันธบัตรมูลค่า 1.5 แสนล้านยูโรเพื่อสนับสนุนยูเครน ขณะที่สหรัฐฯ ได้สั่งยุติการช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครน ส่วนรัสเซียประกาศจะช่วยเหลือปธน. ทรัมป์ในการเจรจากับอิหร่านรวมถึงประเด็นนิวเคลียร์
• Reuters รายงานว่าสหรัฐฯ มีแผนนำไปสู่การคลายคว่ำบาตรรัสเซีย หลังมีคำสั่งให้พิจารณารายชื่อบริษัทรัสเซียที่สามารถผ่อนปรนได้ก่อนที่จะมีการหารือกับผู้แทนรัสเซียในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
• ปธน. ทรัมป์ ได้แจ้งต่อผู้นำญี่ปุ่นและจีนว่าทั้งสองประเทศไม่สามารถลดค่าเงินได้อย่างต่อเนื่องและไม่เป็นธรรมต่อสหรัฐฯ และอาจขอชดเชยความเสียเปรียบด้วยการเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากทั้งสองประเทศ
• รมช. คลังมอง SET Index ที่ปรับลงอย่างต่อเนื่องเป็นจังหวะเข้าซื้อ เนื่องจากพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังไม่เปลี่ยนแปลงและยืนยันตัวเลขเศรษฐกิจไทยเกือบทุกตัวอยู่ในช่วงขาขึ้น เช่น การบริโภค การส่งออก และตัวเลขเสถียรภาพทางการเงินที่เติบโตต่อเนื่อง โดยจะส่งผลต่อเศรษฐกิจใน 1Q68 ซึ่งจะเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET ฟื้นตัวจำกัด จากความกังวลเสถียรภาพทางการเมืองในประเทศและการเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่อยู่ในระดับต่ำและฟื้นตัวช้าเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน อย่างไรก็ดี หากเปรียบเทียบในเชิง Valuation จะพบว่า ระดับ PER ของ SET ที่ 12-13 เท่า อาจจะดูเหมือนสูงกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาค แต่มองว่าสัดส่วนภาคบริการของไทยมีมากกว่าเมื่อเทียบกับตลาดอื่นๆ ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐยังแข็งแกร่ง แม้จะมีสัญญาณชะลอตัวลงแต่จะได้รับแรงหนุนจากการปรับลดดอกเบี้ยของเฟดเช่นเดียวกับธนาคารกลาง ECB ที่ตลาดคาดจะมีมติปรับลดดอกเบี้ย 25bps สู่ 2.50% ส่วนเศรษฐกิจจีนยังได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการของรัฐ ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”
Dialy top picks
BTG: มองราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นจากการปรับตัวลงของต้นทุนอาหารสัตว์ (ข้าวโพด กากถั่วเหลือง) จากความกังวลสงครามการค้าและผลผลิตในอเมริกาใต้ที่อุดมสมบูรณ์ กำไรปกติ 1Q25 คาดจะเติบโต YoY และ QoQ จากราคาสุกรในประเทศปรับสูงขึ้น ต้นทุนอาหารสัตว์ลดลง และจะรับรู้กำไรส่วนเพิ่มจากการเข้าซื้อกิจการไข่ไก่ในประเทศสิงคโปร์
GPSC: มองราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากการปรับตัวลงของราคาก๊าซ ขณะที่ปี 2568 คาดกำไรปกติจะเติบโต 3.9%YoY โดยมีปัจจัยหนุน ได้แก่ การเพิ่มกำลังการผลิต, การได้รับการคัดเลือกโครงการพลังงานทดแทนระยะที่ 2 รอบแรก, ไม่มีผลกระทบจากการบังคับใช้ภาษีขั้นต่ำสากล