“ปิยพงษ์” อธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่ วางหมากใหญ่บนถนนไทย จากโครงการ สู่ ความปลอดภัยทุกมิติ
คมนาคม

“ปิยพงษ์” อธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่ วางหมากใหญ่บนถนนไทย จากโครงการ สู่ ความปลอดภัยทุกมิติ

วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถือเป็นวันแรกที่ นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ก้าวขึ้นมานั่งเก้าอี้ อธิบดีกรมทางหลวง ท่ามกลางความคาดหวังจากสังคม ที่ไม่ได้ต้องการเพียงถนนใหม่ แต่ต้องการ ถนนที่ปลอดภัย เชื่อมโยง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เขาเปิดตัวด้วยสโลแกน “คมนาคม เพื่อโอกาสประเทศไทย” ประโยคสั้น ๆ แต่สะท้อนมุมมองที่ใหญ่กว่าการสร้างถนน คือมองว่า “โครงข่ายทางหลวง” คือโครงข่ายโอกาส ทั้งโอกาสทางเศรษฐกิจ การลงทุน โลจิสติกส์ ไปจนถึงโอกาสที่ประชาชนจะเดินทางได้สะดวกและปลอดภัยขึ้น

ความท้าทายที่รออยู่ตรงหน้า

วันนี้ กรมทางหลวงดูเหมือนจะไม่ได้ถูกวัดด้วย “กิโลเมตรของถนน” เพียงอย่างเดียว แต่ถูกวัดด้วย มาตรฐาน ความปลอดภัย และความคุ้มค่า

นายปิยพงษ์ ประกาศชัดว่า จะเร่งรัดโครงการที่ประชาชนรอคอย เช่น

• มอเตอร์เวย์ M82 (บางขุนเทียน–เอกชัย) ที่จะเปิดทดลองใช้เร็ว ๆ นี้

• การเปิดบริการเต็มรูปแบบ M81 และเร่งรัด M6

• สะพานมิตรภาพไทย–ลาวแห่งที่ 5 (บึงกาฬ–บอลิคาไซ) ที่จะเชื่อมการค้าการลงทุนระดับภูมิภาค

แต่ความท้าทายไม่ได้หยุดแค่การเร่งโครงการ ยังรวมถึง การจัดการปัญหาอุบัติเหตุ ที่ยังคร่าชีวิตคนไทยปีละนับหมื่นราย กรมทางหลวงยุคใหม่จึงวางเป้าจะใช้ข้อมูล “Black Spot” หรือจุดเสี่ยงบนถนน มาตั้งต้นการออกแบบแก้ไข พร้อมผลักดันมาตรการทางวิศวกรรม เช่น ป้องกันอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ รถเสียหลักตกถนน หรืออุบัติเหตุบนเส้นทางลาดชัน

จากถนนสู่เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม

ในมิติของเศรษฐกิจ อธิบดีคนใหม่มองว่า ถนนคือ “เส้นเลือดใหญ่ของประเทศ” การพัฒนาโครงข่าย Backbone มอเตอร์เวย์ตามแผน MR-MAP จะช่วยกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค และลดความเหลื่อมล้ำได้จริง

ในขณะเดียวกัน เรื่องสิ่งแวดล้อมก็ถูกยกขึ้นมาเป็น หัวใจของถนนยุคใหม่ เช่น

• ใช้วัสดุรีไซเคิลจากถนนและคอนกรีตที่รื้อแล้วกลับมาใช้ใหม่

• เปลี่ยนไฟถนนเป็น LED และส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน

• ส่งเสริมสถานีชาร์จ EV Truck ริมทางหลวง

• ปลูกต้นไม้ในพื้นที่นอกเขตปลอดภัย เพื่อดูดซับคาร์บอน

องค์กรที่ต้องเปลี่ยนตัวเอง

กรมทางหลวงไม่ได้เผชิญแต่ปัญหาภายนอก แต่ยังต้อง “ปรับโครงสร้างในตัวเอง” เพื่อให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งการใช้งบประมาณแบบ Data Driven การพัฒนา IT และ Cybersecurity ไปจนถึงการผลักดันนวัตกรรม เช่น Drone, BIM และระบบท่อสาธารณูปโภคร่วม (Common Utility Ducts) เพื่อลดการขุดรื้อถนนซ้ำซาก

และที่สำคัญที่สุดคือ คนของกรมทางหลวง นายปิยพงษ์ ชี้ว่า จะต้องพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะใหม่ ๆ ตั้งแต่ดิจิทัล กฎหมาย วิศวกรรมเฉพาะด้าน จนถึงการบริหารจัดการโครงการขนาดใหญ่ พร้อมสร้างเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพ

เสียงสะท้อนจากเก้าอี้อธิบดี

“กรมทางหลวงไม่ใช่แค่หน่วยงานก่อสร้างถนน แต่คือฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชาติ เราต้องทำให้ประชาชนเดินทางได้สะดวก ปลอดภัย และในขณะเดียวกัน ก็ต้องทำให้โลกที่เราทิ้งไว้ให้ลูกหลานสะอาดและยั่งยืน”
— นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล
อธิบดีกรมทางหลวง

You can share this post!