พลิกโฉมรางไทย! “สิริพงศ์” จี้ สทร. เร่งพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง ลดอุบัติเหตุจุดลักผ่าน หนุนสร้างรถไฟฝีมือคนไทย 100%
คมนาคม

พลิกโฉมรางไทย! “สิริพงศ์” จี้ สทร. เร่งพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง ลดอุบัติเหตุจุดลักผ่าน หนุนสร้างรถไฟฝีมือคนไทย 100%

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง ลงพื้นที่มอบนโยบายเร่งด่วนแก่สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) หรือ สทร. โดยมี ดร.เพียงออ เลาหะวิไลย ผู้อำนวยการ สทร. นำคณะเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ ณ อาคารศูนย์บริหารทางพิเศษ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย

การมอบนโยบายในครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่การยกระดับความปลอดภัยของผู้ใช้บริการระบบขนส่งทางราง และการผลักดันอุตสาหกรรมการผลิตรถไฟด้วยฝีมือคนไทย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานภายในประเทศอย่างยั่งยืน

สั่งด่วน! แก้ไข “จุดลักผ่าน-จุดตัดรถไฟ” 22 จุดแรกในกรุงและปริมณฑล

จากปัญหาอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดรถไฟและจุดลักผ่านในชุมชนที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง นายสิริพงศ์ได้สั่งการให้ สทร. นำงานวิจัยระบบอาณัติสัญญาณมาใช้จริง โดยมีแนวทางเร่งด่วนในปี 2569 ดังนี้ :

เฟสแรก: ร่วมมือกับ รฟท. และกรมการขนส่งทางบก พัฒนาระบบความปลอดภัยบริเวณจุดตัดทางรถไฟประเภท ก (มีเครื่องกั้น) จำนวน 22 จุด ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ก่อนขยายผลไปยังจุดลักผ่านในชุมชนต่อไป

งบประมาณสนับสนุน: ดึงเงินจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) เข้ามาซัพพอร์ตการดำเนินงาน

ติดอาวุธไฮเทค: ขยายผลการใช้กล้อง CCTV ของ สทร. บริเวณจุดตัด เพื่อเชื่อมสัญญาณไฟจราจรและส่งข้อมูลเตือน รฟท. ล่วงหน้าก่อนที่ขบวนรถไฟจะมาถึง

นอกจากนี้ ยังสั่งศึกษาความเป็นไปได้ในการนำไอเดียรถ Dual-Mode Vehicle (DMV) ที่วิ่งได้ทั้งบนถนนและรางมาใช้บนเส้นทางรถไฟ เพื่อช่วยลดการขาดทุนในการเดินรถของ รฟท. ซึ่ง ขสมก. และ รฟท. ได้เห็นชอบในหลักการแล้ว

กางบิ๊กโปรเจกต์ "ฝีมือคนไทย" พัฒนาระบบรางสู่อนาคต

นายสิริพงศ์ ชื่นชมผลงานของ สทร. ที่ผ่านมา พร้อมเปิดเผย 4 โครงการไฮไลต์สำคัญที่กำลังเร่งขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นจริงในระยะเวลาอันสั้น:

1. รถไฟไฮบริดไทย "อินทรีย์เมฆา": รถไฟไฮบริดที่ออกแบบภายนอกและภายในเสร็จสิ้นแล้ว โดยได้แรงบันดาลใจจาก "ง้าวไทย" ภายใต้ความร่วมมือกับสถานทูตอิตาลีและบริษัทดีไซเนอร์ระดับโลก Blue Engineering S.r.l. ขณะนี้อยู่ระหว่างผลิตรถต้นแบบ 1 ขบวน (4 ตู้ รวมหัวรถจักรหน้า-หลัง) มูลค่ารวมประมาณ 400 ล้านบาท คาดเสร็จปีงบประมาณ 2572 เน้นใช้วัตถุดิบในประเทศ (Local Content) เป็นหลัก

2. รถไฟท่องเที่ยวสุดหรู "Siamese Train": โครงการรีโนเวทโบกี้รถไฟ JR West ที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ให้กลายเป็นรถไฟท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมระดับหรู (Luxury Tourist Train) จำนวน 5 ตู้ ร่วมมือกับ ม.เกษตรศาสตร์ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2569

3. อัปเกรดรถไฟชั้น 3 เป็นรถแอร์: โครงการพัฒนาตู้โดยสารต้นแบบปรับอากาศจำนวน 1 ตู้ ใช้งบประมาณปี 2569 จำนวน 12 ล้านบาท คาดเสร็จภายในปี 2569 ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้ารถไฟจากต่างประเทศและเพิ่มการจ้างแรงงานไทย

4. กำแพงกันเสียงจากยางพาราไทย: การจดอนุสิทธิบัตร "วัสดุโฟมดูดกลืนเสียงจากยางธรรมชาติสำหรับกำแพงกันเสียงในระบบราง" มุ่งส่งเสริมผลผลิตและสร้างรายได้ให้เกษตรกรชาวสวนยาง โดยเน้นย้ำให้กำหนดราคากลางที่เหมาะสมเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจสูงสุด

ย้ำต้องใช้ประโยชน์ได้จริง ไม่ใช่แค่ "งานวิจัยบนหิ้ง"

ในช่วงท้าย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กำชับว่า สทร. ต้องนำงานวิจัยไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และให้ทำความร่วมมือกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อร่วมกันพัฒนาต่อยอดในอนาคต

สำหรับผู้ที่สนใจ: สทร. ได้จัดทำและเผยแพร่มาตรฐานระบบราง ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบไฟฟ้า อาณัติสัญญาณ งานก่อสร้าง และบำรุงรักษา เพื่อยกระดับความปลอดภัย สามารถเข้าไปศึกษารายละเอียดทั้งหมดได้ที่เว็บไซต์ www.rtrda.or.th

 

You can share this post!