InnovestX มองหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวลงต่อ จากปัจจัยลบที่ปกคลุม ทั้งความกังวลสงครามการค้า และความไม่แน่นอนทางการเมือง มองแนวรับ 1,150 - 1,140 จุด ส่วนแนวต้าน 1,170 - 1,175 จุด
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้(14 มี.ค.) คาด SET ปรับลดลง จากความกังวลสงครามการค้าสหรัฐกับประเทศคู่ค้ารุนแรงขึ้น ส่วนการเมืองในประเทศยังมีความไม่แน่นอน ภาวะที่ขาดปัจจัยหนุนใหม่ทำให้ตลาดฟื้นตัวได้ยากลำบาก ประเมินแนวรับที่ 1,150 - 1,140 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,170 - 1,175 จุด
ประเด็นสำคัญ
• IEA เตือนภาวะน้ำมันล้นตลาด คาดอุปทานน้ำมันทั่วโลกจะมากกว่าอุปสงค์ราว 6 แสนบาร์เรล/วันในปีนี้ พร้อมคาดอุปสงค์น้ำมันทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเพียง 1.03 ล้านบาร์เรล/วัน ลดลงจากคาดการณ์ในเดือนที่แล้ว 70,000 บาร์เรล/วัน กดดันจากสงครามการค้า
• EU เรียกเก็บภาษีวิสกี้จากสหรัฐฯ ในอัตรา 50% เพื่อตอบโต้ภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมของสหรัฐฯ ทำให้ปธน. ทรัมป์ ขู่จะเรียกเก็บภาษีผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์และไวน์นำเข้าจาก EU สูงถึง 200%
• PPI สหรัฐฯ ก.พ. + 3.2%YoY และ Core PPI +3.4%YoY ต่ำกว่าตลาดคาดและชะลอตัวลงจาก ม.ค. ส่วนผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ก่อนลดลง 2,000 ราย สู่ 220,000 ราย ต่ำกว่าตลาดคาด
• ติดตามการพิจารณาร่างกฎหมายงบฯ ชั่วคราวเพื่อเลี่ยงการปิดหน่วยงานของรัฐบาลกลางในวุฒิสภาสหรัฐฯ ซึ่งจะต้องส่งให้ ปธน.ทรัมป์ลงนามบังคับใช้ภายในวันนี้เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะชัตดาวน์
• รัสเซียเห็นพ้องกับสหรัฐเกี่ยวกับข้อเสนอหยุดยิงระหว่างรัสเซียและยูเครน แต่การหยุดยิงจะต้องนำไปสู่สันติภาพที่ถาวร ทางด้าน ปธน. ทรัมป์กล่าวรัสเซียจะถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและการค้าอย่างหนัก หากปฏิเสธที่จะยอมรับข้อตกลงหยุดยิงกับยูเครนเป็นเวลา 30 วัน
• ม. หอการค้าไทยประเมินนโยบายทรัมป์ 2.0 จะกระทบต่อ 4 สินค้าส่งออก เหล็ก, อลูมิเนียม, ยานยนต์ และอุปกรณส่วนประกอบ และกระทบต่อ GDP ราว 0.3% และคาดว่าจะเติบโตเหลือราว 2.8-3.2%
• ม. หอการค้าไทยเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.พ. ปรับลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือนสู่ 57.8 จากความกังวลต่อสงครามการค้า และเศรษฐกิจไทยที่เติบโตช้า แม้ว่ามีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วยพยุง
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET มีสัญญาณฟื้นตัวบ้าง โดยคาดว่าจะมีแรงหนุนจากปัจจัยภายนอก เช่น สหรัฐฯ อาจเลื่อนเก็บภาษีนำเข้าบางรายการจากเม็กซิโกและแคนาดา ขณะที่ยังมีความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจีนหลังการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน นอกจากนี้เงินเฟ้อจีนและสหรัฐฯ คาดยังไม่เปลี่ยนแนวโน้มซึ่งเป็นผลจากกำลังซื้อที่ชะลอตัวและราคาพลังงานที่ลดลง และน่าจะทำให้เฟดยังไม่เปลี่ยนแปลงทิศทางนโยบายการเงิน ส่วนปัจจัยในประเทศยังติดตามเสถียรภาพทางการเมือง การออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมของรัฐ การฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนใน เม.ย. และเงื่อนไขของการโอนย้ายเม็ดเงินกองทุน LTF เป็น ThaiESGX ซึ่งจะทำให้ตลาดมีแรงขายลดลง ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”
Daily top picks
BBL: มองราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นจากคาดเป็นเป้าหมายกองทุน ThaiESGX เนื่องจากมี SETESG Rating ระดับ AAA และเป็นหุ้นเด่นของกลุ่มธนาคาร เนื่องจากมีงบดุลแข็งแกร่งที่สุด สินเชื่อเติบโตมากที่สุด ความเสี่ยงเกี่ยวกับคุณภาพสินทรัพย์ต่ำที่สุด และ Valuation ถูกที่สุดในกลุ่ม และจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 6.50 บาท (XD 23 เม.ย.) คิดเป็น Div. Yield 4.4%
BDMS: มองเป็นหุ้นปลอดภัยภายใต้ตลาดที่ผันผวนสูงและราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นจากคาดเป็นหนึ่งในเป้าหมายกองทุน ThaiESGX เนื่องจากมี SETESG Rating ระดับ A ขณะที่กำไรยังมีโมเมนตัมเติบโตต่อเนื่อง โดยปี 2568 คาดกำไรจะเติบโต 8%YoY และ Valuation ไม่แพง โดยปัจจุบันซื้อขายที่ PER 68F ระดับ 22 เท่า ต่ำกว่า -2SD ของ PER เฉลี่ย 10 ปี