news-details
Business

เงินบาท"อ่อนค่าเล็กน้อย" เปิดเช้านี้ที่ 36.76 บาท/ดอลลาร์

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ 36.76 บาท/ดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย” Krungthai GLOBAL MARKETS มองกรอบวันนี้ คาดจะอยู่ที่ 36.65-36.85 บาท/ดอลลาร์ รอประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟด ผ่านข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 36.76 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย” จากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 36.72 บาทต่อดอลลาร์

โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา ค่าเงินบาททยอยอ่อนค่าลงในลักษณะ sideways up (แกว่งตัวในช่วง 36.68-36.79 บาทต่อดอลลาร์) กดดันโดยการพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ที่แม้ว่าจะถูกกดดันจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง ดัชนี ISM PMI ภาคการผลิตอุตสาหกรรม เดือนมิถุนายน ที่ออกมาแย่กว่าคาด แต่เงินดอลลาร์ก็ยังได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าลงต่อเนื่องของบรรดาสกุลเงินหลัก โดยเฉพาะค่าเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ซึ่งถูกกดดันจากการปรับตัวขึ้นเกือบแตะระดับ 4.50% ของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ นอกจากนี้ เงินบาทยังถูกกดดันเพิ่มเติม จากจังหวะการย่อตัวลงบ้างของราคาทองคำ (XAUUSD) ตามการปรับตัวขึ้นของทั้งบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ และเงินดอลลาร์

แม้ว่าบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ จะปรับตัวสูงขึ้นเกือบแตะระดับ 4.50% ทว่าบรรดาหุ้นเทคฯ และหุ้นสไตล์ Growth ต่างก็สามารถรีบาวด์ ปรับตัวขึ้น นำโดย Apple +2.9% ท่ามกลางความหวังว่า แนวโน้มการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจทำให้เฟดสามารถจะลดดอกเบี้ยในปีนี้ได้ราว 2 ครั้ง ซึ่งมากกว่าที่เฟดระบุไว้ใน Dot Plot ทำให้โดยรวมดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ปรับตัวขึ้น +0.83% ส่วนดัชนี S&P500 ปิดตลาด +0.27%

สำหรับวันนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด ผ่านรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ อย่าง ยอดตำแหน่งงานเปิดรับ (Job Openings) ที่ตลาดคาดว่าจะปรับตัวลดลงต่อเนื่องสู่ระดับ 7.86 ล้านตำแหน่ง พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามถ้อยแถลงของประธานเฟด Jerome Powell เพื่อประเมินโอกาสที่เฟดอาจสามารถลดดอกเบี้ยได้มากกว่าที่ระบุไว้ใน Dot Plot ล่าสุด

ส่วนในฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของยูโรโซน ในเดือนมิถุนายน และรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB)

สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เราประเมินว่า เงินบาทอาจแกว่งตัว sideways ในกรอบ 36.65-36.85 บาทต่อดอลลาร์ ไปก่อน จนกว่าตลาดจะรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม โดยเงินบาทอาจพอได้แรงหนุนฝั่งแข็งค่าอยู่บ้าง ตราบใดที่รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ สะท้อนภาพการชะลอตัวของเศรษฐกิจมากขึ้น ทว่า ในช่วงนี้ เงินดอลลาร์ก็ดูยังได้แรงหนุนอยู่ จากการอ่อนค่าลงของบรรดาสกุลเงินหลัก โดยสกุลเงินฝั่งยุโรป ทั้งเงินยูโร (EUR) และเงินปอนด์อังกฤษ (GBP) ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงการเมือง ที่พร้อมจะกดดันให้สกุลเงินดังกล่าวอ่อนค่าลง ส่วนเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ก็ยังมีความเสี่ยงผันผวนอ่อนค่า ตราบใดที่บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ไม่กลับมาย่อตัวลง แม้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะออกมาแย่กว่าคาดก็ตาม

นอกจากนี้ เงินบาทก็อาจผันผวนไปตามโฟลว์ธุรกรรมที่เกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์ ทั้งทองคำและน้ำมันดิบ โดยเฉพาะในส่วนของราคาทองคำ ที่อาจยังอยู่ในช่วงการปรับฐาน และอาจไม่สามารถปรับตัวขึ้นต่อเนื่องได้ จนกว่าจะเห็นการย่อตัวลงของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ หรือ ตลาดเผชิญความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงขึ้น และนอกเหนือจากปัจจัยดังกล่าว เรามองว่า ฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติก็อาจยังมีความผันผวนอยู่ แม้ว่า นักลงทุนต่างชาติจะเริ่มกลับมาซื้อสุทธิหุ้นไทยในวันก่อนหน้าก็ตาม

เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทยังมีโอกาสเคลื่อนไหวผันผวนไปตาม การเปลี่ยนแปลงไปมาของปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อทิศทางค่าเงินบาท อย่าง มุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด ทำให้ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการปิดความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งการใช้เครื่องมือเช่น Options หรือ สกุลเงินท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน


มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 36.65-36.85 บาท/ดอลลาร์

 

You can share this post!