“ทีทีบี” ปิดโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 2 สำเร็จ ซื้อคืนกว่า 6.2 พันล้านบาท
การเงิน

“ทีทีบี” ปิดโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 2 สำเร็จ ซื้อคืนกว่า 6.2 พันล้านบาท

"ทีทีบี" เสร็จสิ้นโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 2 ภายใน 10 วัน หลังปรับแผนเร่งซื้อผ่าน General Offer วงเงิน 8,900 ล้านบาท ชี้ช่วยหนุน EPS-ROE แข็งแรง พร้อมย้ำเป้าหมายซื้อหุ้นคืนรวม 21,000 ล้านบาทในระยะ 3 ปี

ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ทีทีบี รายงานความสำเร็จของโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 2 หลังจากปรับแผนเร่งระยะเวลาดำเนินการและเพิ่มวงเงินซื้อคืนเป็น 8,900 ล้านบาท โดยใช้วิธีการเสนอซื้อเป็นการทั่วไป (General Offer) ในราคา 2.03 บาทต่อหุ้น ระหว่างวันที่ 22 มกราคม ถึง 4 กุมภาพันธ์ 2569

ภายหลังสิ้นสุดโครงการ ธนาคารสามารถซื้อหุ้นคืนได้มูลค่ารวม 6,283 ล้านบาท หรือคิดเป็น 71% ของวงเงินที่กำหนดไว้

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี เปิดเผยว่า ในปี 2569 นอกเหนือจากการช่วยเหลือลูกค้าแก้ปัญหาหนี้อย่างยั่งยืน ทีทีบียังคงให้ความสำคัญกับการบริหารผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น ผ่านการบริหารส่วนทุน (Capital Management) โดยมีโครงการซื้อหุ้นคืนระยะ 3 ปี (ปี 2568–2570) วงเงินรวม 21,000 ล้านบาท เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญ ควบคู่กับการรักษาระดับการจ่ายเงินปันผลให้อยู่ในระดับสูง

การซื้อหุ้นคืนถือเป็นการคืนเงินทุนส่วนเกินให้แก่ผู้ถือหุ้นที่ต้องการสภาพคล่องและผลตอบแทนในรูปแบบ Capital Gain ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นเดิม เนื่องจากจำนวนหุ้นหมุนเวียนในตลาดลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) และอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ปรับตัวดีขึ้น รวมถึงช่วยให้ราคาหุ้นสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงมากขึ้น

ในภาพรวม ทีทีบีดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนมาแล้ว 2 ครั้ง รวมมูลค่า 11,386 ล้านบาท คิดเป็นจำนวนหุ้นซื้อคืน 5,783 ล้านหุ้น หรือประมาณ 5.9% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด โดยหากอ้างอิงกำไรสุทธิ ณ สิ้นปี 2568 ที่ 20,639 ล้านบาท พบว่า EPS และ ROE หลังการซื้อหุ้นคืน ปรับตัวดีขึ้นราว 5% และ 40 basis points ตามลำดับ สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารส่วนทุนและการลดสภาพคล่องส่วนเกินอย่างเหมาะสม

ภายหลังการซื้อหุ้นคืน ธนาคารยังคงมีฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง โดยอัตราส่วนเงินกองทุนอยู่ที่ระดับสูงประมาณ 19% สะท้อนความพร้อมในการรองรับการเติบโตทางธุรกิจในอนาคต และการสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงการจ่ายเงินปันผล

ด้านนโยบายเงินปันผล ทีทีบีได้ยกระดับอัตราการจ่ายจากเดิม 30–35% ก่อนการรวมกิจการ มาอยู่ที่ระดับ 60% สำหรับเงินปันผลระหว่างกาลปี 2568 คิดเป็น Dividend Yield ราว 6–7% นับเป็นหนึ่งในธนาคารที่มอบผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมในระดับสูงเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ ทีทีบียังคงเดินหน้าสู่เป้าหมายการซื้อหุ้นคืนรวม 21,000 ล้านบาท โดยยังมีวงเงินคงเหลือประมาณ 9,600 ล้านบาท ซึ่งจากการดำเนินโครงการครั้งที่ 2 ได้เร็วกว่ากำหนด ทำให้ธนาคารมีความยืดหยุ่นด้านกรอบเวลา และสามารถพิจารณาดำเนินโครงการถัดไปได้เร็วขึ้น โดยจะเลือกวิธีการและช่วงเวลาที่เหมาะสมกับภาวะตลาด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้นทุกกลุ่ม

You can share this post!