news-details
Business

ทายาท ”รังสรรค์ ต่อสุวรรณ“โต้อาคาร “สาธร ยูนีค ทาวเวอร์” ไม่ได้ประกาศขาย ยังมีข้อพิพาท-กระบวนการทางกฎหมาย ระบุถ้าปัญหาจบง่าย คงไม่ยืนเป็นอนุสาวรีย์ต้มยำกุ้งนาน 30ปี

 

จากที่หลังเหตการณ์แผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา และโลกโซเชียลได้มีการกล่าวถึงอาคาร “สาธร ยูนีค ทาวเวอร์” (Sathorn Unique Tower) ตั้งอยู่ที่เขตสาทรกรุงเทพมหานคร เป็นคอนโดฯสูง 185 เมตร สูง 49 ชั้น จำนวนห้องพักอาศัยทั้งหมด 636 ห้อง มีพื้นที่ตัวอาคารทั้งหมด 95,300 ตารางเมตร ได้รับการออกแบบโดย บริษัท รังสรรค์แอนด์อะโซชีเอท จำกัด ของ ผศ.รังสรรค์ ต่อสุวรรณ อดีตอาจารย์และอดีตหัวหน้าภาควิชาสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชาวไทย เป็นที่รู้จักในฐานะสถาปนิกผู้นำสถาปัตยกรรมกรีกและโรมัน เข้ามาใช้งานออกแบบร่วมกับอาคารสมัยใหม่ ในสมัยก่อนวิกฤติปี 2540 หรือ วิกฤติต้มยำกุ้ง กลับไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด และได้มีนายหน้ารายหนึ่งได้โพสต์ข้อความประกาศผ่านเฟซบุ๊กว่า อาคารดังกล่าวได้มีผู้สนใจซื้อแล้ว 5 รายใหญ่ ซึ่งมีทั้งนักลงทุนชาวไทยและต่างชาติ มูลค่าประมาณ 4,000 ล้านบาท

และเมื่อวานนี้(2 เม.ย.68) นายหน้ารายดังกล่าว โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กทำนองสื่อให้เข้าใจว่าได้ปิดดีลการขาย อาคาร “สาธร ยูนีค ทาวเวอร์” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้มีไวรัลแพร่กระจายในทุกโซเชียล และในวันเดียวกัน ผู้ใช้เฟซบุ๊กว่า “Tampote Torsuwan” ซึ่งเป็นลูกชายอีกท่านหนึ่งของ ผศ.รังสรรค์ ต่อสุวรรณ ได้ออกมาโพสต์ข้อความว่า

  

“วันนี้โทรศัพท์เข้าจนสายแทบไหม้ ตั้งแต่ข่าวเรื่องประกาศขาย คุณพ่อ (อ.รังสรรค์ ต่อสุวรรณ) ไม่ได้เป็นผู้ประกาศขายนะครับ ตึกนี้มีข้อพิพาทและคดีความมากมายหลายอย่าง กระบวนการทางกฎหมายที่ฉ้อฉลยึดทรัพย์ภาคเอกชนผ่องถ่ายไปองค์กรข้ามชาติแล้วฟอกทรัพย์กลับมาเข้ามือกลุ่มทุนสามานที่เป็น deep stage ของประเทศนี้ คุณพ่อและคุณแม่ ต่อสู้กับกระบวนการฉ้อฉลปล้นชาตินี้มายาวนานร่วม 30 ปี Fact ที่หลายคนอาจไม่รู้ ห้องชุดในตึกนี้ได้ขายไปแล้วมากกว่า 90% ตั้งแต่เปิดขายเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว กลุ่มทุนสามานนี้ไม่ได้ปล้นเฉพาะ Developer แต่ปล้นคนซื้อทุกคน โอนถ่ายทรัพย์ไปมาเพื่อเขย่าให้ตึกนี้กลายเป็นตึกเปล่าที่ยังไม่มีใครซื้อ ซื้อถูก-ฟอกขาว-เขย่าให้เป็นตึกเปล่า นี่คือสิ่งที่ทุนสามานทำกับทุกตึกทุกอาคารที่โดนโยนลงหม้อต้มยำกุ้ง เรื่องราวการต่อสู้ของท่านทั้ง 2 ยังคงดำเนินอยู่ และผมเชื่อว่าจะดำเนินต่อไปตราบเท่าที่ท่านยังมีลมหายใจอยู่ การประกาศขายไม่ได้มาจากคุณพ่อ และท่านไม่ได้ติดต่อพูดคุยกับใครเกี่ยวกับตึกนี้ในการขาย ช่วงระยะหลังท่านสุขภาพไม่ค่อยดี ท่านพักผ่อนเสียเป็นส่วนใหญ่ครับ โปรดใช้วิจารณญาณในการเสพข่าว ถ้าปัญหาตึกนี้มันจบง่าย มันคงไม่ยืนเป็นอนุสาวรีย์ต้มยำกุ้งมานาน 30ปี”

และในวันนี้ (3 เม.ย.68) ครอบครัว “ต่อสุวรรณ” ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก อีกว่า

 

“ตึกสาทรยูนีคที่กำลังอยู่ในความสนใจตอนนี้ หากใครอยากรู้ว่า ทำไมตึกสาทรยูนีคถึงยืนตระหง่านท้าทายดินฟ้าลมฝนแผ่นดินไหวและเป็นสัญลักษณ์ของวิกฤติต้มยำกุ้งมานานหลายทศวรรษ การต่อสู้ของครอบครัวต่อสุวรรณ โดยเฉพาะพี่ต้น Pansit Torsuwan บุตรชายคนโตของอาจารย์รังสรรค์ พี่ต้นเขียนเล่าเรื่องราวเหล่านี้เอาไว้ในหนังสือเล่มนี้ หนังสือราคา 350 บาท (ราคาปก) ค่าส่ง 50 บาท รวม 400 บาท เงินทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น บริจาคให้ศิริราชมูลนิธิ อุทิศส่วนกุศลให้พี่ต้น ผู้ล่วงลับ หนังสือมีจำนวนจำกัด สั่งจองได้ทางคอมเมนท์นี้หรือ inbox แจ้งตามคิวจองค่ะ เมื่อมีคนพลิกวิกฤติเป็นโอกาส เราก็พลิกบ้าง”

ซึ่งต้องคอยจับตาดูกันอย่างต่อเนื่อง ว่าสุดท้ายแล้วอาคาร“สาธร ยูนีค ทาวเวอร์” จะได้กลับมาฟื้นคืนชีพอีกครั้งหรือไม่

You can share this post!