การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) กำหนดทิศทางยุทธศาสตร์การพัฒนาในปี 2569 มุ่งสร้างสมดุลระหว่าง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์สมรรถนะสูงของภูมิภาค พร้อมยกระดับมาตรฐานการให้บริการท่าเรือไทยสู่ระดับสากล
นายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการ กทท. เปิดเผยว่า การพัฒนาองค์กรของ กทท. ในระยะต่อไป จะมุ่งสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยขับเคลื่อนภายใต้แนวทางเศรษฐกิจสีเขียวและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพด้วยการสร้างระบบท่าเรือที่พร้อมรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย เชื่อมโยงการค้า การลงทุน และชุมชนเข้าด้วยกันอย่างสมดุล
กทท. ได้วางทิศทางการพัฒนาองค์กรด้วยการยกระดับ - พัฒนา – สร้างโอกาส ได้แก่
1. ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือของประเทศพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้พร้อมรองรับระบบโลจิสติกส์ การค้า และการลงทุนในทุกภูมิภาค โดยเน้นความเชื่อมโยงระหว่างท่าเรือหลัก ท่าเรือภูมิภาค และระบบขนส่งหลายรูปแบบ (Multimodal Transport) ด้วยการเร่งรัดโครงการท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 และการพัฒนาท่าเรือระนองเพื่อสนับสนุนโครงการแลนด์บริดจ์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ
2. พัฒนาการให้บริการที่เป็นเลิศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมให้บริการด้วยระบบบริหารจัดการท่าเรือให้ทันสมัยด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ เช่น การพัฒนาแพลตฟอร์มกลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลในการขนส่งสินค้าผ่านท่าเทียบเรือ Port Community System หรือ PCS รวมถึงระบบบริหารจัดการ Truck Queue เพื่อลดผลกระทบปัญหาการจราจร เพื่อเพิ่มความรวดเร็ว ปลอดภัย และโปร่งใสในการให้บริการ
3. สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจควบคู่กับความยั่งยืนของชุมชนบริหารจัดการและพัฒนาสินทรัพย์ขององค์กรให้เกิดมูลค่าเพิ่ม พร้อมส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลกับชุมชนรอบท่าเรือ ผ่านแผนการพัฒนาการใช้ประโยชน์พื้นที่ของ กทท. การพัฒนาท่าเรือบก และกิจกรรม CSR ที่เน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ท่าเรือทั้ง 5 แห่ง
ผู้อำนวยการ กทท. กล่าวเพิ่มเติมว่า “การพัฒนาของ กทท. ต้องมองให้กว้างกว่าการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เพราะบทบาทของเราวันนี้ไม่ใช่เพียงการบริหารท่าเรือให้มีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ต้องเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมเติบโตไปกับสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล แผนยุทธศาสตร์นี้ จะเป็นอีกก้าวสำคัญที่ยกระดับ กทท. จากผู้ให้บริการท่าเรือ สู่การเป็นผู้บริหารระบบโลจิสติกส์ครบวงจร เชื่อมโยงการขนส่งทางน้ำ ทางบก และทางรางได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การเป็นท่าเรือมาตรฐานโลกเพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงยั่งยืน”