นางสาวนภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงิน บัญชี และบริหารความเสี่ยง บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืน ผ่านสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability-Linked Loan: SLL) และสัญญาอนุพันธ์ป้องกันความเสี่ยงทางการเงินที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability-Linked Derivatives) โดยความร่วมมือครั้งนี้เป็นไปตามพันธกิจของเซ็นทรัลพัฒนาและกรุงศรี ที่ต้องการบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2593
ภายใต้ความร่วมมือครั้งสำคัญนี้ธนาคารกรุงศรีอยุธยาฯ ได้ให้การสนับสนุนสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน เป็นวงเงินถึง 2,850 ล้านบาท และสัญญาอนุพันธ์ป้องกันความเสี่ยงทางการเงิน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมระยะยาวของเซ็นทรัลพัฒนา ในการจัดสรร 30% ของเงินกู้ยืมเพื่อดำเนินงานตามกรอบการพัฒนา ESG ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการริเริ่มโครงการต่าง ๆ เช่น การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 และ Scope 2 การใช้พลังงานทดแทน และการพัฒนาอาคารสีเขียวในโครงการอสังหาริมทรัพย์ของเซ็นทรัลพัฒนา
ทั้งนี้เซ็นทรัลพัฒนามุ่งมั่นสร้างสรรค์ “พื้นที่” เพื่อยกระดับชีวิตของผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ด้วยวิสัยทัศน์ “Imagining better futures for all” และเดินหน้าพัฒนาความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ตามแผนงาน Journey to NET Zero 2050 การเงินเพื่อความยั่งยืน หรือ ESG Financing ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญของเรา เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ซึ่งขอชื่นชมกรุงศรีที่เป็นผู้นำในการเปลี่ยนผ่านสู่การเงินเพื่อความยั่งยืน และขอขอบคุณสำหรับการสนับสนุนด้วยดีเสมอมา
นายประกอบ เพียรเจริญ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และวาณิชธนกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY กล่าวว่า ธนาคารกรุงศรีฯ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ให้การสนับสนุนเซ็นทรัลพัฒนาอย่างต่อเนื่องหลังจากที่ได้ให้การสนับสนุนสินเชื่อสีเขียวไปในปี 2565 และปี 2566 โดยความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการให้การสนับสนุนสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งเครื่องพิสูจน์ความมุ่งมั่นในการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของเซ็นทรัลพัฒนา และสานต่อความเป็นผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของเมืองไทย รวมถึงเป็นแบบอย่างในการบูรณาการหลักการความยั่งยืน Environmental (สิ่งแวดล้อม) Social (สังคม) และ Governance (ธรรมาภิบาล) หรือ ESG ในทุกภาคส่วน ขณะเดียวกัน การให้การสนับสนุนสินเชื่อดังกล่าวยังสะท้อนความมุ่งมั่นของกรุงศรีที่จะขยายธุรกรรมทางการเงินในการสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมและความยั่งยืนที่ 100,000 ล้านบาท ภายในปี พ.ศ. 2573 เรามีความยินดีที่จะได้ก้าวเดินบนเส้นทางแห่งความยั่งยืนนี้ไปพร้อมกับเซ็นทรัลพัฒนา และพร้อมที่จะสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนในวงกว้างอย่างต่อเนื่อง
นายฮิโรทากะ คุโรกิ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY กล่าวว่า ธนาคารกรุงศรีฯ รู้สึกภูมิใจที่ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์อนุพันธ์ที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability-Linked Derivatives) ให้กับเซ็นทรัลพัฒนา ซึ่งเป็นธุรกรรมอนุพันธ์เชื่อมโยงกับความยั่งยืนครั้งแรกของเซ็นทรัลพัฒนา ผลิตภัณฑ์นี้ออกแบบมาเพื่อช่วยลูกค้าบริหารความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย และยังมอบผลประโยชน์ตามการบรรลุเป้าหมายด้าน ESG ความสำเร็จของการนำเสนอผลิตภัณฑ์นี้เกิดจากความร่วมมือของหลายภาคส่วนภายในกรุงศรี เพื่อบูรณาการผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ส่งเสริมความยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน และอนุพันธ์ที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ซึ่งทำให้กรุงศรีสามารถนำเสนอโซลูชันทางการเงินที่สอดคล้องกับเป้าหมายการลดปริมาณคาร์บอน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับเซ็นทรัลพัฒนา
เกี่ยวกับกรุงศรี
กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) เป็นกลุ่มธุรกิจการเงินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของไทยด้านสินทรัพย์ สินเชื่อ และเงินฝาก และเป็นหนึ่งในหกสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ (D-SIB) โดยดำเนินธุรกิจมานานถึง 78 ปี กรุงศรีเป็นบริษัทในเครือของมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดระดับโลก กลุ่มกรุงศรีให้บริการทางการเงินการธนาคารอย่างครบวงจร ทั้งในด้านสินเชื่อเพื่อรายย่อย การลงทุน การบริหารจัดการกองทุน รวมทั้งผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินอันหลากหลายแก่กลุ่มลูกค้าบุคคล ลูกค้า SME และลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ผ่านสาขาของธนาคารกว่า 590 สาขา (เป็นสาขาที่ให้บริการทางการเงินในรูปแบบปกติ 550 สาขาและสาขาที่ให้บริการเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ 40 สาขา) และช่องทางการขายกว่า 32,379 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ กรุงศรียังเป็นผู้ออกบัตรเครดิตรายใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยมีจำนวนบัญชีบัตรเครดิตและสินเชื่อเพื่อการผ่อนชำระ/สินเชื่อส่วนบุคคลมากกว่า 10.2 ล้านบัญชี และเป็นผู้ให้บริการด้านสินเชื่อรถยนต์ชั้นนำ (กรุงศรี ออโต้) พร้อมทั้งมีบริษัทบริหารจัดการกองทุนที่มีอัตราเติบโตสูงที่สุดแห่งหนึ่ง (บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงศรี จำกัด) ทั้งยังเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้มีรายได้น้อย (บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)) อีกด้วย
กรุงศรีมีพันธสัญญาในการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริตอย่างสูงสุด ธนาคารและบริษัทในเครือได้ผ่านการรับรองการเป็นสมาชิกอย่างสมบูรณ์ของ “แนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริต” โดยมุ่งร่วมมือกับองค์กรชั้นนำในไทยและผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียของธนาคาร เพื่อให้การดำเนินธุรกิจปราศจากการทุจริตคอร์รัปชั่น