การเดินทางท่องเที่ยวด้วยรถยนต์เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้เหล่านักท่องเที่ยวได้สัมผัสการท่องเที่ยวแบบเต็มอิ่ม โดยเฉพาะการขับข้ามพรมแดนที่เปิดประสบการณ์การเดินทางสู่โลกกว้างที่น่าประทับใจมากยิ่งขึ้น ล่าสุด นิสสันได้จัดทริปสุดพิเศษแนะนำเส้นทางเดินทางข้ามพรมแดนจากหาดใหญ่ ประเทศไทย ไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย พร้อมทดสอบสมรรถนะของ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ รถยนต์พลังไฟฟ้า 100% ตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะแหล่งผลิตรถยนต์นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ และส่งออกไปยังทั่วภูมิภาคอาเซียน โดยล่าสุดได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศมาเลเซียเป็นที่เรียบร้อย
ขับสนุกทุกเส้นทาง แถมไร้กังวลตลอดทริป
ทริปนี้ไม่ใช่แค่การขับรถเที่ยวทั่วๆไป นิสสันชวนเดินทางด้วย Nissan Kicks e-POWER 2nd Generation รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% จากไทยไปมาเลเซีย ที่ให้ทั้งความตื่นเต้นเร้าใจจากอัตราเร่งที่ทรงพลัง แต่นุ่มนวล ออกตัวได้เร็ว แรงดั่งใจ ไร้กังวลจากการหาจุดชาร์จไฟฟ้าเพราะระบบ e-POWER ที่เป็นเทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะของนิสสัน ช่วยเปลี่ยนน้ำมันเป็นไฟฟ้าได้โดยตรง ทำให้สามารถขับระยะไกลในทริปนี้ได้สบายกว่า 650 กิโลเมตร โดยให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้ท้าทายโดยใช้น้ำมันเพียงหนึ่งถังเท่านั้นตลอดการเดินทาง มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยและความสะดวกสบายครบครัน และไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่อย่างใด แถมยังขับสนุกตลอดทางด้วยเส้นทางภูเขาที่มีความสวยงาม และจุดแวะเที่ยวเด็ดๆ มากมาย เหมาะสำหรับสายขับรถเที่ยว ที่ต้องการทั้งความสนุกในการขับขี่และความสะดวกสบาย
แชร์เส้นทาง Road Trip ไทย-มาเลเซีย พร้อมจุดเช็คอินสุดชิค
จุดเริ่มต้น: หาดใหญ่ เมืองคึกคักแห่งภาคใต้
เริ่มต้นความสนุกและเตรียมความพร้อมกันที่หาดใหญ่ สีสันแห่งภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งเป็นย่านการค้าที่คึกคักและยังเป็นแหล่งรวมอาหารชื่อดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็นติ่มซำ หรือโรตี-ชาชัก ที่หลายคนต้องแวะลองเมื่อมาถึง
เมื่อพร้อมแล้วจึงมุ่งหน้าสู่เบตง ด้วยระยะทางประมาณ 150 กิโลเมตร โดยเส้นทางจากหาดใหญ่ไปเบตงถือเป็นการท้าทายความสามารถของคนขับด้วยเส้นทาง โค้งตัว S และถนนขึ้นลงเขา เต็มไปด้วยแนวต้นไม้เขียวขจีและเนินเขาสูงชันตลอดเส้นทาง ซึ่งสามารถขับขึ้นลงเขาได้อย่างมั่นใจ ด้วยการใช้งานเทคโนโลยีคันเร่งอัจฉริยะ หรือ e-Pedal Step ของ Nissan Kicks e-POWER ที่ช่วยลดการใช้เบรกซ้ำๆ เมื่อต้องขับผ่านโค้งและเส้นทางคดเคี้ยว อีกทั้งความคล่องตัวของรถที่มีขนาดและรูปทรงเหมาะสม ทำให้การขับขี่ในสภาพถนนเช่นนี้สามารถทำได้อย่างสบายๆ นอกจากนี้แรงบิดของมอเตอร์ไฟฟ้ายังทำให้เร่งแซงง่ายและขับขึ้นเขาได้สบายกว่าเดิม
จุดแวะพักไฮไลต์: สะพานโต๊ะกูแช ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่จะได้แวะพักชมทัศนียภาพอันน่าทึ่งของทะเลสาบฮาลา-บาลา และ อุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ ไฮไลต์ของเมืองชายแดนที่ไม่ควรพลาด
จากเบตง มุ่งสู่อิโปห์ ระยะทาง 250 กิโลเมตร
หลังจากผ่านชายแดนที่อำเภอเบตง ถนนจะแคบลง มีทางขึ้นลงเนินผ่านภูมิประเทศที่เป็นภูเขา ยังคงเป็นทางเขาที่สวยงาม แต่อาจจะแปลกตาจากภูมิประเทศที่ต่างกันระหว่างไทยและมาเลเซีย โดยเฉพาะเมื่อผ่านโซนหุบเขา Lenggong Valley ในรัฐเประ ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกยูเนสโกที่มีธรรมชาติสวยงามตระการตา โดยตลอดทั้งเส้นทางเพื่อนคู่ใจอย่างระบบ NissanConnect ที่ช่วยเชื่อมต่อแอพพลิเคชันนำทาง เปิดเพลงโปรดจากแอพสตรีมมิ่งเพลงชื่อดังได้อย่างลื่นไหล ทำให้การเดินทางไกลเป็นเรื่องสนุก ไม่น่าเบื่อ และ ที่ชาร์จไร้สาย ช่วยให้โทรศัพท์มีแบตเตอรี่พร้อมใช้งานตลอดเวลา โดยไม่ต้องกังวลเรื่องพกสายชาร์จ
จุดแวะพักไฮไลต์: แวะเติมคาเฟอีนด้วยกาแฟคุณภาพที่ร้านคาเฟ่ชื่อดังอย่าง White Coffee คาเฟ่ในตำนานแห่งเมืองอิโปห์ ที่มีชื่อเสียงขึ้นชื่อ 1 ใน 4 ของเอเชียที่เป็นสุดยอดด้านกาแฟ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกาแฟขาวสูตรต้นตำรับแสนอร่อย นอกจากนี้บริเวณเมืองอิโปห์ยังมีสตรีทอาร์ตและตึกเก่าเมืองอิโปห์ ซึ่งอุดมไปด้วยสถาปัตยกรรมจากยุคอาณานิคม เหมาะมากสำหรับสายถ่ายรูป
อิโปห์ สู่ กัวลาลัมเปอร์ ระยทาง 250 กิโลเมตร
เข้าสู่การเดินทางวันสุดท้าย ซึ่งมุ่งหน้าสู่กัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงของประเทศมาเลเซีย เส้นทางเริ่มจากการขับผ่านย่านเมืองเก่าของอิโปห์ ก่อนเข้าสู่เส้นทางหลวงที่ตรงยาว ระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร ซึ่งระหว่างขับขี่จะได้สัมผัสความทรงพลังของมอเตอร์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ
เมื่อเข้าใกล้กัวลาลัมเปอร์ เส้นทางเปลี่ยนจากทางหลวงสู่ถนนในเมืองใหญ่ที่คึกคักและเต็มไปด้วยการจราจรและด้วยเทคโนโลยี Nissan 360 Safety Shield ที่จัดเต็มมากับ Nissan Kicks e-POWER ช่วยให้การขับขี่ในเมืองใหญ่เป็นเรื่องง่ายและมั่นใจทุกเส้นทาง โดยเมื่อเข้าสู่เขตมหานครที่มีการจราจรหนาแน่น กล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor) และ เทคโนโลยีเตือนวัตถุเคลื่อนไหวรอบคัน (Moving Object Detection) ทำให้ควบคุมรถในพื้นที่แคบทำได้อย่างสะดวกง่ายดาย ขณะที่การเดินทางด้วยความเร็วบนถนนหลวง เทคโนโลยีความปลอดภัย อาทิ ระบบเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning) ที่แจ้งเตือนผู้ขับขี่เมื่อมีรถอื่นเข้ามาในจุดที่มองไม่เห็น หรือระบบเตือนการชนด้านหน้าอัจฉริยะ (Intelligent Forward Collision Warning) ระบบเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (Intelligent Forward Emergency Braking) และอีกหลากหลายฟังก์ชันล้ำสมัย จะช่วยเสริมความมั่นใจในทุกพื้นที่ที่การจราจรต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
จุดแวะพักไฮไลต์: ตึกแฝดเปโตรนาส แลนด์มาร์กสุดฮิปของกรุงกัวลาลัมเปอร์ จุดหมายปลายทางหลักทริปนี้ ที่ทุกคนต้องมาถ่ายรูปเช็คอิน
เดินทางชิลๆ หมดห่วงเรื่องหาจุดชาร์จไฟ กับ Nissan Kicks e-POWER 2nd Generation
นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ให้ประสบการณ์การขับขี่ด้วย มอเตอร์ไฟฟ้า 100% ที่มอบแรงบิดดี ขับสนุก และเงียบ แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องการหาจุดชาร์จไฟฟ้า ด้วยเทคโนโลยี e-POWER เจเนอเรชัน 2 ที่เปลี่ยนน้ำมันเป็นพลังงานไฟฟ้า ให้ฟีลขับสนุกแบบ EV โดยไม่ต้องเสียบปลั๊ก รุ่นใหม่นี้มาพร้อมแรงบิดที่ดีขึ้นกว่าเดิม ทำให้ เร่งแซงง่าย ขับขึ้นทางชันลื่นไหล และระบบขับขี่เงียบกว่าเดิม ทำให้การเดินทาง ผ่อนคลายและสนุกขึ้น นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี e-Pedal Step ที่ช่วยให้การควบคุมรถทำได้ง่ายดายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเส้นทางที่มีการจราจรหนาแน่นหรือถนนขึ้นลงเขา โดยสามารถใช้ได้ในโหมดการขับขี่แบบ อีโค (Eco) และ แบบสปอร์ต (Sport)
บทสรุปว่าทำไมต้องลอง Road Trip ไทย-มาเลเซีย กับ Nissan Kicks e-POWER
-Road Trip ขับสนุกเต็มที่ ด้วยเส้นทางที่หลากหลาย ทั้งเนินเขา ทางโค้งตัว S ไฮเวย์ และถนนในเมือง พร้อมวิวสวยตลอดทาง
-เหมาะกับสายเที่ยว & รักษ์โลก ที่ต้องการประสบการณ์ใหม่ในการเดินทางที่ให้การขับขี่ที่เหนือชั้น แบบรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ 100% ไร้กังวลเรื่องการหาจุดชาร์จไฟ อีกทั้งประหยัดน้ำมันเชื้อเพลงที่พิสูจน์แล้วโดยการเดินทางกว่า 650 กิโลเมตรด้วยน้ำมันเพียงหนึ่งถัง
-เทคโนโลยี e-POWER Gen 2 มอบประสบการณ์ขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น ทั้งความเงียบ แรงบิด และการตอบสนองที่ฉับไว เช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า แต่ไม่ต้องกังวลกับการชาร์จไฟฟ้า
-Nissan Kicks e-POWER เป็นรถยนต์คุณภาพ การันตีโดยได้รับรางวัล Car of the Year ปี 2025 สาขา Best Hybrid SUV under 1,300 cc
นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ เปิดตัวครั้งแรกในอาเซียนที่ประเทศไทยในปีพ.ศ. 2563 และนับตั้งแต่นั้นมาก็ได้ขยายไปยังตลาดรวม 6 แห่งในอาเซียน ได้แก่ ประเทศไทย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และล่าสุดคือ มาเลเซีย ถือเป็นการตอกย้ำความพยายามของนิสสันในการนำการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ามาสู่ตลาดต่างๆ ทั่วทั้งภูมิภาค
หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์การเดินทางแบบใหม่ที่ให้ทั้งความสนุกและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม Nissan Kicks e-POWER อาจเป็นคำตอบที่คุณกำลังมองหา พร้อมพาคุณไปสนุกให้สุดในทุกการเดินทาง