news-details
Business

CRG ประกาศแผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนปี’68 ทุ่มงบ 1.2 พันล้านบาท ด้วยแผนขับเคลื่อนองค์กรโต ผ่าน 4 กลยุทธ์ เตรียมพร้อมรับมือความท้าทาย 8 เทรนด์อุตสาหกรรมอาหารไทย

“ซีอาร์จี” ผู้นำธุรกิจเชนร้านอาหารระดับแถวหน้าของไทย พร้อมนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมุ่งหน้าสู่ความท้าทายบทใหม่ ประกาศเดินเครื่องเต็มกำลัง ทุ่มงบ 1,200ล้านบาท รุกตลาดปี 68 ด้วยแผนขับเคลื่อนองค์กรเติบโต ด้วย 4 กลยุทธ์หลัก เติบโต – ขับเคลื่อน – เสริมสร้าง – ยั่งยืน พร้อม ชู Delicious Lab ทีมนักพัฒนาสร้างสรรค์ความอร่อยที่เหนือกว่า รังสรรค์เมนูที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยวัตถุดิบคุณภาพ และรสชาติที่ถูกใจคนยุคใหม่ พร้อมตั้งการ์ดรับมือ 8 เทรนด์อุตสาหกรรมอาหารไทย ยังมีความท้าทาย พร้อมต่อยอดสู่ความสำเร็จ หวังรายได้เพิ่ม 13% พร้อมเปิดสาขาใหม่กว่า 120 - 140 สาขา เตรียมเล็งแบรนด์ใหม่เสริมทัพ เปิดโอกาสพาร์ตเนอร์จับมือสร้างความมั่นคั่งไปพร้อมกัน ตั้งเป้าโกยยอด 17,900 ล้านบาท ทะยานสู่ความแข็งแกร่งและการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ

 

นายณัฐ วงศ์พานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) เปิดเผยถึงภาพรวมธุรกิจร้านอาหารใน ปี 2567 ที่ผ่านมาว่า มีความท้าทายจากหลายสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็น การเปิดตัวแบรนด์ร้านอาหารใหม่ ๆ ที่เพิ่มการแข่งขันในตลาด ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก รวมไปถึงพฤติกรรมของกลุ่มผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ซีอาร์จีเติบโต 9% ปิดรายได้ทะลุ 15,800 ล้านบาท มีจำนวนสาขามากกว่า 1,300 สาขาทั่วประเทศ และเปิด 2 แบรนด์น้องใหม่ ได้แก่ NAMA Japanese and Seafood Buffet และ Katsu Midori Sushi พร้อมทั้งปรับโฉม Katsuya Flagship @ Central World เป็นต้น

“ปี 67 เราสร้างความสำเร็จ เป็นที่น่าจดจำและถูกพูดถึงในวงกว้างจากกลยุทธ์ที่หลากหลาย ตอบโจทย์และเข้าถึง เริ่มจาก แบรนด์ MISTER DONUT เปิดตัว White Pon De Ring สร้างปรากฏการณ์ยอดขายทะลุ 3.6 ล้านชิ้น สร้างรายได้แตะ 70  ล้านบาท ต่อด้วยการปรับโฉมร้าน KFC สาขาแรกของไทย ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว ด้วยการพาย้อนความทรงจำในวันวาน ท่ามกลางความล้ำนำสมัยของจุดคีออสสั่งอาหาร รวมถึงการสร้างบรรยากาศ Japanese style ผสานความดั้งเดิมแบบโมเดิร์นได้อย่างลงตัวของ KATSUYA Flagship Store สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ จนสามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังต่อยอดสร้างกระแสไวรัลกับวิดีโอคลิป How To Cook จากแบรนด์ PEPPER LUNCH เผยขั้นตอนวิธีปรุงความอร่อยจนเกิดเป็นกระแสลองทำตาม ต่อด้วย AUNTIE ANNE’S Meet & Eat Wish Gulf การดึงศิลปินวัยรุ่น กลัฟ - คณาวุฒิ เป็นพรีเซ็นเตอร์ สื่อสารเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็น Gen Z อย่างได้ผล นอกจากนี้ยังเปิดแบรนด์ใหม่ 2 แบรนด์ NAMA Japanese and Seafood Buffet และ Katsu Midori Sushi” นายณัฐ กล่าว

ทั้งนี้บริษัทฯมีความตั้งใจสร้างสรรค์ทุกแบรนด์ในเครือให้เป็นมากกว่าร้านอาหาร พร้อมส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษในทุกมื้อและทุกวัน ส่งผลให้แบรนด์ในเครือ และ ซีอาร์จี ได้รับรางวัลการันตีผลงานด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ รางวัล Marketeer : No.1 Brand Thailand 2023 ของแบรนด์ MISTER DONUTในหมวดร้านโดนัทยอดนิยมสูงสุดต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 และ AUNTIE ANNE’S รับรางวัลในหมวดร้านเบเกอรี่เฉพาะทางต่อเนื่องเป็นปีที่ 3, รางวัล สถานที่ทำงานยอดเยี่ยม Great Place To  Work รวมไปถึงรางวัลองค์กร ที่สนับสนุนงานด้านคนพิการ ระดับดีเยี่ยมต่อเนื่อง 10 ปีติดต่อกัน โดยกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นต้น”

นอกจากนี้ ยังมุ่งมั่นในการดำเนินโครงการ CSR อย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการ KFC Harvest บริจาคไก่ทอดรวมกว่า 700,000 ชิ้น มูลค่า 32 ล้านบาท, โครงการ CRG Surplus Food โดยแบรนด์ MISTER DONUTบริจาคโดนัทส่วนเกินจากการจัดจำหน่าย ให้แก่มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (ประเทศไทย) และ มูลนิธิ วีวี แชร์ รวมจำนวนกว่า 700,000 ชิ้น, โครงการ ฟาร์มสามารถ ที่ SALAD FACTORY สนับสนุนงบประมาณรวม  1 ล้านบาท รวมถึง โครงการ ไม่เทรวม x CPN โดยแบรนด์ส่วนใหญ่ของ CRG ได้เข้าร่วมโครงการนี้ ซึ่งสามารถลดปริมาณขณะอาหารก่อนนำไปทิ้งฝังกลบได้กว่า 75 ตัน

นายณัฐ  กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันธุรกิจร้านอาหารมีการแข่งขันที่สูงมาก เพราะใช้งบลงทุนไม่สูงมากนัก และบริษัทฯเองก็เป็นหนึ่งในจำนวนดังกล่าวที่ชอบการแข่งขัน และเชื่อว่าในปี 2568 การแข่งขันในธุรกิจอาหารก็จะรุนแรงมากขึ้น แต่เชื่อว่ากำลังซื้อยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในช่วงระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมาภาพรวมตลาดจะทรงตัวเล็กน้อย แต่ก็เป็นในมุมบววก สำหรับแผนในปี 2568 นั้น บริษัทตั้งงบลงทุนประมาณ 1,200 ล้านบาท แบ่งเป็นการขยายสาขา 800 ล้านบาท ,รีโนเวท 200 ล้านบาท และลงทุนด้านอื่นๆ 200 ล้านบาท ทั้งนี้การลงทุนของบริษัทฯจะมีทั้งรูปแบบของแฟรนไชส์และร่วมทุนกับพันธมิตร โดยพยายามที่จะลดการทำแบรนด์ของตัวเองให้น้อยเอง เพื่อเลี่ยงความเสี่ยง โดยปัจจุบันบริษัทฯมีสัดส่วนรายได้จากการร่วมทุนประมาณ 20% ซึ่งบริษัทฯพยายามที่จะเพิ่มสัดส่วนดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

ส่วนการที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีการประกาศดำเนินนโยบายปรับขึ้นภาษีนั้น มองว่าต้นทุนในบางธุรกิจก็มีการปรับขึ้นอยู่แล้ว แต่วัตถุดิบบางอย่างก็เป็นการขึ้นตามเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งในส่วนของบริษัทฯนั้นพยายามที่จะตรึงราคาสินค้าในเครือให้นานที่สุด

สำหรับเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ได้ทำให้ลูกค้าที่ใช้บริการร้านค้าในเครือของบริษัทเกิดอาการตื่นตกใจ และรีบหาที่หลบภัยก่อนอย่างเร่งด่วน จึงไม่มีโอกาสชำระเงินค่าอาหาร ส่งผลให้ในวันดังกล่าวบริษัทฯได้รับผลกระทบด้านยอดขายประมาณ 20-30% ซึ่งเข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดี และยินดีที่จะยกผลประโยชน์ดังกล่าวในลูกค้า

ทั้งนี้ทุกความสำเร็จเป็นเหมือนพลังสำคัญ ให้ซีอาร์จีเดินหน้าก้าวต่อไปในปี 2568 นี้ ซึ่งบริษัทฯ คาดการณ์ภาพรวมอุตสาหกรรมอาหารในประเทศไทยออกมาเป็น 8 เทรนด์สำคัญ ได้แก่   

1.ภาพรวมตลาดธุรกิจร้านอาหารในปี 2568 จะเติบโตอยู่ที่ราว 5 - 7% มูลค่ารวม 572,000 ล้านบาท           

2.แบรนด์ร้านอาหารหน้าใหม่ยังคงตบเท้าเข้าสู่ตลาดอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะอยู่รอดในตลาดหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งและการบริหารจัดการในระยะยาว

3.การวางแผนรับมือกับความท้าทายในอุตสาหกรรมอาหาร ที่ต้องแข่งขันกับแบรนด์เกิดใหม่ และแบรนด์จากต่างประเทศ

4.แนวโน้มความนิยมสินค้าหรือการบริการในระดับพรีเมี่ยมที่เพิ่มสูงขึ้น ลูกค้ายอมจ่ายแพงเพื่อแลกกับคุณภาพที่ดีกว่า ไม่ว่าจะเป็น วัตถุดิบ หรือ แพกเกจจิ้ง

5.วงจรของแบรนด์สินค้าจะมีอายุที่สั้นลง เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เบื่อง่าย เปิดใจทดลองอาหารหรือการบริการใหม่อยู่ตลอดเวลา

6.แบรนด์ต้องปรับตัวให้เข้ากับทุกสถานการณ์ ทันกระแส และวางแผนการสื่อสารได้อย่างถูกต้องเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในทุกแพลตฟอร์ม       

7.ทางรอดของแบรนด์คือการพัฒนาแบบไม่หยุดนิ่ง ปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา

8.ความท้าทายในเรื่องการบริหารจัดการค่าแรงพนักงาน ต้นทุนวัตถุดิบที่มีแนวโน้มขยับตัวสูงขึ้นกว่าปีก่อน

 

โดยในปี 2568 ซีอาร์จีได้กำหนดแนวทางขับเคลื่อนธุรกิจ ด้วย 4 กลยุทธ์หลัก ผลักดันการเติบโตตามเป้าหมายอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย

1.GROW : วางแผนต่อยอดธุรกิจ สร้างการเติบโตจากธุรกิจเดิมที่มีอยู่ พร้อมขยายสาขาในแบรนด์ที่มีกำไร อาทิ “เคเอฟซี” “มิสเตอร์ โดนัท” “อานตี้ แอนส์” “โอโตยะ” “คัตสึยะ” “ส้มตำนัว” “สลัดแฟคทอรี่” “ชินคันเซ็น ซูชิ” “นักล่าหมูกระทะ” และสร้างแบรนด์ดิ้ง ตลอดจนไม่หยุดนิ่งคิดค้นพัฒนา ให้ความสำคัญในเรื่องการพัฒนาสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยทีม Delicious lab” ซึ่งในปี 2567 ที่ผ่านมาได้พัฒนาสินค้าใหม่ ออกจำหน่ายกว่า 500 เมนู คิดเป็นสัดส่วน 15% ของยอดขาย โดยบุคลากรในทีมมีความหลากหลาย ทั้งด้านประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญ ประกอบด้วย แม่ครัวที่ประสบการณ์มากกว่า 20 ปี และเด็กรุ่นใหม่ที่จบด้าน Food science และคหกรรม มีทักษะสูงในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ มี passion กับการกิน (Foodie) ซึ่งความแตกต่างในกลุ่มช่วงอายุ ทำให้เราสามารถพัฒนาสินค้าที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย โดยเน้นการพัฒนาสินค้าที่มีรสชาติอร่อย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และกระแสการบริโภคใหม่ ๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ

2.DRIVE : ขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย ภายใต้ 3C Actions ได้แก่ Cost บริหารจัดการต้นทุน และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด Capex เน้นการลงทุนให้เกิดประโยชน์สูงสุด และ Cash Flow การบริหารกระแสเงินสด ตลอดจน การลงทุน ให้มีความคล่องตัวมากขึ้น พร้อมนำเทคโนโลยีมาใช้บริหารจัดการร้านอาหารมากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและบริการ เช่น Self-ordering kiosk, Service robot, Tablet ordering

3.BUILD : เติมเต็มความแข็งแกร่ง ร่วมพัฒนาธุรกิจ และให้ความสำคัญในกลุ่ม JV Partner โดยตั้งเป้าขยายมากกว่า 25 สาขา พร้อมเฟ้นหาแบรนด์ที่มีศักยภาพในการเติบโต เพื่อเสริมความแกร่งให้พอร์ตโฟลิโอ ซึ่งตามแผนงานบริษัทฯ ตั้งเป้าเพิ่มอีก 2 - 3 แบรนด์ในปีนี้ ในกลุ่มชาบู และปิ้งย่าง ภายใต้ CRG Ecosystem ให้พันธมิตรร่วมกันเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน

4.SUSTAIN : ผลักดันความยั่งยืนทุกมิติ : หนึ่งในพันธกิจสำคัญด้านความยั่งยืนด้วย CRG” STRATEGY  

- CARE for People & Partner การดูแลบุคลากร และ พันธมิตรด้านธุรกิจ พร้อมเปิดกว้างรับความหลากหลาย สร้างความเท่าเทียม และสร้างสมดุลในการทำงานเพื่อให้พนักงานมีความสุข มีความผูกพันกับองค์กร ตลอดจนการสร้างประโยชน์ทางธุรกิจร่วมกับพันธมิตรอย่างมีธรรมาภิบาล

- REDUCE Greenhouse Gases ให้ความสำคัญในเรื่องสิ่งแวดล้อม ด้วยการประหยัดพลังงาน และการใช้พลังงานทดแทน โดยตั้งเป้าลดการใช้พลังงานลง 2% ซึ่งในปี 2567 ร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญ ขยายการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 3 แห่ง ไปยังสาขาของแบรนด์เคเอฟซี และ แบรนด์สลัดแฟคทอรี่ รวมปัจจุบันมีการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 16 แห่ง สามารถผลิตไฟฟ้าได้  963,512.59 กิโลวัตต์ชั่วโมง คิดเป็นร้อยละ 0.96 ของการใช้พลังงานทั้งหมด สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 481.66 tCO2e ถือได้ว่าเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงานหมุนเวียน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างแนวทางการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับเป้าหมายด้าน ESG และสนับสนุนเป้าหมายด้าน Net Zero ขององค์กร

- GREEN Waste & Environment ลดปริมาณขยะอาหารที่เกิดจากการใช้วัตถุดิบในกระบวนการผลิตอาหาร ดำเนินงานต่อเนื่องในโครงการ CRG Food Waste : Journey to Zero ร่วมมือกับ เซ็นทรัลพัฒนาในโครงการ “ไม่เทรวม” และ CRG Surplus Food โครงการส่งมอบอาหารคุณภาพดีส่วนเกินจากการจำหน่าย ให้กับ มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (ประเทศไทย) หรือ เอสโอเอส ประเทศไทย และมูลนิธิ วีวี แชร์ เพื่อไปบริจาคให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือด้านอาหาร ผู้ยากไร้ กลุ่มเปราะบาง โดยบริจาคโดนัทจากแบรนด์มิสเตอร์ โดนัท

ในอนาคตบริษัทฯยังให้ความสนใจที่จะนำแบรนด์ที่ตลาดมีการแข่งขันสูง แต่ทางบริษัทฯยังไม่เคยนำมาทำตลาดเอง ดังนั้นจึงให้ความสนใจธุรกิจชาบูมาไว้ในร้านโอโตยะ เพราะมองว่ายังมีโอกาสในการทำตลาด

ด้านนายกณพ ศรีอาวุธ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่าย Food Innovation บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด ในฐานะผู้นำทีม Delicious Lab ด้วยคอนเซ็ปต์ “Where Innovation Meets Taste” หรือ “ผสานนวัตกรรม สู่รสชาติที่เหนือกว่า” กล่าวว่า ปัจจุบันผู้บริโภคได้รับอิทธิพลจากสื่อโซเชียล โดยทีมทำหน้าที่ในการพัฒนาสินค้าจากการสำรวจตลาด ศึกษาลูกค้า วิเคราะห์ข้อมูล โดยทำงานร่วมกับฝ่ายการตลาด จนไปถึง Partner และ Supplier จนกว่าจะเป็นสินค้าใหม่ออกมา ซึ่งจะโฟกัสกลยุทธ์ใน  3 เรื่องหลัก ได้แก่

1.Quality = Delicious จากปีที่ผ่านมาเราสร้างการเติบโตด้วยวิธีการรับประทานใหม่ ๆ เช่นการรับประทาน Tonkatsu Nabe ทั้งแบบ Sukiyaki, Cheese sauce โดยปีนี้ จะชูจุดแข็งของคุณภาพวัตถุดิบ ซึ่งลูกค้าหลายรายยังไม่ทราบว่าร้าน Katsuya และ Ootoya เราใช้หมูสด ไม่แช่แข็ง เกล็ดขนมปังชั้นดี ซอสที่คัดสรร และปรุงจากวัตถุดิบคุณภาพดี ทั้งนี้บริษัทฯจะยังพัฒนาคุณภาพต่อในส่วนของกลุ่ม Bakery cuisine ทั้งความนุ่ม ความสดใหม่ของการผลิต

2.Premium Affordable การที่แบรนด์ของบริษัทฯเข้าถึงลูกค้าในวงกว้าง การนำเสนอสินค้าใหม่ ๆ ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความคุ้มค่า การใช้วัตถุดิบพรีเมี่ยม หรือนำเข้า โดยเป็นรสชาติ และ Taste profile ที่ลูกค้ารับรู้อยู่แล้วว่าเป็นของดี ของแพง แต่ราคาเข้าถึงได้ง่าย เช่น อานตี้ แอนส์ ซึ่งบริษัทฯประสบความสำเร็จทุกครั้ง ที่ออกโปรโมชั่นเกี่ยวกับทรัฟเฟิล แฮมชีส หรือล่าสุดการเติมไข่กุ้ง (เอบิโกะ) ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ทั้งนี้บริษัทฯยังใช้กลยุทธ์นี้ในแบรนด์อื่น ๆ

3.Innovation คือการตอกย้ำการเป็นผู้นำในด้านนวัตกรรม แป้งโดนัทชนิดใหม่ ๆ เช่นในปีที่ผ่านมา เราประสบความสำเร็จอย่างมากจากโดนัท ไวท์พอนเดอริง และแป้งข้าวญี่ปุ่นคุมาโมโต้ ซึ่งนำเสนอเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบที่คนไทยชื่นชอบ ในปีนี้บริษัทฯยังต่อยอดจากความสำเร็จด้วย โดนัท ไวท์ พอนเดอริง สตรอเบอรี่  ที่มีไอเดียจากความนิยมในการทานสตรอเบอรี่คู่กับนมข้นหวานของชาวญี่ปุ่น แต่เรามาปรับการนำเสนอเป็น โดนัท ไวท์ พอนเดอริง ที่มีสีชมพูสดใสของรสชาติสตรอว์เบอร์รี่

จับตากลยุทธ์แห่งปี 2568 กับการถือธงนำธุรกิจเชนร้านอาหารของซีอาร์จี ในปีแห่งความท้าทาย กับการขับเคลื่อนแบรนด์ 21 แบรนด์ พร้อมแบรนด์ใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาเสริมทัพ รวมความยิ่งใหญ่กับสาขากว่า 1,300 แห่งทั่วประเทศ

 

เกี่ยวกับบริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด

บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (Central Restaurants Group: CRG) หนึ่งในผู้นำธุรกิจร้านอาหารเครือข่าย (Food Chain Industry) ของประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นในปี 2521 มีเจตนารมณ์และวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจเพื่อตอบสนองความต้องการในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคชาวไทยด้วยผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณภาพ และบริการที่ดีเลิศ โดยปัจจุบัน ซีอาร์จี ในฐานะผู้รับสิทธิ์ (Franchisee) ที่มีความชำนาญ ประสบการณ์อันยาวนานมากกว่า 45 ปี ในการบริหาร และจัดการธุรกิจร้านอาหารที่ได้รับการยอมรับจากเจ้าของแฟรนไชส์ (Franchisor) มีแบรนด์ธุรกิจร้านอาหารที่หลากหลาย ครอบคลุมเกือบทุกประเภทอาหาร มีจำนวนสาขารวมมากกว่า 1,300 สาขาทั่วประเทศ

แบรนด์ในกลุ่มซีอาร์จี 21 แบรนด์ ประกอบด้วย มิสเตอร์ โดนัท (Mister Donut), เคเอฟซี (KFC), อานตี้ แอนส์ (Auntie Anne’s), เปปเปอร์ ลันช์ (Pepper Lunch), ชาบูตง ราเมน (Chabuton), โคล สโตน ครีมเมอรี่ (Cold Stone Creamery), เทอเรสซ์ เดอ บางกอก (Terraces De Bangkok), โยชิโนยะ (Yoshinoya), โอโตยะ (Ootoya), เทนยะ (Tenya), คัตสึยะ (Katsuya), เกาลูน (Kowlune), สลัดแฟคทอรี่ (Salad Factory), อาริกาโตะ (Arigato), ส้มตำนัว (Somtamnua), ชินคันเซ็น ซูชิ (Shinkanzen Sushi), ราเมน คาเกทสึ อาราชิ (Ramen Kagetsu Arashi), นักล่าหมูกระทะ (Nak-La Mookata), คีอานิ (Kiani), นามะ เจแปนนิส แอนด์ ซีฟู้ด บุฟเฟ่ต์ (NAMA Japanese & Seafood Buffet) และแบรนด์ใหม่ล่าสุด คัตสึมิโดริ ซูชิ (Katsu Midori Sushi)

 

 

You can share this post!