พีดีเฮ้าส์ คาดเศรษฐกิจซึม กำลังซื้อถดถอย กระทบรับสร้างบ้านไตรมาสแรกปี 68 ชี้ตลาดแข่งเดือดรุมชิงแชร์ 1.5 หมื่นล้านบาท เผยรายใหม่-รายเล็กเปิดศึกตัดราคา-ตั้งราคาขายต่ำป่วนตลาด เซ็งยอดขายไตรมาสแรกหาย 30% เร่งปรับตัวไตรมาส 2 ชิงออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เอ็กซ์คลูซีฟ ทูเอส ซีรีส์, ลักซ์ชัวรี่ ทูเอส ซีรีส์ ทำราคาบ้านลด 10% หวังเจาะกลุ่มลูกค้างบจำกัด
นางสาวถิรพร สุวรรณสุต ผู้ช่วยประธานกรรมการบริหาร สายงานส่งเสริมธุรกิจ บริษัท พีดี เฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์ เปิดเผยว่า คาดการณ์ปริมาณบ้านสร้างเองทั่วประเทศปี 2568 ประเมินว่ามีมูลค่า 130,000 ล้านบาท และแนวโน้มทรงตัวเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา ในส่วนของภาพรวมธุรกิจรับสร้างบ้านปี 2568 ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด คาดว่ามีส่วนแบ่งตลาดมูลค่าประมาณ 14,000-15,000ล้านบาท ตัวเลขใกล้เคียงกับปีก่อน (มูลค่าส่วนที่เหลือยังคงเป็นของผู้รับเหมารายย่อยทั่วไป) โดยปัจจัยที่ส่งผลกระทบหลัก ๆ เกิดจากภาวะเศรษฐกิจประเทศที่ไม่ฟื้นตัว ความไม่เชื่อมั่นของผู้บริโภคและประชาชนต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคต ทำให้กำลังซื้อหรือความต้องการสร้างบ้านผู้บริโภคลดลง
“ผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่ที่แข่งขันอยู่ในธุรกิจรับสร้างบ้านในปีนี้มีจำนวนเพิ่มขึ้น ส่งผลทำให้ตลาดรับสร้างบ้านในไตรมาสแรกแข่งขันกันรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการรุกเข้ามาแข่งขันของผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ ในต่างจังหวัด ที่เน้นตั้งราคาถูกมากหรือตัดราคาคู่แข่ง หวังได้ปริมาณงานสร้างบ้านจำนวนหน่วยมาก ๆ มาชดเชยกับกำไรต่อหน่วยที่หายไป สร้างความปั่นปวนตลาดรับสร้างบ้านและผู้ประกอบการมืออาชีพมากพอสมควร” นางสาวถิรพร กล่าว
สำหรับ ศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์ เองยอมรับว่าได้รับผลกระทบจากความต้องการสร้างบ้านและกำลังซื้อผู้บริโภคที่ลดลง รวมถึงการแข่งขันราคาที่รุนแรงของผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ ทำให้ยอดจองสร้างบ้านหรือยอดขายไตรมาสแรกปีนี้ ลดลงเกือบ 30% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีที่แล้ว ทั้งนี้การใช้วิธีตั้งราคาขายต่ำมาก ๆ หรือตัดราคาของกลุ่มผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ นั้น บริษัทฯ เองเคยผ่านประสบการณ์เช่นนี้บ่อยครั้งแล้ว สุดท้ายก็พบว่าผู้ประกอบการกลุ่มนี้ไปไม่รอดหรือค่อย ๆ หายไปจากตลาดรับสร้างบ้าน ด้วยเพราะ “ปริมาณย่อมสวนทางกับคุณภาพเสมอ” หมายถึงบ้านที่สร้างไม่มีคุณภาพและขัดแย้งกับผู้ว่าจ้าง ตลอดจนด้วยความด้อยประสบการณ์บริหารธุรกิจรับสร้างบ้านอย่างมืออาชีพ ทำให้เกิดปัญหา เช่น บ้านสร้างไม่ได้มาตรฐาน-ชำรุดบกพร่อง บ้านสร้างไม่แล้วเสร็จ ฯลฯ
นางสาวจิราภา สุวรรณสุต ผู้ช่วยประธานกรรมการบริหาร สายงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์และออกแบบ กล่าวว่า จากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาและการแข่งขันที่รุนแรงในปีนี้ บริษัทฯ จึงต้องปรับตัวรับมือเพื่อตอบสนองความต้องการและกำลังซื้อผู้บริโภคมากขึ้น โดยในไตรมาส 2 นี้ได้เปิดตัวและแนะนำ “มาตรฐานวัสดุก่อสร้างบ้านรุ่นใหม่ 2 ซีรีส์” ประกอบด้วย มาตรฐานวัสดุก่อสร้าง รุ่นเอ็กซ์คลูซีฟ ทูเอส ซีรีส์ (Exclusive IIs Series) และ รุ่นลักซ์ชัวรี่ ทูเอส ซีรีส์ (Luxury IIs Series) ซึ่งจะทำให้ต้นทุนก่อสร้างและราคาบ้านลดลงเฉลี่ย 7-10% สำหรับเป็นทางเลือกให้แก่ลูกค้าที่มีงบประมาณจำกัด หรืออาจไม่มีความจำเป็นต้องเลือกใช้วัสดุก่อสร้าง-อุปกรณ์ที่ราคาสูงเกินงบประมาณที่ตั้งไว้ แต่ต้องการใช้บริการบริษัทรับสร้างบ้านมืออาชีพที่ไว้วางใจได้ รวมถึงได้บ้านที่ก่อสร้างอย่างมีคุณภาพตามหลักวิศวกรรมและอายุการใช้งานยาวนาน มั่นใจว่าจะสามารถทำยอดขายบ้านในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น เพื่อมาชดเชยกับไตรมาสแรกที่หายไป นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดตัวแบบบ้านรุ่นใหม่เร็ว ๆ นี้ เจาะกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบบ้านสไตล์อิงลิชอีกด้วย