UTA–สกพอ. คิกออฟ “อู่ตะเภา–เมืองการบินภาคตะวันออก” เดินหน้า Airport City ปลดล็อก EECa สู่ World Class Destination
เศรษฐกิจ

UTA–สกพอ. คิกออฟ “อู่ตะเภา–เมืองการบินภาคตะวันออก” เดินหน้า Airport City ปลดล็อก EECa สู่ World Class Destination

หลังใช้เวลากว่า 5 ปีครึ่งฝ่าความท้าทายรอบด้าน โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor of Aviation : EECa) กำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อภาครัฐและเอกชนจับมือเดินหน้าโครงการอย่างเป็นทางการอีกครั้ง พร้อมส่งสัญญาณเชิงบวกต่อการลงทุนขนาดใหญ่ในพื้นที่ EEC

วันที่ 29 มกราคม 2569 บริษัท อู่ตะเภาอินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) นำโดย นายกวิน กาญจนพาสน์ และ นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการบริษัท ร่วมลงนามในข้อตกลงบริหารสัญญาร่วมลงทุนกับ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) โดยมี ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ สกพอ. เป็นผู้แทนฝ่ายรัฐ เพื่อเริ่มต้นการดำเนินโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกอย่างเป็นรูปธรรม

พิธีลงนามจัดขึ้น ณ ห้อง Auditorium ชั้น 33 อาคารบีทีเอส วิชันนารี ปาร์ค โดยมี นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริหาร UTA พร้อมคณะผู้บริหารจากทั้งสองฝ่ายร่วมเป็นสักขีพยาน

“อีกก้าวสำคัญ” ของอู่ตะเภา

นายคีรี กาญจนพาสน์ กล่าวว่า การลงนามในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของโครงการ EECa หลังเผชิญอุปสรรคและความล่าช้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยความร่วมมือกับภาครัฐภายใต้ข้อตกลงฉบับล่าสุด จะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันโครงการให้เดินหน้าได้อย่างเป็นรูปธรรม

พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า เมืองการบินภาคตะวันออกจะเป็นแรงดึงดูดนักลงทุนระดับโลก กระตุ้นการท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้กับประเทศในระยะยาว สอดรับเป้าหมายการพัฒนาอู่ตะเภาให้เป็น จุดหมายปลายทางระดับโลก (World Class Destination) และเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทยในอนาคต

นายคีรี ระบุเพิ่มเติมว่า นับตั้งแต่การลงนามสัญญาร่วมลงทุนครั้งแรกจนถึงปัจจุบัน ใช้เวลากว่า 5 ปีครึ่ง แม้โครงการจะต้องหยุดชะงักจากหลายปัจจัย แต่ด้วยความร่วมมือของพันธมิตรทุกฝ่าย ทำให้เกิดการลงนามร่วมกันเป็นครั้งที่ 4 ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะช่วยให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น

ปูทางอสังหาฯ บนพื้นที่ 6,500 ไร่ สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน

สำหรับโครงการแรกที่คาดว่าจะเริ่มได้ในช่วงปลายปีนี้ จะเป็นโครงการด้านอสังหาริมทรัพย์บนพื้นที่กว่า 6,500 ไร่ เพื่อรองรับนักลงทุน และสร้างความเชื่อมั่นว่า EECa มีความพร้อมทั้งด้านพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐาน รองรับการลงทุนในระยะยาว

“EECa จะไม่ใช่แค่สนามบิน แต่จะเป็นเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยอย่างแท้จริง” นายคีรี กล่าว

UTA สละเงื่อนไข HSR ปลดล็อกโครงการ

ด้าน ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ สกพอ. เปิดเผยว่า ภายใต้ข้อตกลงฉบับนี้ UTA ได้ตกลง สละสิทธิเงื่อนไขบังคับก่อน ตามสัญญาร่วมลงทุนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแผนการก่อสร้างและการเดินรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (HSR) ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อความคืบหน้าของโครงการในช่วงที่ผ่านมา

การตัดสินใจดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาครัฐและนักลงทุนในพื้นที่ EEC และเปิดทางให้โครงการสามารถเริ่มพัฒนาในส่วนที่มีความจำเป็นเร่งด่วนได้ก่อน

เตรียมออก NTP ก.พ.นี้ เดินหน้า Airport City

จากการสละสิทธิเงื่อนไขดังกล่าว สกพอ. เตรียมออกหนังสือ Notice to Proceed (NTP) ให้กับ UTA ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพื่อเริ่มนับระยะเวลาโครงการอย่างเป็นทางการ โดยภายหลังการออก NTP ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันกำหนดมาตรการแก้ไขผลกระทบของโครงการ เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ตามขั้นตอนทางกฎหมาย

ในระยะเริ่มต้น UTA จะมุ่งเน้นการพัฒนา Airport City และโครงสร้างพื้นฐานหลัก เพื่อกระตุ้นปริมาณผู้โดยสาร และดึงดูดการลงทุนเข้าสู่พื้นที่อย่างต่อเนื่อง

โครงสร้างพื้นฐานภาครัฐเดินหน้าคู่ขนาน

ขณะเดียวกัน ในส่วนพื้นที่สนามบินอู่ตะเภา ปัจจุบันกองทัพเรืออยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง ทางวิ่งที่ 2 และทางขับ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน 2571 รวมถึงการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคสำคัญ อาทิ ระบบผลิตน้ำประปาและบำบัดน้ำเสีย ระบบไฟฟ้า และระบบเชื้อเพลิงอากาศยาน ตามแผนที่วางไว้

สัญญาณใหม่ของ EECa

การลงนามในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการรีสตาร์ทโครงการอู่ตะเภาเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความพยายามของรัฐและเอกชนในการปลดล็อกอุปสรรคเชิงโครงสร้าง เพื่อเดินหน้าเมกะโปรเจกต์ที่ถูกจับตามองมากที่สุดโครงการหนึ่งของประเทศ

EECa กำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ที่จะพิสูจน์ว่า “เมืองการบินภาคตะวันออก” จะสามารถก้าวจากแผนบนกระดาษ สู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การบิน และการลงทุนระดับภูมิภาคได้จริงเพียงใด

You can share this post!