ทีเอ็มบีธนชาต โชว์กำไร Q3 พุ่ง 5,230 ล้าน รวม 9 เดือน กำไรทะลุ 15,919 ลบ.
การเงิน

ทีเอ็มบีธนชาต โชว์กำไร Q3 พุ่ง 5,230 ล้าน รวม 9 เดือน กำไรทะลุ 15,919 ลบ.

ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2567 ธนาคารทหารไทยธนชาต หรือ ทีทีบี ได้รายงานผลประกอบการอย่างเป็นทางการโดยมีกำไรสุทธิถึง 5,230 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการควบคุมค่าใช้จ่ายในส่วนของการตั้งสำรองฯ ที่ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า โดยในรอบ 9 เดือนแรกของปีนี้ ธนาคารมีกำไรสุทธิสะสมรวมอยู่ที่ 15,919 ล้านบาท

การบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ที่รัดกุม

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของทีทีบี เปิดเผยว่าท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย ซึ่งยังคงกดดันด้านรายได้และคุณภาพสินทรัพย์ในไตรมาสที่ 3 ธนาคารได้ให้ความสำคัญในการบริหารจัดการต้นทุนอย่างสอดคล้องกับรายได้ พร้อมกับควบคุมต้นทุนความเสี่ยงโดยคงระดับสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ให้ต่ำที่ 2.7% ซึ่งยังคงเป็นระดับที่น่าพอใจและต่ำกว่าเป้าหมายที่ธนาคารกำหนดไว้

มาตรการตั้งหลักช่วยลูกค้าผลกระทบจากน้ำท่วม

นอกจากนี้ ทีทีบี ได้เร่งออก “มาตรการตั้งหลัก” เพื่อช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยครอบคลุมทั้งกลุ่มลูกค้ารายย่อยและกลุ่มธุรกิจ SME มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลลูกค้าให้ผ่านพ้นปัญหาทางการเงินในช่วงที่ยากลำบาก อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความยั่งยืนให้กับการบริหารสินเชื่อของธนาคาร

การเติบโตอย่างรับผิดชอบ

ทีทีบี ยังเดินหน้าตามแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) ผ่านโครงการรวบหนี้ (Debt Consolidation) ซึ่งช่วยให้ลูกค้ากว่า 31,000 ราย สามารถลดภาระดอกเบี้ยได้กว่า 1,900 ล้านบาท นับเป็นการเติบโตอย่างมีคุณภาพที่ธนาคารมุ่งเน้น เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินให้แก่ลูกค้าในระยะยาว

ภาพรวมผลประกอบการ

ในไตรมาสที่ 3 ธนาคารมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 17,225 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน 7,295 ล้านบาท โดยการตั้งสำรองฯ อยู่ที่ 4,764 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อน ส่งผลให้ธนาคารสามารถรักษากำไรได้อย่างแข็งแกร่ง สำหรับสินเชื่อรวมในไตรมาส 3 อยู่ที่ 1,253 พันล้านบาท ขณะที่เงินฝากอยู่ที่ 1,296 พันล้านบาท ทั้งสองด้านนี้แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการพอร์ตสินทรัพย์และหนี้สินอย่างมีประสิทธิภาพ

ทีทีบียังสามารถรักษาระดับเงินกองทุนรวม (CAR) ที่ 19.7% และเงินกองทุนชั้นที่ 1 (Tier 1) ที่ 17.3% ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานขั้นต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แสดงถึงความมั่นคงและความพร้อมที่จะเผชิญกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในอนาคต

เดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคง

นายปิติสรุปว่า สำหรับช่วงที่เหลือของปี 2567 ทีทีบียังคงมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบและระมัดระวัง เพื่อลดความเสี่ยงและรับมือกับปัจจัยทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้ ด้วยสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งในปัจจุบัน ธนาคารเชื่อมั่นว่าจะสามารถดำเนินงานตามพันธกิจที่มีต่อผู้ถือหุ้นและลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

You can share this post!