“กรมราง” เร่งรับมือ Blackout พร้อมวางมาตรการความปลอดภัยอย่างยั่งยืน
คมนาคม

“กรมราง” เร่งรับมือ Blackout พร้อมวางมาตรการความปลอดภัยอย่างยั่งยืน

ในยุคที่การเดินทางด้วยรถไฟฟ้ากลายเป็นเส้นเลือดใหญ่ของคนเมือง กรมการขนส่งทางราง (ขร.) ไม่ได้นิ่งนอนใจ ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา "นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์" อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับและบริหารจัดการระบบขนส่งทางราง ครั้งที่ 2/2568 โดยมีผู้ให้บริการระบบรางในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อวางมาตรการความปลอดภัยและความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยเฉพาะ “ไฟฟ้าดับครั้งใหญ่” หรือ Blackout

เตรียมพร้อมรับมือ Blackout – ไฟดับไม่ใช่เรื่องเล็ก

ด้วยสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางพลังงานในหลายภูมิภาคทั่วโลก ขร. มองการณ์ไกล โดยเสนอให้ทุกหน่วยงานจัดทำ แผนปฏิบัติการกรณีเกิดไฟดับนานหลายชั่วโมง พร้อมจัดซ้อมแผนรับมือฉุกเฉินอย่างสม่ำเสมอ ทั้งในส่วนของการอพยพผู้โดยสารจากขบวนรถ การรักษาความปลอดภัยภายในสถานี และการสื่อสารข้อมูลที่รวดเร็วและชัดเจนต่อประชาชน เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางต่อหรือหาทางเลือกได้โดยไม่ตื่นตระหนก

“เราไม่อาจรอให้เหตุการณ์เกิดขึ้นก่อนแล้วค่อยแก้ไข” การซ้อมคือหัวใจสำคัญของความพร้อม”

20 เหตุขัดข้องใน 3 เดือน – สัญญาณเตือนต้องจับตา

ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน 2568 มีรายงานเหตุขัดข้องของระบบรถไฟฟ้ารวม 20 ครั้ง โดยเป็นการขัดข้องในระบบที่หลากหลาย ตั้งแต่ระบบเบรค, ระบบประตู, จุดสับราง ไปจนถึงระบบอาณัติสัญญาณ ขร. ได้ประสานกับผู้ให้บริการทุกระบบเพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุและหาทางลดความถี่ของเหตุขัดข้องในอนาคต

จุดสับราง กลายเป็นปัญหาที่พบมากที่สุดถึง 6 ครั้ง ซึ่งหากไม่เร่งแก้ไข อาจกลายเป็นความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร

กรณีศึกษา : แผ่นดินไหว – เมื่อธรรมชาติเตือนให้เราต้องเตรียมพร้อม

ย้อนกลับไปเมื่อ 28 มีนาคมที่ผ่านมา กรุงเทพฯ สัมผัสแรงสั่นไหวจากเหตุแผ่นดินไหวในพื้นที่ภาคเหนือ ขร. จึงได้ออกประกาศแนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย ทั้งในแง่ของความมั่นคงของโครงสร้างทางราง และการดูแลสิทธิผู้โดยสารที่ไม่สามารถใช้เที่ยวเดินทางที่ซื้อไว้ล่วงหน้า

ความวุ่นวายจาก “ปุ่มแจ้งเหตุ” ที่วัดมังกร – เมื่อความตั้งใจดีอาจกลายเป็นปัญหา

เหตุการณ์วันที่ 18 เมษายน ที่มีผู้โดยสารกดปุ่มแจ้งเหตุอัคคีภัยที่สถานีวัดมังกร ส่งผลให้เกิดความตื่นตระหนก ขร. ได้นำประเด็นนี้เข้าสู่การประชุม โดยเสนอให้ปรับปรุง ป้ายเตือน, ระบบการเข้าถึงอุปกรณ์ และการสื่อสารเมื่อเกิดเหตุ เพื่อป้องกันไม่ให้ความเข้าใจผิดกลายเป็นความโกลาหลที่ลุกลาม

ขณะเดียวกัน ยังได้เน้นย้ำเรื่อง การใช้อุปกรณ์เสียงดัง ภายในสถานี เช่น ลำโพงบลูทูธ โดยขอให้ผู้ให้บริการเข้มงวดในการควบคุม พร้อมเพิ่มการประชาสัมพันธ์ทั้งทางเสียงและป้ายเตือนให้ครอบคลุมทุกจุดเสี่ยง

ก้าวต่อไปของระบบรางไทย – ต้องมากกว่าความรวดเร็ว คือความปลอดภัย

การขนส่งทางรางไม่ใช่แค่การเดินทางจากจุด A ไปจุด B แต่คือ ความไว้วางใจ ที่ประชาชนฝากไว้กับระบบทุกวัน ขร. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องไม่เพียงแค่แก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุ แต่ต้องคิดล่วงหน้า วางแผนป้องกัน และซักซ้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ระบบรางไทยไม่เพียง “วิ่งได้” แต่ต้อง “มั่นคง ปลอดภัย และไว้วางใจได้ในทุกสถานการณ์”

 

You can share this post!