กรุงศรี โกยกำไรครึ่งปีแรก 15,829 ล้านบาท รักษาผลประกอบการมั่นคง ท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน
การเงิน

กรุงศรี โกยกำไรครึ่งปีแรก 15,829 ล้านบาท รักษาผลประกอบการมั่นคง ท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน

กรุงเทพฯ (18 กรกฎาคม 2568) – กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) รายงานผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2568 มีกำไรสุทธิ 15,829 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยเป็นผลจากการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคุมผลขาดทุนด้านเครดิตให้อยู่ในระดับเหมาะสม แม้ภาพรวมสินเชื่อยังชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจและความต้องการสินเชื่อในระบบธนาคารที่อ่อนแรง

นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กรุงศรี กล่าวว่า “แม้เศรษฐกิจในช่วงครึ่งแรกของปีจะยังเผชิญความไม่แน่นอนสูง ทั้งจากภาคการลงทุน การบริโภค และความต้องการสินเชื่อที่อ่อนแรง กรุงศรียังคงรักษาผลการดำเนินงานได้อย่างมีเสถียรภาพ ผ่านการเน้นยุทธศาสตร์เติบโตอย่างมีคุณภาพในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ควบคู่กับการควบคุมต้นทุนและความเสี่ยงเชิงรุก”

ภาพรวมผลการดำเนินงานและฐานะการเงินที่สำคัญ ครึ่งแรกปี 2568

• กำไรสุทธิ 15,829 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% จากครึ่งปีแรก 2567

• เงินให้สินเชื่อรวม ลดลง 1.6% หรือประมาณ 29,831 ล้านบาท จากสิ้นปี 2567 โดยสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ยังเติบโต 2.8% แต่สินเชื่อ SME และรายย่อยลดลง 4.0% และ 3.9% ตามลำดับ

• เงินรับฝาก ลดลง 1.1% หรือ 19,782 ล้านบาท จากการลดลงของเงินฝากประจำ สะท้อนกลยุทธ์บริหารต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ

• ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อยู่ที่ 4.14% ลดลงจาก 4.31% ในครึ่งแรกปี 2567 จากการลดดอกเบี้ยนโยบายและปริมาณสินเชื่อที่ลดลง

• รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย เพิ่มขึ้น 6.0% หรือ 1,334 ล้านบาท จากกำไรเครื่องมือการเงิน หนี้สูญรับคืน รายได้จากทรัพย์สินรอการขาย และเงินปันผล

• อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ อยู่ที่ 44.7% สะท้อนการควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง

• อัตราส่วน NPL (สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้) อยู่ที่ 3.39%

• อัตราผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อรวม อยู่ที่ 217 เบสิสพอยต์

• อัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ อยู่ที่ 122.8%

• เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) ของธนาคารอยู่ที่ 19.57% เพิ่มขึ้นจาก 19.38% ณ สิ้นปี 2567

แนวโน้มเศรษฐกิจและทิศทางในช่วงครึ่งปีหลัง

นายยามาโตะ ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ยังเผชิญแรงกดดันจากหลายด้าน อาทิ มาตรการเก็บภาษีศุลกากรแบบตอบโต้จากสหรัฐฯ ที่กระทบภาคส่งออก การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวที่ต่ำกว่าคาด ปัญหาหนี้ครัวเรือน และโครงสร้างเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง

กรุงศรีคาดว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2568 จะขยายตัวเพียง 2.1% ซึ่งต่ำกว่าศักยภาพ และจำเป็นต้องอาศัยการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568 กรุงศรียังคงสถานะเป็นหนึ่งในธนาคารระบบใหญ่ (D-SIB) ของประเทศ มีสินเชื่อรวม 1.87 ล้านล้านบาท เงินรับฝาก 1.80 ล้านล้านบาท สินทรัพย์รวม 2.60 ล้านล้านบาท และเงินกองทุนที่แข็งแกร่งอยู่ที่ 325.76 พันล้านบาท หรือ 19.57% ของสินทรัพย์เสี่ยง

กรุงศรียังเดินหน้าอย่างระมัดระวังในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว โดยคงเป้าหมายการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ขณะเดียวกันเสริมประสิทธิภาพภายในเพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงิน พร้อมรับมือกับความท้าทายที่กำลังรออยู่ในช่วงครึ่งปีหลัง

You can share this post!