บมจ.เอส.ซี.แอล.มอเตอร์ พาร์ท (SCL) ผู้นำธุรกิจจัดจำหน่ายชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ของไทย เดินหน้าร่วมเวทีเจรจาธุรกิจในงาน TAPA 2025 งานแสดงสินค้าอะไหล่ยานยนต์ระดับนานาชาติ เพื่อขยายฐานลูกค้า ด้านผู้บริหาร เผย ภาวะยอดขายรถใหม่ที่ชะลอตัวจากภาพรวมเศรษฐกิจ และมาตรการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด
แต่ในอีกด้านหนึ่ง กลับกลายเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจจัดจำหน่ายชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ของ SCL อย่างมีนัยสำคัญ
นายสกล ตั้งก่อสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ SCL เปิดเผยว่า การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ TAPA 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 เมษายน 2568 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขยายฐานลูกค้าใหม่ ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มคู่ค้ารายใหญ่และนักลงทุนจากทั่วโลก SCL โชว์ศักยภาพสินค้ากว่า 170,000 รายการ ทั้งในกลุ่มอะไหล่แท้ (Genuine Parts) และอะไหล่ทดแทน (Replacement Parts) ตอกย้ำความเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมอะไหล่รถยนต์ไทย พร้อมเปิดเกมรุกสู่ตลาดชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้า (EV Parts) รับเทรนด์พลังงานทางเลือกและยานยนต์แห่งอนาคต
“แม้ยอดขายรถใหม่ในประเทศจะชะลอตัวจากภาวะเศรษฐกิจและมาตรการปล่อยสินเชื่อ แต่กลับกลายเป็นโอกาสของธุรกิจอะไหล่รถยนต์ ผู้บริโภคหันมาดูแลรถคันเดิมแทนการซื้อรถใหม่ ทำให้ความต้องการชิ้นส่วนซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะรถยนต์ที่มีอายุเกิน 7 ปี ซึ่งมีจำนวนสะสมมากกว่า 22 ล้านคันทั่วประเทศ” นายสกลกล่าว
ข้อมูลจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ระบุว่า การผลิตรถยนต์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ลดลง 13.62% โดยเฉพาะรถกระบะ ซึ่งสะท้อนภาพรวมตลาดที่เปลี่ยนไปสู่การใช้งานรถเดิมมากขึ้น และเป็นแรงส่งให้ธุรกิจของ SCL เติบโตได้ดีต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี SCL ยังคงเดินหน้าพัฒนาระบบจัดจำหน่ายและคลังสินค้าเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น โดยยึดแนวคิด “ถูกทุกชิ้น แท้ทุกส่วน” พร้อมเสริมพอร์ตผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วน EV เตรียมรับความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมยานยนต์ และยกระดับการเป็นพันธมิตรหลักของผู้ประกอบการอะไหล่รถยนต์ขนาดกลาง ขนาดย่อม ตลอดจน กลุ่มธุรกิจศูนย์บริการที่มีสาขาจำนวนมาก และกลุ่มบริษัทประกันภัย
“ในยุคที่อุตสาหกรรมยานยนต์อยู่ระหว่างเปลี่ยนผ่าน SCL จะเป็นตัวกลางสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงอะไหล่ที่มีคุณภาพ ในราคาที่จับต้องได้ และพร้อมเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนไปกับอุตสาหกรรมไทย” นายสกล กล่าวทิ้งท้าย