news-details
Business

คาด SET ฟื้นตัวได้บ้างแต่กรอบบนจำกัด

InnovestX คาดหุ้นไทยวันนี้ มีโอกาสฟื้นตัวได้บ้างแต่กรอบบนจำกัด มองแนวต้าน 1,180 - 1,185 จุด

 

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ (18 มี.ค.) คาด SET ฟื้นตัวได้บ้างแต่กรอบบนจำกัด ตลาดยังรอปัจจัยหนุนใหม่ จับตาการประชุม Fed ในวันนี้และพรุ่งนี้ ส่วนในประเทศติดตามการประชุม ครม. และการประชุมสมาคมธนาคารไทย คาดหารือมาตรการปล่อยเงินเข้าสู่ระบบ รวมถึงการผ่อนคลายมาตรการ LTV ประเมินแนวรับที่ 1,160 - 1,155 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,180 - 1,185 จุด

 

ประเด็นสำคัญ

 

• OECD ปรับลดคาดการณ์ GDP สหรัฐฯ ปี 2568 และ 2569 ลงสู่ 2.2% และ 1.6% ตามลำดับ กดดันจากนโยบายเก็บภาษีนำเข้าของ ปธน. ทรัมป์, ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนด้านนโยบายต่อการลงทุนภาคเอกชนและการใช้จ่ายภาคครัวเรือน

 

• Goldman Sachs ปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมัน โดยคาดราคาน้ำมันดิบ Brent จะอยู่ที่ US$71/bblใน ธ.ค. 2568 (ลดลง US$5) และราคาเฉลี่ยในปี 2569 ที่ US$68/bbl จากแนวโน้มการเติบโตเศรษฐกิจสหรัฐฯ กระทบจากสงครามการค้า และ OPEC+ เตรียมเพิ่มการผลิต

 

• ยอดค้าปลีกจีนช่วง ม.ค.-ก.พ. 2568 เติบโต 4%YoY สูงกว่าตลาดคาด ส่วนการผลิตภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนในสินทรัพย์คงทนเติบโต 5.9%YoY และ 4.1%YoY ตามลำดับ สูงกว่าที่ตลาดคาดเช่นกัน

 

• Bloomberg รายงาน CEO ระดับโลก จาก Qualcomm, Saudi Aramco เป็นต้น เตรียมเข้าพบ ปธน. สี จิ้นผิง นอกรอบการประชุม China Development Forum (CDF) ในสัปดาห์หน้า และวุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน Steve Daines ที่จะพบกับผู้นำระดับสูงของจีน

 

• BOI อนุมัติส่งเสริมลงทุน 4 โครงการใหญ่ มูลค่ากว่า 2 แสนลบ. ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ของ BEM 1.09 แสนลบ. และ 3 โครงการดาต้าเซ็นเตอร์จากไทย (GULF, AIS และ Singapore Telecommunications) จีน และสิงคโปร์ 9 หมื่นลบ.

 

• นายกฯ เรียก ก.ล.ต.-ตลท.-ดีเอสไอเข้าพบเพื่อหารือสถานการณ์ตลาดหุ้นไทยและความคืบหน้าการดำเนินมาตรการสร้างความเชื่อมั่นตลาดทุน เน้นย้ำ 4 เรื่องสำคัญ “ติดตามคดีเศรษฐกิจ-ปรับเกณฑ์ซื้อขาย-จัดการเรื่องฟรีโฟลตและบังคับใช้กฎหมาย

 

กลยุทธ์การลงทุน

 

ช่วงสั้นมอง SET จะฟื้นตัวได้บ้าง หลังดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงแรง 16%YTD แย่สุดในตลาดหุ้นทั่วโลกแล้ว เนื่องจากถูกกดดันทั้งจากกังวลสงครามการค้าและขาดปัจจัยหนุนในประเทศ อย่างไรก็ดีมองว่าแรงขายในภาพรวมน่าจะชะลอตัวลง เนื่องจากมีความชัดเจนของมาตรการลดหย่อนภาษีกองทุน ThaiESGX ซึ่งคาดจะจำกัดแรงขายของ LTF และมีความหวังจากเม็ดเงินลงทุนใหม่ที่จะเข้ามาในเดือน พ.ค.-มิ.ย. 2568 ขณะที่การประชุมนโยบายการเงินสัปดาห์หน้าของ FED, BoE, BoJ คาดไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยยังมีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบาย ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”

 

Daily top picks

 

‎PTT: มองราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น และเป็นหนึ่งในเป้าหมายของกองทุน ThaiESG เนื่องจากมี SETESG Rating ระดับ AAA อีกทั้งยังมีจุดแข็ง ดังนี้ 1) ปี 2568 คาดกำไรยังเติบโตได้ YoY 2) มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง และ 3) มีศักยภาพจ่ายปันผลสม่ำเสมอ โดยคาดให้ Div. Yield ปี 2568 สูงราว 7%

 

 

CPAXT: มองเป็นหุ้น Defensive ซึ่งเติบโตได้ต่อเนื่อง 1Q68 คาดกำไรจะเติบโต YoY จากยอดขายสาขาเดิมและมาร์จิ้นที่ดีขึ้น ขณะที่ปี 2568 คาดกำไรจะเติบโตดีที่สุดในกลุ่มพาณิชย์ที่ 18% ทั้งนี้หลังควบรวมกิจการคาด synergy จะเริ่มเห็นชัดเจนขึ้นในปี 2568-70 อีกทั้งมีเงินปันผลจ่ายจากกำไร 2H67 ที่หุ้นละ 0.53 บาท (XD 8เม.ย.) คิดเป็น Div. Yield 1.9%

 

 

 

You can share this post!