“ข้อมูลที่รั่วไหลเป็นเพียงข้อมูลพื้นฐาน ไม่สามารถนำไปใช้ทำธุรกรรมได้” นี่คือข้อยืนยันจากกรมการขนส่งทางบก หลังเกิดกรณีข้อมูลยานพาหนะถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ จนสร้างความกังวลให้กับประชาชนจำนวนมาก
วันนี้ (4 ส.ค. 2569) นาย สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ กรมการขนส่งทางบก เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี พร้อมรับฟังรายงานจากผู้บริหารกรมการขนส่งทางบก ทีม ThaiCERT และตำรวจไซเบอร์ (สอท.)
พบเบาะแสแล้ว! เร่งพิสูจน์หลักฐานดิจิทัล
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบร่องรอยและเบาะแสของการกระทำความผิดแล้ว โดยอยู่ระหว่างการสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง ผ่านกระบวนการ Digital Forensics พร้อมตรวจสอบระบบ API และทุกหน่วยงานที่เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการขนส่งทางบก
สั่งล่าผู้กระทำผิด-อุดช่องโหว่ระบบทันที
รมช.คมนาคม สั่งการให้ตำรวจไซเบอร์และ ThaiCERT เร่งสืบสวนเพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี โดยกรมการขนส่งทางบกได้เข้าแจ้งความไว้แล้ว พร้อมกำชับให้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ และจัดทำแผนป้องกันเหตุซ้ำโดยเร่งด่วน
ยืนยันข้อมูลรั่วใช้ทำธุรกรรมไม่ได้
กรมการขนส่งทางบกชี้แจงว่า ปัจจุบันมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภาครัฐรวม 63 หน่วยงาน เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการประชาชน
แม้ข้อมูลที่เผยแพร่จะเป็นข้อมูลจริง แต่เป็นเพียงข้อมูลพื้นฐานของรถและผู้ครอบครอง ไม่สามารถนำไปใช้ทำธุรกรรมหรือเปลี่ยนแปลงสิทธิใด ๆ ได้ พร้อมเตือนว่าผู้ที่นำข้อมูลดังกล่าวไปเผยแพร่ต่อ มีความผิดตามกฎหมาย
เตือนประชาชน ระวังสายปลอม-ลิงก์หลอก
กรมการขนส่งทางบกเตือนว่า มิจฉาชีพอาจนำข้อมูลทะเบียนรถ ยี่ห้อรถ หรือชื่อเจ้าของรถ มาใช้แอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนหลอกให้โอนเงินหรือขอข้อมูลส่วนบุคคล
ย้ำชัด! กรมการขนส่งทางบกไม่มีนโยบาย
* โทรสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล
* โทรให้โอนเงินค่าปรับหรือภาษี
* ส่งลิงก์ผ่าน SMS หรือ LINE เพื่อทำธุรกรรม
หากได้รับสายหรือข้อความในลักษณะดังกล่าว อย่ากดลิงก์ อย่าดาวน์โหลดแอป และอย่าโอนเงินโดยเด็ดขาด
ประชาชนที่มีข้อสงสัยหรือพบเบาะแส สามารถติดต่อกรมการขนส่งทางบก สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ หรือโทรสายด่วน 1584 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง