news-details
Business

“ไมเนอร์ โฮเทลส์”ประกาศแผนปี’68 เล็งเปิด 2-3 แบรนด์ใหม่ ล่าสุดปรับกลยุทธ์รวม 8 แบรนด์รร.ในเครือไว้ภายใต้แบรนด์หลัก หวังตอบโจทย์ผู้ใช้บริการ

ไมเนอร์ โฮเทลส์ เผยแผนปี 68 เล็งเปิดตัวโรงแรม 2-3 แบรนด์ใหม่ ระดับลักชัวรี ในกลุ่มซอฟต์โฮเทล มีอัตลักษณ์ กลิ่นอายความเป็นท้องถิ่น และโรงแรมในระดับอัปสเกล หรือระดับบน ในภูมิภาคเอเชียและตะวันออกกลาง เบื้องต้นจะมีการประกาศ 2 แบรนด์ก่อนในช่วงไตรมาส 2/2568 จำนวน หวังเป็นเรือธงหลักสร้างการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต ล่าสุดปรับกลยุทธ์รวม 8 แบรนด์โรงแรมในเครือไว้ภายใต้แบรนด์หลัก หวังช่วยเสริมภาพลักษณ์-ความโดดเด่นของกลุ่มแข็งแกร่ง ตอบโจทย์ผู้ใช้บริการได้อย่างแท้จริง พร้อมปูทางการขยายพอร์ตโฟลิโอโรงแรมเพิ่มขึ้นอีก 300 แห่ง ภายในปี 2570 อีกทั้งยังเป็นการต่อยอดจากการเข้าซื้อกิจการ เอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ป (NH Hotel Group) ในปี 2561 ซึ่งปัจจุบันดำเนินงานภายใต้ชื่อ Minor Hotels Europe & Americas ที่เป็นส่วนช่วยขยายขอบเขตธุรกิจของกลุ่มให้เติบโตขึ้นถึง 3 เท่าบนเวทีโลก

 

มร. เอียน ดิ ทูลลิโอ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพาณิชย์ของ ไมเนอร์ โฮเทลส์(Minor Hotels) เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานในปี 2568 ว่า จะมีการเปิดตัวโรงแรมแบรนด์ใหม่ ประมาณ 2-3 แบรนด์เข้ามาในพอร์ต จากปัจจุบันที่มี 8 แบรนด์ ซึ่งจะเป็นโรงแรมระดับลักชัวรี อยู่ในกลุ่มซอฟต์โฮเทล หรือโรงแรมที่มีอัตลักษณ์ในการบอกเล่าเรื่องราวและกลิ่นอายความเป็นท้องถิ่น เน้นเรื่องการสร้างประสบการณ์ใหม่ ที่มีสตอรี่ รวมถึงโรงแรมในระดับอัปสเกล หรือระดับบน โดยจะเป็นการเปิดตัวโรงแรมในภูมิภาคเอเชียและตะวันออกกลาง เบื้องต้นจะมีการประกาศเปิดตัวแบรนด์ได้ในช่วงไตรมาส 2/2568 จำนวน 2 แบรนด์ใหม่ ซึ่งทั้ง 3 แบรนด์ใหม่นี้ จะเป็นเรือธงหลักในการสร้างการเติบโตให้กับบริษัทอย่างเป็นนัยสำคัญในอนาคต

 

และล่าสุดบริษัทได้ปรับอัตลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ เพื่อยกระดับและขับเคลื่อนธุรกิจการเติบโตในอนาคต ซึ่งแนวคิดหลักในการปรับโฉมหน้าแบรนด์ใหม่นี้ คือการมอบสิ่งสำคัญที่สุดให้กับแขก ทีมงาน นักลงทุน เจ้าของโรงแรม และพันธมิตรทางธุรกิจ ด้วยกลยุทธ์ในการรวมโรงแรมในเครือทั้ง 8 แบรนด์ของ ไมเนอร์ โฮเทลส์  ซึ่งได้แก่ อนันตรา (Anantara) อวานี (Avani) เอเลวาน่า คอลเลคชั่น (Elewana Collection) เอ็นเอช (NH) เอ็นเอช คอลเลคชั่น (NH Collection) นาว (nhow) โอ๊คส์ (Oaks) และ ทิโวลี (Tivoli) รวมถึงประสบการณ์การเดินทางอื่น ๆ มาไว้ภายใต้แบรนด์หลักซึ่งก็คือ ไมเนอร์ โฮเทลส์ จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์และความโดดเด่นของกลุ่มโรงแรมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในสายตาของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

“การรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่เพียงแค่สร้างอัตลักษณ์ใหม่ให้กับ ไมเนอร์ โฮเทลส์ แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการที่จะมอบประสบการณ์การบริการที่เหนือระดับในทุกมิติให้กับแขกผู้ใช้บริการ ผ่านการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลรูปแบบใหม่ โปรแกรมสมาชิกที่ใช้งานง่าย และกลยุทธ์ช่องทางการขายที่แข็งแรงยิ่งขึ้น เพื่อเป็นพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจของเจ้าของโรงแรมและนักลงทุน การรวมแบรนด์โรงแรมทั้งหมด มาไว้ภายใต้แบรนด์หลัก ไมเนอร์ โฮเทลส์ ช่วยให้เราก้าวสู่ยุคใหม่แห่งการเติบโต ที่จะทำให้ ไมเนอร์ โฮเทลส์ กลายเป็นที่จดจำในหมู่นักเดินทางเช่นเดียวกับที่ได้รับการยอมรับจากพันธมิตรของเรา”มร.เอียน กล่าว

แนวคิดหลักในการปรับโฉมหน้าแบรนด์ใหม่นี้ คือการมอบสิ่งสำคัญที่สุดให้กับแขก ทีมงาน นักลงทุน เจ้าของโรงแรม และพันธมิตรทางธุรกิจ  โดยสิ่งแรกที่ผู้ใช้บริการจะได้เห็นคือภาพลักษณ์ใหม่ที่สดใสของ ไมเนอร์ โฮเทลส์  หัวลูกศรภายในตัวอักษร “M” ในโลโก้ใหม่เป็นสัญลักษณ์ของทิศทางและการนำทาง ชี้ไปสู่การค้นพบ การเชื่อมต่อ และการผจญภัย พร้อมทั้งสะท้อนบทบาทของ ไมเนอร์ โฮเทลส์ ในการสร้างสรรค์เส้นทางแห่งประสบการณ์ที่มีความหมายสำหรับแขกผู้เข้าพัก  อัตลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ยังเสริมด้วย สีสัน ฟอนต์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ และสไตล์ภาพถ่ายที่สะดุดตา โดยอัตลักษณ์ใหม่นี้ได้รับแรงบันดาลใจจากแก่นแท้ของแบรนด์ภายใต้แนวคิด "What Matters Most" หรือ "สิ่งที่สำคัญที่สุด" ซึ่งเป็นใจความหลักที่ช่วยถ่ายทอดเรื่องราวของ ไมเนอร์ โฮเทลส์ ให้สอดคล้องกับความต้องการและความปรารถนาของลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และทีมงานทุกคน

 

ลูกค้าจะเริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับ ไมเนอร์ โฮเทลส์ ผ่านช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น แพลตฟอร์มดิจิทัล  และมือถือ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงด้านการตลาด ช่องทางการขาย และการสื่อสารภายในโรงแรมในเครือ นอกจากนี้ ไมเนอร์ โฮเทลส์ โฉมใหม่ยังจะปรากฏให้เห็นบ่อยขึ้นผ่านการสื่อสารและโฆษณาแบบหลายแบรนด์ ซึ่งใช้พลังของแบรนด์โรงแรมในเครือเพื่อเสริมสร้างการรับรู้ถึงแบรนด์หลัก

อย่างไรก็ตามแม้จะมีการปรับโฉมหน้าแบรนด์หลัก แต่โรงแรมในเครือแต่ละแบรนด์จะยังคงรักษาเอกลักษณ์เฉพาะตัวเดิมเอาไว้ ซึ่งรวมถึงเว็บไซต์และกลยุทธ์ทางการตลาดของตนเอง ขณะเดียวกัน แบรนด์เหล่านี้จะได้รับประโยชน์จากการพัฒนาแบรนด์หลัก ไมเนอร์ โฮเทลส์ ควบคู่ไปด้วย การพัฒนาในครั้งนี้ยังมาพร้อมกับการปรับโครงสร้างแบรนด์ โดยจัดกลุ่มโรงแรมออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ลักชัวรี (Luxury) พรีเมียม (Premium) และ เซเลกต์ (Select) เพื่อช่วยให้แขกสามารถเลือกโรงแรมที่เหมาะกับความต้องการของตนเองได้อย่างตรงจุด ทางกลุ่มยังมีแผนขยายพอร์ตโฟลิโอแบรนด์โรงแรมเพิ่มเติม เพื่อตอบสนองความต้องการของทั้งแขกผู้เข้าพักและเจ้าของโรงแรม

นอกจากนี้ ไมเนอร์ โฮเทลส์ ได้ปรับโฉมหน้าเว็บไซต์ minorhotels.com โดยเปลี่ยนจากเดิมที่เน้นข้อมูลองค์กรและการพัฒนา มาเป็นแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคโดยเฉพาะ โดยจะเป็นครั้งแรกที่แขกสามารถจองที่พักจากโรงแรมในเครือกว่า 560 แห่ง รวมถึงค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับจุดหมายปลายทางต่าง ๆ  ได้ครบจบภายในเว็บไซต์เดียว และในปี 2027 (พ.ศ.2570) จะเพิ่มโรงแรมอีก 300 แห่งทั่วโลก

 

อีกทั้งยังได้เปิดตัวแอปพลิเคชันมือถือใหม่ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเดียวที่รวมทุกแบรนด์ในเครือเข้าไว้ด้วยกัน แทนแอปพลิเคชันแยกตามแบรนด์โรงแรม โดยนักเดินทางสามารถใช้แอป Minor Hotels เพื่อทำการจอง จัดการการจอง ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับจุดหมายปลายทางต่าง ๆ รวมถึงติดต่อทีมโรงแรมและขอรับบริการต่าง ๆ ระหว่างการเข้าพักผ่านแอปพลิเคชันเดียวอีกด้วย

ทางกลุ่ม ยังจะพัฒนาฟังก์ชันการใช้งานและเพิ่มความเป็นส่วนตัวบนเว็บไซต์ MinorHotels.com และแอปพลิเคชัน Minor Hotels ที่รวมห้องอาหาร สปา และเวลเนส ไว้ด้วยกันกับห้องพักในที่เดียว โดยนำความชอบและข้อเสนอแนะจากลูกค้ามาใช้ในการพัฒนาเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีขึ้น

 

ไมเนอร์ โฮเทลส์ ยังคงมอบสิทธิพิเศษให้กับสมาชิกผ่านโปรแกรมสะสมคะแนนของกลุ่มพันธมิตรโรงแรมสากล (Global Hotel Alliance: GHA) โดยใช้ชื่อใหม่ Minor DISCOVERY ซึ่งจะมาแทนโปรแกรมสมาชิกเดิมของแต่ละแบรนด์โรงแรม ได้แก่ Anantara DISCOVERY, Avani DISCOVERY, NH DISCOVERY, Oaks DISCOVERY, Elewana DISCOVERY และ Tivoli DISCOVERY การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยให้สมาชิกสามารถเข้าถึงหนึ่งในโปรแกรมสะสมคะแนนของโรงแรมที่โปร่งใสและให้รางวัลคุ้มค่าที่สุดได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น โดยยังคงสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกเหมือนเดิม รวมถึงการได้รับเงินคืน 4-7% ในรูปแบบ DISCOVERY DOLLARS (D$1 = US$1) พร้อมราคาพิเศษสำหรับสมาชิก ข้อเสนอพิเศษจากโรงแรมในเครือ และสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับสมาชิกระดับสูง ซึ่งสามารถเข้าใช้งานผ่านแอปพลิเคชันได้อย่างง่ายดาย

เพื่อฉลองการเปิดตัวโปรแกรม Minor DISCOVERY สมาชิกใหม่สามารถรับ DISCOVERY DOLLARS มูลค่า $100 ได้ เพียงเข้าพักที่โรงแรมในเครือ ไมเนอร์ โฮเทลส์ ครบสองครั้ง ผู้ที่สนใจสมัครสมาชิกและต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรโมชัน สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่ minorhotels.com

 

นอกจากนี้ ไมเนอร์ โฮเทลส์ ยังเปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ Minor PRO สำหรับกลุ่มลูกค้า B2B ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ บริการ และการสื่อสารทั้งหมดสำหรับธุรกิจ นักวางแผนอีเวนต์ และตัวแทนท่องเที่ยว โดยเป็นการรวมแพลตฟอร์มเดิมของแต่ละแบรนด์ เช่น NH PRO, Anantara Journeys และ Oaks Professionals ไว้ในที่เดียว เพื่อนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มมืออาชีพเพื่อมอบประสบการณ์ที่สะดวกยิ่งขึ้น

 

มร.ดิลิป ราชากาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไมเนอร์ โฮเทลส์ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า การรีแบรนด์ครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ ไมเนอร์ โฮเทลส์ ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดบนเส้นทางแห่งความสำเร็จของเราในช่วงกว่า 50 ปีที่ผ่านมา ไม่เพียงแค่สร้างการเติบโตทางด้านรายได้และผลกำไร แต่ยังเป็นการใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของเราในด้านความหลากหลาย ความเชี่ยวชาญ และศักยภาพของทีมงาน เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว และลงทุนเพื่อยกระดับประสบการณ์ของแขกผู้เข้าพัก การรวมทุกแบรนด์โรงแรมและประสบการณ์การท่องเที่ยวทั้งหมดไว้ภายใต้ชื่อ ไมเนอร์ โฮเทลส์ จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งของเราในอุตสาหกรรมการบริการ และสนับสนุนเป้าหมายการเติบโตของเราให้สำเร็จลุล่วง

การพัฒนาแบรนด์ครั้งนี้นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ ไมเนอร์ โฮเทลส์ นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของบริษัทย้อนกลับไปในปี 2521 (1978) เมื่อ วิลเลียม อี. ไฮเน็ค ผู้ก่อตั้งบริษํท ได้เข้าซื้อกิจการโรงแรม Royal Garden Resort ในพัทยา จากวันนั้นจนถึงปัจจุบัน ไมเนอร์ โฮเทลส์ ได้เติบโตจนกลายเป็นหนึ่งในผู้นำระดับโลกด้านธุรกิจโรงแรม ด้วยโรงแรมในเครือมากกว่า 560 แห่งใน 58 ประเทศ การเติบโตของบริษัทขับเคลื่อนผ่านการขยายแบรนด์ระดับลักชัวรีอย่าง อนันตรา (Anantara) และแบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมอย่าง อวานี (Avani) รวมถึงการเข้าซื้อกิจการโรงแรม เอเลวาน่า คอลเลคชั่น (Elewana Collection) โอ๊คส์ (Oaks) ทิโวลี (Tivoli) และ เอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ป (NH Hotel Group) ซึ่งประกอบด้วย เอ็นเอช (NH) เอ็นเอช คอลเลคชั่น (NH Collection) และ นาว (nhow)

  

ไมเนอร์ โฮเทลส์ (Minor Hotels)

ไมเนอร์ โฮเทลส์ เป็นบริษัทผู้ดำเนินธุรกิจการบริการระดับโลก โดยปัจจุบันมีโรงแรม รีสอร์ท และที่พักอาศัย จำนวนมากกว่า 560 แห่งใน 58 ประเทศ ในฐานะเจ้าของ โรงแรม ผู้ดำเนินการ และนักลงทุน ไมเนอร์ โฮเทลส์ตอบสนองความต้องการและความปรารถนาของนักเดินทางทั่วโลกผ่าน 8 แบรนด์โรงแรม ได้แก่ อนันตรา อวานี เอเลวาน่า คอลเลคชั่น เอ็นเอช เอ็นเอช คอลเลคชั่น นาว โอ๊คส์ และทิโวลี รวมถึงคอลเลคชั่นต่างๆ ของธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ไมเนอร์ โฮเทลส์ โดยมีแผนเร่งขยายเป้าหมายการเติบโตในระดับโลกอย่างรวดเร็ว โดยตั้งเป้าเพิ่มโรงแรมมากกว่า 280 แห่งภายในสิ้นปี 2570 นอกจากนี้ ไมเนอร์ โฮเทลส์ เป็นสมาชิกที่ของ Global Hotel Alliance (GHA) ซึ่งเป็นพันธมิตรแบรนด์โรงแรมอิสระที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีโปรแกรมสะสมคะแนน GHA DISCOVERY สำหรับลูกค้า

ไมเนอร์ โฮเทลส์ เผยแผนปี 68 เล็งเปิดตัวโรงแรม 2-3 แบรนด์ใหม่ ระดับลักชัวรี ในกลุ่มซอฟต์โฮเทล มีอัตลักษณ์ กลิ่นอายความเป็นท้องถิ่น และโรงแรมในระดับอัปสเกล หรือระดับบน ในภูมิภาคเอเชียและตะวันออกกลาง เบื้องต้นจะมีการประกาศ 2 แบรนด์ก่อนในช่วงไตรมาส 2/2568 จำนวน หวังเป็นเรือธงหลักสร้างการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต ล่าสุดปรับกลยุทธ์รวม 8 แบรนด์โรงแรมในเครือไว้ภายใต้แบรนด์หลัก หวังช่วยเสริมภาพลักษณ์-ความโดดเด่นของกลุ่มแข็งแกร่ง ตอบโจทย์ผู้ใช้บริการได้อย่างแท้จริง พร้อมปูทางการขยายพอร์ตโฟลิโอโรงแรมเพิ่มขึ้นอีก 300 แห่ง ภายในปี 2570 อีกทั้งยังเป็นการต่อยอดจากการเข้าซื้อกิจการ เอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ป (NH Hotel Group) ในปี 2561 ซึ่งปัจจุบันดำเนินงานภายใต้ชื่อ Minor Hotels Europe & Americas ที่เป็นส่วนช่วยขยายขอบเขตธุรกิจของกลุ่มให้เติบโตขึ้นถึง 3 เท่าบนเวทีโลก

 

 

You can share this post!