โครงการแลนด์บริดจ์ที่เคยถูกวางเป็นเมกะโปรเจกต์เชื่อมอ่าวไทย–อันดามัน ถูกประกาศยุติอย่างเป็นทางการ หลังผลการศึกษารอบด้านสรุปว่า ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ มีความเป็นไปได้ทางธุรกิจต่ำ และมีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมสูง โดยรัฐบาลเตรียมปรับแผนหันไปพัฒนาท่าเรือระนอง พร้อมผลักดันโครงข่ายรถไฟ Missing Link เชื่อมภาคเหนือและประเทศจีนแทน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (แลนด์บริดจ์) ว่า การศึกษาทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจและการลงทุน ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ได้ดำเนินการแล้วเสร็จก่อนกำหนด 90 วัน
ผลการศึกษาพบว่า โครงการมีความเป็นไปได้ในระดับต่ำ และมีความเสี่ยงที่จะสร้างภาระงบประมาณของประเทศ เนื่องจากสถานการณ์การค้าโลกที่ชะลอตัวจากปัจจัยความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่เคยประเมินไว้ในเชิงบวก มีโอกาสกลายเป็นผลตอบแทนติดลบได้
นอกจากนี้ ยังพบข้อจำกัดด้านการแข่งขัน โดยสายการเดินเรือรายใหญ่มีเครือข่ายและพันธมิตรทางธุรกิจรองรับอยู่แล้ว ทำให้โอกาสที่สายเรือจะเปลี่ยนมาใช้เส้นทางแลนด์บริดจ์ของไทยมีไม่มาก ขณะเดียวกัน การบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์และการขนถ่ายสินค้ายังมีข้อจำกัดด้านความรวดเร็ว ส่งผลให้ผลตอบแทนทางธุรกิจอยู่ในระดับต่ำ
ด้านสิ่งแวดล้อม ผลการศึกษาระบุว่า โครงการมีความเสี่ยงสูงต่อระบบนิเวศทางทะเล วิถีชีวิตชุมชนชายฝั่ง ความมั่นคงทางอาหาร และพื้นที่ป่าไม้ อีกทั้งยังขาดการบูรณาการด้านสิ่งแวดล้อมในระดับยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน
ส่วนผลการรับฟังความคิดเห็น พบว่าภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรมส่วนหนึ่งยังสนับสนุนโครงการ แต่ประชาชนจำนวนมากยังมีความกังวล โดยเฉพาะประเด็นผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ความโปร่งใส และมีเครือข่ายอนุรักษ์ทางทะเลออกมาคัดค้านอย่างต่อเนื่อง ทำให้คณะกรรมการเสนอให้ภาครัฐให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นและการมีส่วนร่วมของประชาชนมากขึ้น
นายเอกนิติ ระบุว่า คณะกรรมการมีมติร่วมกันว่า โครงการแลนด์บริดจ์มีความเป็นไปได้ทางธุรกิจต่ำ มีความเสี่ยงด้านผลกระทบสูง และยังมีความคิดเห็นที่แตกต่างในสังคม จึงเสนอให้รัฐบาลปรับแนวทางการลงทุน
สำหรับแนวทางใหม่ รัฐบาลจะพิจารณาพัฒนาศักยภาพ ท่าเรือระนอง ให้เป็นประตูการค้าฝั่งอันดามัน พร้อมเร่งศึกษาการเชื่อมต่อระบบรางเข้าสู่ท่าเรือ รวมถึงผลักดันโครงการ Missing Link เพื่อเชื่อมโครงข่ายรถไฟจากภาคใต้สู่ภาคเหนือ เชื่อมต่อประเทศจีน และเชื่อมโยงกับท่าเรือฝั่งตะวันออก รองรับการขนส่งสินค้าระยะยาว
นายเอกนิติ ยังระบุว่า การศึกษาครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในอนาคต โดยทุกโครงการควรเริ่มจากยุทธศาสตร์ของประเทศที่ชัดเจน ควบคู่กับการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างรอบด้าน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ถือเป็นการ “พับแผนแลนด์บริดจ์” ใช่หรือไม่ นายเอกนิติ ตอบสั้น ๆ ว่า “ก็จะว่าอย่างนั้นก็ได้”
ทั้งนี้ ผลการศึกษาจะถูกรายงานต่อนายกรัฐมนตรี และหากเห็นชอบ จะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป