เซ็นทรัลพัฒนาฯเผยนโยบายเงินดิจิทัลวอลเล็ตจะช่วยกระตุ้นธุรกิจค้าปลีกคึกคัก รับสนใจ-ติดตามความคืบหน้าโครงการ Entertainment Complex แต่ยังไม่สรุปผล ด้านภาพรวมตลาดค้าปลีก ยังแข่งเดือด แม้บางแห่งต้องประกาศปิดตัว แต่ CPN พร้อมเดินหน้าผุดห้างฯใหม่และปรับแผนรีโนเวททุก 3-4 ปี หวังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้ายุคใหม่ คาดไตรมาส 4/67 ทราฟฟิกจะเพิ่มขึ้นอีก 20% ล่าสุดประกาศสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทรานส์ฟอร์มสู่อนาคตด้วยกลยุทธ์ The Future-Fluent Transformation เพื่อพัฒนาย่าน เมือง และประเทศ ด้วยการเปิดตัวโครงการมิกซ์ยูสใหม่และพลิกโฉม 4 โครงการเดิมในโลเคชั่นสำคัญ รวมมูลค่าการลงทุน 15,000 ล้านบาท “เซ็นทรัล กระบี่” มูลค่า 4,500 ล้านบาท เตรียมเปิด Q3/68 และโครงการ Total Transformation & New Masterplanning ของอีก 4 มิกซ์ยูสสำคัญ มูลค่าโครงการมากกว่า 10,000 ล้านบาท ได้แก่ “เซ็นทรัล บางนา” โฉมใหม่ Q1/69, “เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า” โฉมใหม่ Q2/68, “เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ” โฉมใหม่ Q2/68, และ “เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต” โฉมใหม่ Q1/69 หวังรองรับการขยายตัวของย่าน-เมือง ตอบโจทย์ Sophisticated Lifestyle ของลูกค้าที่มีกำลังซื้อและความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น รวมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศ
ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา Chief Marketing Officer บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด(มหาชน) หรือ CPN เปิดเผยถึงการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ว่า ในส่วนของนโยบายเงินดิจิทัลวอลเล็ต จะช่วยกระตุ้นธุรกิจค้าปลีกให้คึกคักมากขึ้นและยังเป็นผลดีกับอีกหลายๆธุรกิจด้วย เพราะเงินที่ประชาชนได้จะเป็นเงินสด จะส่งผลดีต่อลูกค้าในการจับจ่ายใช้สอย ส่วนนโยบายอื่นๆที่จะกำลังจะออกมาก เชื่อว่าจะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้มากขึ้น โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในไตรมาส 4/2567 นี้ ส่วนโครงการ Entertainment Complex ของภาครัฐ ทางCPN ก็ให้ความสนใจเช่นกัน เพราะมีพื้นที่สำหรับพัฒนาศูนย์การค้า ซึ่งก็เฝ้าติดตามอยู่ แต่ยังไม่สามารถสรุปผลได้
สำหรับภาพรวมตลาดค้าปลีกในปัจจุบันว่า ยังมีการแข่งขันที่สูงอย่างต่อเนื่อง และแม้ว่าจะมีศูนย์การค้าบางแห่งที่เปิดตัวมานานต้องประกาศปิดตัวไป ถือว่าเป็นเรื่องของการปรับตัวของธุรกิจให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค ซึ่งCPN เอง ก็มีการปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง มีการรีโนเวทห้างสรรพสินค้าที่เปิดตัวมานาน จากเดิมที่จะมีการรีโนเวททุก 5-7 ปี ก็ปรับมารีโนเวททุก 3-4 ปี ด้วยการปรับพื้นที่ให้ตอบโจทย์ลูกค้า และดึงลูกค้าเพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นห้างสรรพสินค้าของชุมชนและสามารถสร้างยอดขายที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาพื้นที่ค้าปลีกของ CPN มียอดลูกค้าใช้บริการประมาณ 1.4 ล้านคน/วัน และคาดว่าในไตรมาส 4/2567 จะมีลูกค้าใช้บริการโดยรวมเพิ่มขึ้นประมาณ 20% สำหรับหนี้ครัวเรือนในปัจจุบันมองว่าไม่มีผลกระทบการกับธุรกิจค้าปลีกของบริษัทฯเนื่องจากเน้นกลุ่มเป้าหมายระดับกลาง-บน เป็นกลัก
“ภาพรวมศูนย์การค้าเซ็นทรัลทุกแห่งมียอดทราฟฟิกประมาณ 1.4 ล้านคนต่อวัน และลูกค้าจะเข้ามาใช้เวลาในศูนย์การค้าเฉลี่ย 2.50 ชั่วโมงต่อคนต่อวัน โดยประเมินในช่วงไตรมาส 4/2567 คาดว่าทราฟฟิกจะเพิ่มขึ้นอีก 20% จากบรรยากาศการใช้จ่ายของลูกค้าที่คึกคักและนักท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้น ส่วนความกังวลจากปัจจัยลบเรื่องหนี้ครัวเรือนของประเทศที่อยู่ในระดับสูง ไม่มีผลกระทบต่อบริษัทมากนัก เนื่องจากมีฐานลูกค้าที่เน้นกลุ่มกลางและบนเป็นหลัก” ดร.ณัฐกิตติ์ กล่าว
ด้านนายชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล Chief Development and Commercial Officer บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด(มหาชน) หรือ CPN กล่าวว่า เซ็นทรัลพัฒนา พร้อมที่จะทรานส์ฟอร์มสู่อนาคตและสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในย่านสำคัญต่างๆ ของกรุงเทพฯ และจังหวัดสำคัญของประเทศ เพื่อตอบโจทย์ Future Consumers โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯเป็นนักพัฒนาที่สร้างสรรค์ Future-Fluent Development ให้กับผู้คน ชุมชน และใส่ใจสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำแนวคิด “Centre of Life” พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิต และกระจายความเจริญทั่วประเทศ โดยล่าสุดบริษัทฯมีแผนเปิดตัวโครงการ Retail-Led Mixed-Use ทั้งหมด 5 โครงการมูลค่าโครงการรวมทุกองค์ประกอบทั้งศูนย์การค้า ที่อยู่อาศัย โรงแรม และ Convention Hall รวมกันกว่า 15,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นโครงการใหม่ 1 แห่ง คือ“เซ็นทรัล กระบี่” และอีก 4 แห่งจะเป็นการรีโนเวทใหม่ ได้แก่ “เซ็นทรัล บางนา”, “เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า”, “เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ”, และ “เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต” รวมงบประมาณ 10,000ล้านบาท
โดย“เซ็นทรัล กระบี่” (Central Krabi) พัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์ New Haven of Life (Destination |Nature Lifestyle) เป็นโครงการมิกซ์ยูส มูลค่าโครงการรวม 4,500 ล้านบาท บนพื้นที่ 114 ไร่ ประกอบด้วย ศูนย์การค้า (GBA: 47,500 sq.m.) เตรียมเปิดให้บริการ Q3/2568 และในอนาคต มีแผนที่จะพัฒนาทั้งบ้านระดับพรีเมียม, คอนโดมิเนียม และโรงแรม โดยถือว่าเป็นโครงการที่ 44 ของ CPN และเป็นโครงการที่ 6 ในภาคใต้ของ CPN
“กระบี่” เป็นจังหวัดท่องเที่ยวศักยภาพสูงของไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลก และมีกำลังซื้อที่แข็งแกร่ง รายได้การท่องเที่ยวลำดับที่ 6 ของประเทศ และลำดับที่ 3 ของภาคใต้ มีการฟื้นตัวด้านการท่องเที่ยวที่ชัดเจน ในปี 2566 ทำรายได้ 52,500 ล้านบาท และมีจำนวนนักท่องเที่ยวกลับมาแล้วกว่า 4 ล้านคน อีกทั้งมีแผนขยายสนามบินนานาชาติที่จะสามารถรองรับนักท่องเที่ยว 8 ล้านคนต่อปี ถือว่าเป็นจังหวัดที่มีกำลังซื้อสูง มี GPP per capita ที่ 190,573 บาทต่อปี คิดเป็นอันดับที่ 4 ของภาคใต้ และการใช้จ่ายต่อครัวเรือนที่สูงติด Top 5 ของประเทศ
High-Quality Catchment Area ประมาณ 480,000 คน จากในเมืองกระบี่และผู้อยู่อาศัยในโครงการบ้านและคอนโดราคาสูงตั้งแต่ 2-10 ล้านบาท ที่มีรวมกว่า 1,000 ยูนิต
Extensive Range of Unmet Needs จากความหลากหลายของผู้คน เป็นสังคม “Biocultural Harmony” มีความหลากหลายทั้งเชื้อชาติและศาสนา แต่มีวิถีชีวิตที่อยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน จึงทำให้เกิดความต้องการพื้นที่ในการใช้ชีวิตที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์หลายรูปแบบ โครงการเซ็นทรัล กระบี่จึงคัดสรรไม่ว่าจะเป็น Premium Lifestyle Brands, Food Destination ทั้งอาหารไทย, นานาชาติ และอาหารฮาลาล, Recreation Space พื้นที่สำหรับเด็กและครอบครัว รวมถึง Retail Magnet จากกลุ่มเซ็นทรัลทั้ง Tops, Supersports, Powerbuy, B2S และ Auto1
CPN จึงปักหมุด “เซ็นทรัล กระบี่” เป็นแลนด์มาร์กที่จะเติมเต็มไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของชาวกระบี่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ครบตอบโจทย์ทุกกลุ่ม โลเคชั่นที่ดีที่สุด พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วย Tourist Hub ที่ครบวงจร
โดยได้รับการออกแบบ Fully-Integration with Nature แบบ Semi-outdoor สะท้อนธรรมชาติของหมู่เกาะและภูเขาอันเป็นเอกลักษณ์ของกระบี่ และอัตลักษณ์วิถีชุมชน โดดเด่นด้วยกลุ่มอาคารที่นำเอารูปฟอร์มของหมู่เกาะมาออกแบบเป็น Floating Jewel of Krabi พร้อมจุดชมวิวภูเขาแบบพาโนรามิกที่ทุกคนต้องมาเช็คอิน และยังมีโซน Authentic Culture & Product ของกระบี่ที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ
นอกจากนี้ ในด้านความยั่งยืนโครงการตั้งเป้าลด Carbon Footprint ตั้งแต่กระบวนการก่อสร้างเพื่อให้ได้ “EDGE Certification” เป็นโครงการแรก นับเป็นอีกระดับของมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมโลก รวมถึงใส่ใจด้าน Energy Savings, Low-Carbon Materials และจับมือกับชุมชนในการแยกขยะตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง พร้อมนำขยะจากทะเลและครัวเรือนมา Upcycling อีกด้วย
ทั้งนี้ CPN ในฐานะผู้นำที่บุกเบิกย่านและเมืองเป็นรายแรก “ศูนย์การค้าเซ็นทรัล” ได้กลายเป็น Centre of District ในปัจจุบัน Affluent Demographic มีความเปลี่ยนแปลง ย่านต่างๆ ขยายเติบโตขึ้น ประชากรมี Sophisticated Lifestyle และกำลังซื้อเพิ่มมากขึ้น
ดังนั้น จึงมีการพลิกโฉมการพัฒนาโครงการแบบ Total Transformation & New Masterplanning 4 โครงการ ได้แก่ “เซ็นทรัล บางนา” และ “เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า” ถือเป็น 2 ย่านที่ประชากรมีกำลังซื้อสูง แวดล้อมด้วยโครงการที่อยู่อาศัย Luxury โดยเราเห็นกำลังซื้อที่ชัดเจน จากการวิเคราะห์ด้วย AI Data-Driven Insights ของ The1 ว่า 2 สาขานี้ติดอันดับ Top 10 Best Performance ของศูนย์การค้าเซ็นทรัล โดยมีจำนวนการมาใช้บริการของสมาชิก The 1 ในระดับสูง และมี Affluents Members มากกว่าพื้นที่อื่นถึง 1.5 เท่า และในด้านยอด spending นั้น ติดอันดับท็อปๆ ของบริษัทฯรวมไปถึง “เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ” ที่โครงสร้างเมืองขยายรองรับการเติบโตเทียบเท่าย่าน New CBD และ “เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต” ที่เมืองเติบโตด้วย Mega Projects และ Tourist Influx
โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในครั้งนี้ เป็นการยกระดับทั้ง Brand Mix, Central Group ปรับโฉมคอนเซ็ปต์ใหม่ทั้งหมด, ออกแบบ Customer Journey & Experience ใหม่, และ Total Redesign ใหม่ทั้งหมด
1.เซ็นทรัล บางนา (Central Bangna) – Live Life Xponentially (Luxe | Lush | Lifestyle) “Always the Place” ของคนในย่าน มีความเติบโตชัดเจนเป็น “High Quality Catchment Area” เปิดให้บริการมาแล้ว 36 ปี แวดล้อมด้วยโครงการที่อยู่อาศัยกว่า 900,000 ยูนิต และเป็น Luxury Residence กว่า 5,000 ยูนิต มีโรงเรียนนานาชาติระดับ top-tier กว่า 20 แห่ง ประชากรมีรายได้สูงกว่า Bangkok CBD บางย่านจากศักยภาพจึงได้ทรานส์ฟอร์มสู่ New masterplanning ขยายเป็นโครงการมิกซ์ยูสยิ่งใหญ่ของย่านบนพื้นที่ 55 ไร่ โดยเฟสแรกจะโฟกัสในส่วนศูนย์การค้า ภายใต้คอนเซ็ปต์ Urban Luxe & Lush Lifestyle เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า Upper Class มากขึ้น ยกระดับย่านบางนาไปอีกขั้นหนึ่ง ด้วยการ
-Curated Merchandising Mix ใหม่: เติมเต็ม Accessible Luxury Brands และมี Upper Lifestyle Brands, Brand Anchors บนพื้นที่ 10,000 ตารางเมตร พร้อมด้วยการปรับคอนเซ็ปต์ใหม่ระดับ flagship standard ของห้างเซ็นทรัล และการปรับโฉมใหม่ทั้งหมดของธุรกิจในกลุ่มเซ็นทรัล
-Space Revolution: สร้างสรรค์พื้นที่ใหม่ตั้งแต่ Tops Food Hall ที่มียอดขายติดอันดับ 1 ของศูนย์การค้าเซ็นทรัล, "Food Play Yard" รวมร้านอาหารหลากหลายมากกว่า 100 แบรนด์, “Fashion Galleria”รวมกว่า 100 Modern Luxury Brands และรองรับ 20 Accessible Luxury Fashion Houses, “Holistic Wellness” บนพื้นที่ 3,800 ตารางเมตร, “Multi-Generation Entertainment” พบกับสวนน้ำที่ใหญ่ที่สุดของย่าน รวมถึงพื้นที่ Happening Event, Pop-Up Market, Art Exhibition
2) เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า (Central Pinklao) – New Soul of the District (Creative | Moment | Magnetic) เปิดให้บริการมาแล้ว 30 ปี ถือเป็นแลนด์มาร์กและเมืองหลวงของฝั่งธนบุรี และ Meeting Point ของฐานลูกค้ากลุ่มครอบครัวมีกำลังซื้อ นักเรียน นักศึกษา และบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลชั้นนำ ปัจจุบันใน Catchment Area มีประชากรหนาแน่นถึง 3,000,000 คน, ราคาที่ดินเติบโตสูง และใกล้โครงข่าย Skytrain Major Interchange ที่ทำให้การเดินทางเชื่อมต่อไปย่านสำคัญอื่นๆ อย่างสีลม, สาทร และเยาวราชได้ง่าย การพัฒนาคอนเซ็ปต์ใหม่จึงยกระดับสู่การสร้างสรรค์ Complete Destination ที่ดีที่สุดในย่าน อาทิ
-Gastronomy Hub – ครบที่สุดในย่านกรุงเทพฯ ตะวันตก ร้านอาหารกว่า 200 แบรนด์ อาทิ Tops Food Hall และ New Variety ตั้งแต่ Premium, Casual Lifestyle, Grab & Go, Street Food, Family Food Destination พร้อมด้วยพื้นที่แฮงก์เอาท์
-Uplifted Shopping Experience: มี Key Anchor ที่แข็งแรงหลายแบรนด์ทั้ง Fashion & Sport พร้อมเพิ่ม Affordable Luxury Brands พบกับโฉมใหม่ของธุรกิจในเครือกลุ่มเซ็นทรัล นำโดยห้างเซ็นทรัล ระดับ Flagship Standard
-โรงภาพยนตร์คอนเซ็ปต์ใหม่
-Education and Family Destination ศูนย์กลางการเรียนรู้ และพัฒนา Multi-Intelligence Skills มากกว่า 50 สถาบัน สำหรับเด็กและเยาวชนครบทุกด้าน ดีที่สุดในย่านธนบุรี ซึ่งมีทราฟฟิกกลุ่มครอบครัวที่แข็งแกร่งมาก
3) เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ (Central Chaengwattana) - The Life Extraordinaire (Affluent | Vibrant | Art) มีอายุการใช้งาน 16 ปี เป็นย่านที่เติบโตและเปลี่ยนผ่านจากย่านชานเมืองสู่ New CBD จำนวนประชากรเติบโตเทียบเท่าย่านพระราม 9 และเป็นกลุ่มที่มีรายได้สูงกว่าย่านอื่นๆ ในนนทบุรี โดยเป็นครอบครัวกำลังซื้อสูง และหมู่บ้านชาวต่างชาติ Expat ที่มีจำนวนมาก โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โครงการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นกว่า 300% แวดล้อมด้วยสำนักงานของภาครัฐและเอกชน ซึ่งคาดว่าในอีก 5-10 ปีข้างหน้าจะมีจำนวน Office Workers เพิ่มขึ้น 300,000 คนรวมถึงมี New Connectivity ของรถไฟฟ้าสายสีชมพู
การพัฒนาคอนเซ็ปต์ใหม่จึงต้องการ Uplift ประสบการณ์เหนือระดับในทุกด้าน โดยจะเป็นที่ที่มีทราฟฟิกดีทุกวันทั้งวันธรรมดาและวันหยุด จากกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ในวัน Weekday จะมีกลุ่มพนักงานออฟฟิศจากบริษัทเอกชนและหน่วยงานรัฐ กลุ่มนักเรียน นักศึกษาถือเป็น High Frequency Shoppers และในช่วง Weekend จะเป็น Quality Shoppers ทั้งกลุ่มครอบครัวและ Expat ซึ่งเป็น The 1 Exclusive หรือกลุ่ม Wealth กว่า 10,000 คน และมียอด Spending มากกว่าที่อื่นถึง 25 เท่า
-Complete & Sophisticated Lifestyle: ทั้งห้างเซ็นทรัล ดีไซน์โมเดิร์น, Tops Food Hall กับสินค้าระดับท็อป และ Variety of Fashion Brands ตั้งแต่ International Brands to Street & Sport Fashion และเตรียมพบกับ New Anchor ต่างชาติที่มีแบรนด์ครบทุกไลฟ์สไตล์ ทั้ง Beauty, Food, Fresh Market
-New Family Magnet: Bounce, HarbourLand, JOYLIDAY รวมพื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร
-Food Destination: Food Patio เปิดใหม่ที่มียอดขายดี, และร้านอาหารสำหรับครอบครัวอีกมากมาย เช่น MOMO Paradise และ AKA เป็นต้น
-Common Space: พื้นที่ Art & Happening ร่วมมือกับศิลปินและสตูดิโอชื่อดัง
4) เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต (Central Chiangmai Airport) – Reimagining Lanna (Authentic | Attraction | Culture) อายุการใช้งาน 27 ปี ที่ปักหมุดใจกลางเมือง ใกล้สนามบินนานาชาติเชียงใหม่ เมืองขยายตัวอย่างรวดเร็วด้วย Mega Projects ของภาครัฐและแผนเตรียมรับนโยบายเมืองแห่ง Creative Economy Hub ปี 2571 อีกทั้งมี Emerging Demand เพิ่มขึ้นจาก Catchment Area ที่ขยายครอบคลุมประชากรกว่า 2,000,000 คน ในจังหวัดเชียงใหม่, ลำพูน, ลำปาง โครงการที่อยู่อาศัยโตขึ้นกว่า 34%, Luxury Hotels ที่เพิ่มมากขึ้น แวดล้อมด้วยโรงเรียนนานาชาติและมหาวิทยาลัย และมี Tourist Influx ล้นหลาม โตขึ้น 300% จากปี 2562 การพัฒนาคอนเซ็ปต์ใหม่ นำเสนอ Local Essence in Modern Twist เพื่อสร้างเดสติเนชั่นที่ผู้คนต้องมาเยือนและตอบโจทย์ชาวเชียงใหม่ได้ครบวงจร
-The Most Complete Mixed-Use Project of the North: เป็น New Masterplanning กว่า 100 ไร่ ทั้งศูนย์การค้า, Convention Hall, Tourist Hub และ Multi-Generation Space รวมถึง Go Wholesale แห่งแรกในภาคเหนือที่เปิดให้บริการแล้ว
-เติมเต็มแบรนด์ใหม่อีกมากกว่า 50% พร้อมด้วยแบรนด์ดังที่ประสบความสำเร็จแล้ว อาทิ Uniqlo, Nike, Adidas, Puma และ MUJI Flagship Store แห่งแรกของภาคเหนือและใหญ่ที่สุดในไทย สินค้ากว่า 3,000 รายการและมีกระแสตอบรับดีมาก
-Tourist & Family Destinations บนพื้นที่ 17,000 ตารางเมตร โดยขยายพื้นที่ “กาดหลวง แอร์พอร์ต” ถึง 9,000 ตารางเมตร ที่ประสบความสำเร็จมากในปัจจุบัน และ Local Food Market ที่ใหญ่ที่สุด มีแบรนด์ Local Michelin Brands ที่ชาวเชียงใหม่ชื่นชอบ รวมถึงสินค้า Hug Craft และ Local Craftmanship
“แผนการรีโนเวทพื้นที่ศูนย์การค้าครั้งใหญ่แห่ง 4 แห่ง งบรวมประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ได้แก่ เซ็นทรัล บางนา ในปัจจุบันมีทราฟฟิกที่ 5 หมื่นคน เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า มีทราฟฟิก 7 หมื่นคน, เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ จำนวน 4 หมื่นคนและ เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต จำนวน 4 หมื่นคน คาดว่าหลังปรับโฉมใหม่จะร่วมดึงดูดลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น หรือมีทราฟฟิกเพิ่มประมาณ 20%”นายชนวัฒน์ กล่าว
อนึ่ง บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เดินหน้าสู่อนาคตภายใต้เจตจำนงค์ของแบรนด์ Imagining better futures for all ด้วยการสร้างและพัฒนาพื้นที่เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนและชุมชน รวมถึงสิ่งแวดล้อม พร้อมดำเนินกลยุทธ์ The Ecosystem for All เป็นระบบที่แข็งแกร่งและยั่งยืน เพื่อเติบโตไปกับทุกฝ่ายควบคู่ไปกับการเป็นพลังขับเคลื่อนหลักที่ช่วยผลักดันเศรษฐกิจและประเทศ
ในปี 2566 เซ็นทรัลพัฒนาก้าวสู่อันดับ 1 องค์กรยั่งยืนระดับโลก โดยได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกของดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices: DJSI) ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ (Top 1% S&P Global Score) จากจำนวนทั้งหมด 299 บริษัททั่วโลก อีกทั้งยังได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งในบริษัทใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใน 2024 Fortune Southeast Asia 500 โดยขึ้นแท่นอันดับหนึ่งในกลุ่มบริษัท Real Estate ไทยทั้งหมดที่ได้รับการคัดเลือกในครั้งนี้ด้วย