“วีริศ” ผู้ว่าฯ รฟท. เปิดเวทีรับฟังความเห็นโครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ–หนองคาย คาดประมูลปี 68
เศรษฐกิจ

“วีริศ” ผู้ว่าฯ รฟท. เปิดเวทีรับฟังความเห็นโครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ–หนองคาย คาดประมูลปี 68

วันนี้ (15 กรกฎาคม 2568) นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เป็นประธานจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และภาคเอกชน ในโครงการศึกษา ทบทวน และวิเคราะห์ความเหมาะสม ตลอดจนจัดทำเอกสารประกวดราคาของโครงการรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพมหานคร–หนองคาย ภายใต้โครงการความร่วมมือไทย–จีน

จุดประสงค์และแนวทางดำเนินงาน

- เพื่อรวบรวมเสียงสะท้อนจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชน

- ใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนโครงการให้สอดรับต่อความต้องการของประชาชนและตอบโจทย์เศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ 

- ดำเนินงานภายใต้มาตรการ PPP (Public–Private Partnership) ให้ภาคเอกชนมีบทบาทสำคัญในการติดตั้งระบบ เดินรถ และบำรุงรักษา พร้อมกับถ่ายทอดเทคโนโลยี ลดภาระงบประมาณของรัฐ

นายวีริศ ระบุว่า “หลังเปิดรับฟังความเห็นครั้งนี้ จะเปิดเวทีรับฟังความเห็นของภาคเอกชนในช่วงเดือน ต.ค. นี้ เพื่อนำข้อเสนอเสนอ ครม.ภายใน ธ.ค. 2568 คาดจะประกวดราคาในไตรมาส 3 ปีหน้า” 

ความคืบหน้าของโครงการ

โครงการแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ : ระยะที่ 1 กรุงเทพฯ – นครราชสีมา

- แบ่งเป็นงานโยธา 14 สัญญา และงานระบบ 1 สัญญา

- 2 สัญญาส่วนโยธาสำเร็จแล้ว (กลางดง–ปางอโศก, สีคิ้ว–กุดจิก)

- 10 สัญญาอยู่ระหว่างก่อสร้าง, 2 สัญญาเตรียมลงนาม

- งานระบบเซ็นสัญญาแล้ว กำลังออกแบบรายละเอียด

- คาดว่าจะเปิดบริการปี 2572

- งานโยธาภาคอุโมงค์บางส่วนได้รับขยายเวลาเพื่อเวนคืนที่ดินครบถ้วน

ระยะที่ 2 นครราชสีมา–หนองคาย

- ออกแบบเสร็จผ่าน EIA และได้รับอนุมัติจาก ครม.

- เตรียมเอกสารประกวดราคา และคาดจะเปิดประมูลภายในปีนี้ 

- มีแผนเวนคืนที่ดินประมาณ 1,345 ไร่ กระทบ 1,991 แปลงใน 4 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา–ขอนแก่น–อุดรฯ–หนองคาย มูลค่าประมาณ 12,418.61 ล้านบาท 

ประโยชน์สำคัญและผลเชื่อมโยงทางภูมิภาค

- เมื่อแล้วเสร็จ จะลดเวลาเดินทางจาก สถานีกลางบางซื่อ–หนองคาย เหลือเพียง 3 ชั่วโมง 30 นาที

- เชื่อมโยงไทย–ลาว–จีน ด้วยโครงข่ายรถไฟความเร็วสูง ระยะทางภายในประเทศ 600 กม.

- เป็นกลไกในการสร้างความเจริญแก่ภาคอีสาน พัฒนาคุณภาพชีวิต และดึงดูดการลงทุนใหม่ ๆ 

นายวีริศสรุปว่า “โครงการนี้ไม่ใช่แค่ลดเวลาเดินทาง แต่เป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาเมือง เชื่อมโยงเศรษฐกิจภูมิภาค และต่อยอดการลงทุนระดับประเทศและภูมิภาค”

You can share this post!