news-details
Business

CI เดินหน้าปักหมุด 3 พื้นที่ กทม.-ชะอำ-ภูเก็ต ผุด 6 โครงการหรู มูลค่า 16,000 ล้านบาทต่อเนื่อง

ชาญอิสสระเผยปี 68 ตลาดอสังหาฯยังเผชิญความท้าทาย กำลังซื้อยังไม่ฟื้นตัว ที่อยู่อาศัยทุกระดับราคามียอดขายอืด ขณะที่ตลาดภูเก็ตยังเฟื่องฟู ดีมานด์-ซัปพลายมีต่อเนื่อง แนะเร่งบริหารหนี้-ยอดขาย นำที่ดินพัฒนาต่อเนื่อง กางแผนปี 68 เปิด 6 โครงการซูเปอร์ลักชัวรี่เดิมใน 3 พื้นที่ทั้งในกรุงเทพฯ - ชะอำ- ภูเก็ต มูลค่ารวมกว่า 16,000 ล้านบาท เตรียมขยายไลน์ธุรกิจสุขภาพ - ความงามภายใต้แบรนด์ BABA SKIN CLUB เสริมทัพการเติบโต พร้อมมุ่งสู่ปรัชญาการดำเนินธุรกิจบนนิยามความเป็นชาญอิสสระ “Live Excellence”

นายสงกรานต์ อิสสระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ CI เปิดเผย ถึงภาพรวมตลาดอสังหาฯในปี 2568 ว่า กำลังซื้อยังหดหายไม่ฟื้นตัว โดยความท้าทายในปีนี้คือ ที่อยู่อาศัยในทุกระดับราคามียอดขายที่ช้าลง เพราะมีซัปพลายในตลาดที่มาก ขณะเดียวกันดีมานด์ก็หดหมายไป แต่ตลาดภูเก็ตเพียงจังหวัดเดียวที่สวนกระแส มีกำลังซื้อที่ดีอยู่ และดีมานด์มีอย่างต่อเนื่อง สำหรับบริษัทฯเองในปีนี้ได้พยายามบริหารหนี้และเร่งยอดขาย ด้วยการนำทรัพย์สินที่มีมาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯยังคงเน้นพัฒนาใน 3 พื้นที่หลักที่มีความเชี่ยวชาญเหมือนเดิม คือ กรุงเทพฯ,ชะอำ และภูเก็ต

 

นางธีราภรณ์ ศรีเจริญวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2568 บริษัทยังคงดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักปรัชญา สัจจะเป็นหลัก สามัคคีเป็นเลิศ สุขภาพยิ่งใหญ่ ซึ่งถือเป็นปรัชญาของกลุ่มชาญอิสสระ ที่ถ่ายทอดมาอย่างยาวนานจากรุ่นสู่รุ่น ที่มุ่งสร้างความสุขให้กับพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า พันธมิตร ได้รับสิ่งที่ดี มีคุณภาพ มีความสุขในการอยู่อาศัย ตลอดจนมีความสุขในการได้ร่วมงานกับกลุ่มชาญอิสสระ

 

เราจึงมี DNA 3 อย่างที่สำคัญ ที่สะท้อนความเป็นชาญอิสสระอย่างชัดเจน ได้แก่ Trusty ความน่าเชื่อถือ มีความซื่อสัตย์ ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า คู่ค้า มาตลอดระยะเวลา 70 ปี Synergy ความร่วมมือร่วมใจ มุ่งมั่นในการทำงาน เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและผลลัพธ์ที่ดี มีคุณภาพด้วยการทำงานเป็นทีมทั้งภายในกับภายนอกองค์กร และ Creativity ที่เราภูมิใจในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบที่แตกต่าง มีความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้มีที่อยู่อาศัย โรงแรม ที่มีเอกลักษณ์ มีความอยู่สบาย ด้วยฟังก์ชั่นที่ครบครัน” นางธีราภรณ์ กล่าว

คุณค่าของความเป็น “Live Excellence” จึงมีองค์ประกอบของ Empathy มีความเข้าใจผู้บริโภค จากมุมมองที่หลากหลาย จนสามารถพัฒนา ออกแบบโปรดักส์ที่ตอบโจทย์ของลูกค้า สร้างความเป็นอยู่และสิ่งแวดล้อมที่ดีในการอยู่อาศัย นอกจากนี้ยังคิด พร้อมนำ Innovation นวัตกรรมใหม่ๆมาประยุกต์ใช้ให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดี เกิดความสุขที่ยั่งยืนและมีความรับผิดชอบต่อสังคม และความเป็น Craftmanship ที่กลุ่มชาญอิสสระพร้อมทุ่มเทเวลา และกลั่นกรองในการพัฒนาโปรดักส์ ออกมาเพื่อให้ลูกค้าได้รับสิ่งที่ดีที่สุด มีความแตกต่าง และถูกใจลูกค้า

ด้านนายดิฐวัฒน์ อิสสระ กรรมการและผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2568 กลุ่มชาญอิสสระ เตรียมเปิดโครงการใหม่มูลค่ารวมกว่า 16,000 ล้านบาท เป็นลักชัวรี่คอมมูนิตี้ ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เริ่มจากบริเวณพระราม 9 - กรุงเทพกรีฑา มี 2 โครงการ คือ โครงการ อิสสระ เรสซิเดนท์” บนที่ดิน 19 ไร่ ขนาด 142-271 ตารางวา ราคา 90-140 ล้านบาท จำนวน 23 ยูนิต  มูลค่าโครงการ 2,513 ล้านบาท โดยจะเปิดตัวในไตรมาส 2/2568 และ โครงการ  บ้านอิสสระ” บนที่ดิน 21 ไร่ ขนาด 61-111 ตารางวา ราคา 25-60 ล้านบาท  จำนวน 67 ยูนิต มูลค่าโครงการ 2,610 ล้านบาท ,โครงการมิกซ์ยูส บนเกาะภูเก็ต “ศรีพันวา ลากูน” บนที่ดิน 62 ไร่ มูลค่าโครงการ 8,000 ล้านบาท ที่มีทั้งโรงแรมหรู  วิลล่า และคอมมูนิตี้ ย่านเชิงทะเล, The Sky Series” เวิลด์คลาสลักชัวรี่วิลล่า บนที่ดินกว่า 2 ไร่ ขนาด 225-1,241 ตารางมตร ราคา 200-250 ล้านบาท   จำนวน 4 หลัง มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท ขณะนี้มียอดขายแล้ว  2 ยูนิต ที่ซื้อโดยลูกค้าชาวต่างชาติ, “โครงการ อิสสระ วิลล์  หัวหิน” (ISSARA VILLE) ลักชัวรี่พูลวิลล่า หัวหิน บนที่ดิน 4 ไร่ ขนาด 176-375 ตารางเมตร ราคา 19.90-21.90 ล้านบาท จำนวน 8 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,706 ล้านบาท ที่นำความสมดุลของธรรมชาติ เป็นจุดเชื่อมต่อให้กับทุกการพักผ่อนได้สัมผัสธรรมชาติในทุกมิติ รวมถึง โครงการซาซ่าส์ หัวหิน (SASA HUA HIN) A NEW STYLISH BEACH CONDOMINIUM บนที่ดิน 3 ไร่ จำนวน 248 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,706 ล้านบาท ที่ได้ทั้งวิวทะเล และวิวสนามกอล์ฟแบบเต็มๆ

สำหรับธุรกิจโรงแรม มุ่งหน้าขยายสู่ Wellness ระดับ World Class โดยความร่วมมือกับ BDMS เพื่อให้ศรีพันวาเป็นที่พักผ่อน ผสมผสานไปกับการดูแลสุขภาพกายและใจ ให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) อย่างแท้จริง

“เร็วๆ นี้ โรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ BDMS Wellness Clinic ในการมอบประสบการณ์ด้านสุขภาพที่ครอบคลุมร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ ผสานความเป็นเลิศทางการแพทย์ และการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล ภายใต้การดูแลของ BDMS Wellness Clinic เข้ากับการพักผ่อนที่หรูหราและสงบสุขของศรีพันวา เพื่อการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และฟื้นฟูความสมบูรณ์ของร่างกายอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีโปรแกรมดูแลสุขภาพ และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยให้บริการอย่างใกล้ชิด ลดการใช้สารเคมี เน้นการใช้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก ส่งเสริมการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ การออกกำลังกาย และใช้ชีวิตที่คำนึงถึงธรรมชาติ” นายดิฐวัฒน์ กล่าว

นอกจากนี้ ยังเตรียมพัฒนาโปรดักต์ใหม่ในกลุ่มของธุรกิจดูแลสุขภาพผิว ภายใต้แบรนด์ BABA SKIN CLUB ด้วยแนวคิด Skin Vacation นวัตกรรมใหม่เพื่อให้ผิวได้รับการบำรุง, พักผ่อน ซึ่งใช้  สารสกัดจากธรรมชาติมาเป็นส่วนผสม โดยคาดว่าจะเปิดตัวในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2568 โดยมี นางสาวรัชเพชร อิสสระ รับตำแหน่ง เป็นแบรนด์ไดเร็กเตอร์ ของผลิตภัณฑ์ BABA SKIN CLUB

BABA SKIN CLUB เป็นไลน์ธุรกิจใหม่ โดยจะนำร่องเป็นผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดเป็นชุดแรก ที่คำนึงถึงกลุ่มลูกค้าทุกเพศ ทุกวัย ให้สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ได้จบครบในหลอดเดียว ทั้งปกป้อง ดูแล ฟื้นฟู ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม” นายดิฐวัฒน์ กล่าว

อย่างไรก็ตามจากนโยบาย และกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่กล่าวไปข้างต้น กลุ่มชาญอิสสระเชื่อมั่นว่า จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหนุน ให้สามารถดำเนินธุรกิจได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ในการมุ่งสู่การพัฒนาธุรกิจ  ตรงตามนิยามความเป็นชาญอิสสระ “Live Excellence”

 

 

You can share this post!