news-details
Business

"ทรัมป์"ป่วนหุ้นไทย แนวรับถัดไป 1,460/1,450 จุด

InnovestX คาดหุ้นไทยวันนี้มีโอกาสปรับตัวลง ชัยชนะของทรัมป์ ทำให้เงินไหลออก และก่อให้เกิดความกังวลด้านนโยบายกีดกันทางการค้า มองแนวรับถัดไปที่ 1,460 และ 1,450 จุด 


บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมิน แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้(7พ.ย.) โดยระบุว่าชัยชนะของทรัมป์หนุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ แต่คาดจะกดดันตลาดหุ้นไทย โดย Fund Flow มีโอกาสไหลออกได้ต่อ จากดอลลาร์แข็งค่าและบาทอ่อน รวมถึงความกังวลด้านนโยบายกีดกันทางการค้ากดดันดัชนีให้ปรับลงได้ต่อ โดยมีแนวรับถัดไปที่ 1,460 และ 1,450 จุด ตามลำดับ ส่วนกรอบบนถูกจำกัดที่แนวต้าน 1,480-1,487 จุด


ประเด็นสำคัญ

• พรรค Republican ชนะการเลือกตั้งสหรัฐฯ ทั้งสภาบน (52 ต่อ 42) และสภาล่าง (198 ต่อ 180) และชนะในทุก Swing State 7 มลรัฐฯ ทำให้นายโดนัลด์ ทรัมป์คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งเป็นปธน. สหรัฐฯ คนที่ 47 

• สมาคมธนาคารไทยเปิดเกณฑ์ช่วยเหลือแก้หนี้ครัวเรือน ย้ำเป็น NPL ไม่เกิน 1 ปี สินเชื่อบ้านไม่เกิน 3 ลบ. สินเชื่อรถไม่เกิน 7 แสนบาท และเอสเอ็มอีไม่เกิน 3 ลบ. รวมวงเงินช่วยเหลือ 1.4 ล้านลบ. ส่วนแหล่งเงินทุนมาจากให้แบงก์ลดเงินนำส่ง FIDF เหลือ 0.23% จาก 0.46%

• ม. หอการค้าไทยเผยผลสำรวจการใช้จ่ายช่วงวันลอยกระทง 15 พ.ย.นี้ คาดมีมูลค่าใช้จ่าย 10,355 ลบ. เพิ่มขึ้น 3.5%YoY สูงสุดรอบ 9 ปี แต่แจกเงินหมื่นบาทไม่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ จี้รัฐออกมาตรการเพิ่ม

• ธอส. เผยดัชนีราคาที่อยู่อาศัยในกทม. และปริมณฑล 3Q67 มีทิศทางปรับเพิ่มขึ้นตามต้นทุนที่ดิน ค่าแรง น้ำมัน กระทบต้นทุนก่อสร้าง สะท้อนแนวโน้มบ้านจัดสรรและห้องชุดใหม่ในปีหน้ามีราคาเพิ่มสูงขึ้น

• เงินเฟ้อทั่วไปเดือนต.ค. สูงขึ้น 0.83% จากการสูงขึ้นของราคาอาหาร โดยเฉพาะผักและผลไม้สด และราคาน้ำมันและค่าไฟฟ้าซึ่งมีฐานราคาปีก่อนต่ำกว่าจากมาตรการช่วยเหลือ

• กกร. ประเมิน GDP ปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวได้ที่ 2.6-2.8% จากเดิมที่คาด 2.2-2.7% ขับเคลื่อนจากการส่งออก, การกระตุ้นกำลังซื้อ, เร่งเบิกจ่ายงบฯ และมีมาตรการระยะสั้น กลาง และยาว ที่กำลังทยอยออกมา

• สถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งประเทศไทยแนะรัฐบาลเร่งจัดหาแหล่งก๊าซฯ ในช่วงเปลี่ยนพลังงาน เนื่องจากปัจจุบันปริมาณสำรองก๊าซฯ ลดลงต่อเนื่องจนเข้าขั้นวิกฤติ ทำให้ต้องนำเข้าก๊าซ LNG ในราคาที่ผันผวนเพิ่มขึ้นมีผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้น SET มีโอกาสฟื้นตัวจากระดับ 1450 จุด เนื่องจากมองตัวเลขเงินเฟ้อจีนจะออกมาต่ำกว่าคาดทำให้จีนอาจจออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ และคาดเฟดมีแนวโน้มปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย 25bps ซึ่งจะส่งผลดีต่อบรรยากาศลงทุนในตลาดหุ้น รวมไปถึงการเลือกตั้ง ปธน. สหรัฐฯ คาดจะทำให้แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีความชัดเจนมากขึ้น ทั้งนี้อาจจะมีความผันผวนที่สูงหากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้ง ปธน. ส่วนปัจจัยในประเทศน่าจะถูกขับเคลื่อนด้วยผลประกอบการ 3Q67 ของ บจ. ไทยเป็นสำคัญ แต่อย่างไรก็ดี ความผันผวนของค่าเงินและ Fund Flow ที่ยังไหลออกจากตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย ยังเป็นแรงกดดันต่อ Upside ของ SET ที่ 1500 จุด ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”  


Top Picks

CPAXT: 3Q67 คาดกำไรจะเติบโต YoY จากยอดขายและมาร์จิ้นที่ดีขึ้น จากนั้นจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงที่สุดของปีนี้ใน 4Q67 (เพิ่มขึ้น YoY และ QoQ) ทั้งนี้ภายหลังควบรวมกิจการ synergy จะเริ่มมีให้เห็นใน 4Q67 และชัดเจนมากขึ้นในช่วงกลางปี 2568 อีกทั้งมองเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์หลักของกลุ่มพาณิชย์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล


AWC: 3Q67 คาดผลการดำเนินงานจะออกมาเด่นสุดในกลุ่ม โดยกำไรปกติจะเติบโต 92%YoY และ 19%QoQ ขณะที่กำไรปกติของผู้ประกอบการรายอื่นๆ จะลดลง QoQ ส่วนปี 67 คาดมีกำไรปกติเติบโต 57%YoY และเติบโตต่อ 23% YoY ในปี 2568 แรงหนุนจากการดำเนินงานโรงแรมที่ดีขึ้น ซึ่งโมเมนตัมกำไรที่แข็งแกร่งจะเป็นปัจจัยกระตุ้นราคาหุ้น

You can share this post!