ทช. เดินหน้าสร้างถนนสาย บก.3009 แยก ทล.212 - บ้านโนนจำปาทอง อำเภอเซกา, บึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ คาดแล้วเสร็จปี 71
คมนาคม

ทช. เดินหน้าสร้างถนนสาย บก.3009 แยก ทล.212 - บ้านโนนจำปาทอง อำเภอเซกา, บึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ คาดแล้วเสร็จปี 71

กรมทางหลวงชนบท ยกระดับการเดินทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เสริมศักยภาพภาคการคมนาคมขนส่ง รองรับการขยายตัวด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เดินหน้าสร้างถนนสาย บก.3009 แยก ทล.212 - บ้านโนนจำปาทอง อำเภอเซกา, บึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ กว่า 46 กิโลเมตร คาดแล้วเสร็จในปี 2571

นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างถนนทางหลวงชนบทสาย บก.3009 แยก ทล.212 - บ้านโนนจำปาทอง อำเภอเซกา, บึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ เพื่อพัฒนาและยกระดับมาตรฐานทางหลวงชนบท รองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจการท่องเที่ยว สนับสนุนภาคการคมนาคมขนส่งในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และเป็นการเพิ่มโอกาสในการกระจายรายได้สู่ประชาชนได้อีกทางหนึ่งด้วย

โครงการก่อสร้างดังกล่าว มีระยะทางรวม 46.275 กิโลเมตร ใช้งบประมาณในการก่อสร้างรวม 619 ล้านบาท โดยก่อสร้างเป็นถนนแอสฟัลต์คอนกรีต ขนาด 2 ช่องจราจร กว้าง 8 - 12 เมตร รวมไหล่ทาง พร้อมระบบระบายน้ำและงานไฟฟ้าแสงสว่างในเขตชุมชน มีการขยายสะพานเดิมที่กว้าง 7 - 9 เมตร เป็น 12 เมตร จำนวน 11 แห่ง จาก กม.ที่ 0+000 ถึง กม.ที่ 46+275 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณการจราจร ยกระดับความปลอดภัยในการเดินทางตลอดเส้นทาง

นอกจากนี้ โครงการดังกล่าว ได้มีการดำเนินการก่อสร้างจุดพักรถ จำนวน 2 แห่ง บริเวณ กม.ที่ 3+425 และ กม.ที่ 43+900 ให้ประชาชนผู้ใช้ทางสามารถหยุดพักรถระหว่างการเดินทาง เป็นการช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยในระหว่างการเดินทางได้อีกด้วย และที่สำคัญถนนสายนี้ยังเป็นเส้นทางที่เชื่อมโยงพื้นที่ชุมชนกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดบึงกาฬ อาทิ วัดภูทอก, น้ำตกเจ็ดสี, บึงโขงหลง, ภูลังกา และหินสามวาฬ ซึ่งเมื่อก่อสร้างถนนสาย บก.3009 เสร็จสมบูรณ์ จะช่วยเสริมการท่องเที่ยวและพัฒนาเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น อำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว

สำหรับผลงานการก่อสร้างในปัจจุบันเร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างงานดินถม งานวางท่อและบ่อพักคอนกรีตเสริมเหล็กในเขตชุมชน งานฐานรากสะพานชนิดเสาเข็มตอก และงานปูเสริมผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต (Overlay) ซึ่งคาดว่าโครงการดังกล่าวจะก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2571 นอกจากนี้ ทช. ยังได้ให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพงานและความปลอดภัยระหว่างการก่อสร้างเพื่อลดผลกระทบให้กับประชาชนในพื้นที่อีกด้วย

You can share this post!