บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาดหุ้นไทยไปต่อ หลังปัจจัยบวกเริ่มมา ความเชื่อมั่นฟื้น วิ่งหาแวต้าน 1,200 จุด
บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้(20 มี.ค.) คาด SET แกว่งตัวขึ้นต่อ หลัง Sentiment บวกเริ่มกลับเข้ามา ความเชื่อมั่นเริ่มฟื้น ขณะที่ Fed คงดอกเบี้ยตามคาดและส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยปีนี้อีก 2 ครั้ง กด Bond Yield ปรับลง ทั้งนี้มอง SET หากขึ้นผ่าน 1200 ได้จะเป็นบวกมากขึ้น ประเมินแนวรับที่ 1185 - 1175 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1200 - 1210 จุด
ประเด็นสำคัญ
• FOMC คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 4.25%-4.50% ตามตลาดคาด ส่วนใน Dot Plot เจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณปรับลดดอกเบี้ย 2 ครั้ง รวม 0.50% ในปีนี้ ไม่เปลี่ยนแปลงจากรายงานเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว
• BoJ คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% ตามตลาดคาด และต้องใช้เวลามากขึ้นเพื่อประเมินผลกระทบจากนโยบายภาษีสหรัฐฯ ต่อเศรษฐกิจที่พึ่งพาส่งออก ขณะที่ความไม่แน่นอนในต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
• โครงการบ้านเพื่อคนไทยเฟส 1 เลื่อนเสนอต่อ ครม. ในสัปดาห์หน้าเพื่อเพิ่มรายละเอียดให้ครบถ้วนรอบคอบ และเผยเฟส 2 จะสร้าง 7,000 ยูนิตใน 5 พื้นที่ คือ กม. 11, กาญจนบุรี, ขอนแก่น, ชลบุรี และเชียงใหม่
• ธปท. เตือนแนวคิดซื้อหนี้ประชาชนและล้างเครดิตบูโรจะต้องไม่เกิดปัญหา Moral Hazard และเสนอ 3 หลักการแก้หนี้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน สนับสนุนวินัยทางการเงิน, สนับสนุนการเข้าถึงสินเชื่อในระยะต่อไป และสร้างความมั่นคงแก่ระบบการเงิน
• สมาคมโรงแรมไทยเผยไม่สนับสนุนการทำโครงการ Entertainment Complex ในจังหวัดท่องเที่ยวหลัก เพราะอยู่ในระดับ Oversupplied และเสนอทำในจังหวัดรอง สร้างจุดหมายปลายทางใหม่ แนะนำทำเลที่ไม่ไกลจาก กทม. เพื่อความสะดวกในการเดินทาง
• EIA เผยสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ในสัปดาห์ก่อนเพิ่มขึ้น 1.75 ล้านบาร์เรล สูงกว่าที่ตลาดคาด ขณะที่สต็อกน้ำมันสำเร็จรูปลดลง โดยสต็อกดีเซลลดลง 2.81 ล้านบาร์เรลและเบนซินลดลง 5.27 แสนบาร์เรล
• ตลท. จะขึ้นเครื่องหมาย SP หุ้น GULF และ INTUCH ระหว่างวันที่ 21 มี.ค. – 2 เม.ย. 2568 เพื่อจัดสรรหุ้นสามัญก่อนกลับเข้าเทรดในตลาด
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะฟื้นตัวได้บ้าง หลังดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงแรง 16%YTD แย่สุดในตลาดหุ้นทั่วโลกแล้ว เนื่องจากถูกกดดันทั้งจากกังวลสงครามการค้าและขาดปัจจัยหนุนในประเทศ อย่างไรก็ดีมองว่าแรงขายในภาพรวมน่าจะชะลอตัวลง เนื่องจากมีความชัดเจนของมาตรการลดหย่อนภาษีกองทุน ThaiESGX ซึ่งคาดจะจำกัดแรงขายของ LTF และมีความหวังจากเม็ดเงินลงทุนใหม่ที่จะเข้ามาในเดือน พ.ค.-มิ.ย. 2568 ขณะที่การประชุมนโยบายการเงิน BoJ และ FOMC มีมติคงดอกเบี้ยนโยบาย และคาด BoE จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน โดยยังมีแนวโน้มคงดอกเบี้ยนโยบาย ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”
Daily top picks
MINT: มองเป็นหุ้น Undervalued ที่คาดเป็นเป้าหมายกองทุน ThaiESGX มี SETESG Rating ระดับ AA ปี 2568 คาดกำไรปกติจะเติบโต 10%YoY มาอยู่ที่ 9.2 พันลบ. และ 1Q68 มองมีโอกาสจะรายงานกำไรปกติเล็กน้อย (+YoY, -QoQ) เนื่องจากช่วงโลว์ซีซั่นของธุรกิจโรงแรมในยุโรปจะถูกชดเชยโดยธุรกิจโรงแรมในไทยที่แข็งแกร่งและดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง
CPALL: มองราคาหุ้นมีปัจจัยกระตุ้นจากคาดเป็นหนึ่งในเป้าหมายกองทุน ThaiESGX มี SETESG Rating ระดับ AAA กำไร1Q68 คาดเติบโต YoY แรงหนุนจาก SSS และมาร์จิ้นที่ปรับตัวดีขึ้น ส่วนกำไรปี 2568 จะเติบโตดีเป็นอันดับสองในกลุ่มพาณิชย์ที่ 16% โดยการเติบโต 11% จะมาจากยอดขายและมาร์จิ้นที่ดีขึ้นจากธุรกิ
จ CVS และ 5% มาจาก CPAXT