“พิพัฒน์” สั่งเร่งแก้ทางลักผ่านสุพรรณฯ ด้าน “อนันต์” เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยระบบราง
คมนาคม

“พิพัฒน์” สั่งเร่งแก้ทางลักผ่านสุพรรณฯ ด้าน “อนันต์” เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยระบบราง

“พิพัฒน์” ลงพื้นที่สุพรรณบุรี ติดตามแก้ปัญหาทางลักผ่าน–จุดตัดรถไฟ พร้อมเร่งพัฒนาโครงข่าย “สุพรรณบุรี–นครหลวง–บ้านภาชี” เชื่อมเหนือ–อีสาน–ใต้–ตะวันออก ด้าน “อนันต์” ผู้ว่าการรถไฟฯ เดินหน้ายกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ตั้งเป้าเปิดจุดตัดให้ประชาชนใช้ภายใน 30 ก.ย. 69

วันนี้ (21 สิงหาคม 2569) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบราง พร้อมรับฟังแนวทางแก้ไขปัญหาทางลักผ่านและจุดตัดทางรถไฟกับถนน โดยมุ่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนผู้ใช้เส้นทาง

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง และนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมคณะผู้บริหารการรถไฟฯ ร่วมติดตามการดำเนินงาน ณ สำนักงานแขวงทางหลวงสุพรรณบุรีที่ 1 จังหวัดสุพรรณบุรี

ดันระบบรางเชื่อมเศรษฐกิจสุพรรณบุรี

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การพัฒนาระบบรางมีความสำคัญต่อการเสริมสร้างโครงข่ายโลจิสติกส์และเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้า โดยเฉพาะจังหวัดสุพรรณบุรีที่มีศักยภาพด้านการเกษตรและเศรษฐกิจ การพัฒนาโครงข่ายระบบรางให้มีความเชื่อมโยงและครอบคลุม จะช่วยลดต้นทุนการขนส่ง เพิ่มทางเลือกในการเดินทางและขนส่งสินค้า ตลอดจนสนับสนุนให้จังหวัดสุพรรณบุรีก้าวสู่การเป็นเมืองเศรษฐกิจที่มีศักยภาพ และเชื่อมโยงกับพื้นที่เศรษฐกิจและโครงข่ายคมนาคมหลักของประเทศ

ด้านนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงการทางรถไฟสายสุพรรณบุรี–นครหลวง–ชุมทางบ้านภาชี ถือเป็นโครงข่ายสำคัญในการเชื่อมโยงการเดินทางและการขนส่งสินค้าระหว่างภูมิภาค ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ รวมถึงสามารถเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ภาคตะวันออกและท่าเรือแหลมฉบังได้ โดยไม่จำเป็นต้องเดินรถผ่านกรุงเทพมหานคร

เส้นทางดังกล่าวจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการบริหารจัดการเส้นทางขนส่ง ลดความแออัดของโครงข่ายระบบราง และเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ของประเทศ

ปัจจุบันโครงการทางรถไฟสายสุพรรณบุรี–นครหลวง–ชุมทางบ้านภาชี อยู่ระหว่างการออกแบบและศึกษาความเหมาะสม คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนมกราคม 2570 ก่อนเข้าสู่กระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และขออนุมัติตามขั้นตอนต่อไป เพื่อผลักดันการพัฒนาโครงข่ายระบบรางให้สามารถเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจและระบบโลจิสติกส์ของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม

เร่งแก้จุดตัดทางรถไฟ หวังเปิดใช้ 30 ก.ย.นี้

นอกจากนี้ คณะได้ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟกับทางหลวงหมายเลข 3260 บริเวณถนนเลียบคลองเข้าวัดป่าเลไลยก์ เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน

การรถไฟฯ อยู่ระหว่างเร่งเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดจุดตัดดังกล่าวให้ประชาชนสามารถสัญจรได้ โดยจะตรวจสอบสภาพทางกายภาพ ระบบและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง พร้อมติดตั้งและปรับปรุงป้ายเตือน เครื่องหมายจราจร และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยให้เป็นไปตามมาตรฐานก่อนเปิดใช้งาน

เบื้องต้นตั้งเป้าหมายเปิดให้ประชาชนใช้เส้นทางได้ภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยในระยะแรกจะจัดเจ้าหน้าที่ประจำจุดเพื่อควบคุมการเปิด–ปิดแผงกั้นทางรถไฟและดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด ระหว่างรอการติดตั้งเครื่องกั้นอัตโนมัติชนิด ข.1 ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2570

“คมนาคม” ย้ำความปลอดภัยต้องมาก่อน

นายพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนความร่วมมือของหน่วยงานด้านคมนาคมในการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบราง ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟและทางลักผ่าน โดยให้ความสำคัญกับ ความปลอดภัยของประชาชนเป็นประเด็นหลัก

กระทรวงคมนาคมจะเดินหน้าพัฒนาโครงข่ายการเดินทางและการขนส่งให้สามารถรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ เชื่อมโยงพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความมั่นใจให้ประชาชนผู้ใช้บริการระบบรางอย่างยั่งยืน

You can share this post!