news-details
Business

“ดิษทัต ปันยารชุน” เตรียมส่ง OR ให้ CEO คนใหม่ “ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่”รับไม้ต่อ จับตาปี ’68 ธุรกิจ Lifestyle จะเป็นดาวรุ่ง

“ดิษทัต” เผยก่อนอำลา OR มั่นใจเป็น CEO ที่ปรับโครงสร้าง กล้าเปลี่ยนองค์กรให้เติบโตมากที่สุด แนะทุกคนรักองค์กรให้มาก ไม่คดโกง-ไม่คอร์รับชัน เชื่อมั่นฝีมือ CEO คนใหม่ ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ ระบุธุรกิจ Lifestyle จะเป็นดาวรุ่งในปี 68 ส่วนงบลงทุนต้องรอนำเข้าบอร์ดพิจารณา 11 ธ.ค.นี้ อยากเห็น OR เป็น Flagship ของกลุ่ม ปตท.ที่เข้มแข็ง  พร้อมผลักดัน-ส่งต่อวิสัยทัศน์ "Empowering All toward Inclusive Growth" สู่บทใหม่แห่งการเติบโตอย่างยั่งยืน

 

นายดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยก่อนที่จะเกษียณตำแหน่ง CEO ในวันที่ 11 ธันวาคม 2567 นี้ว่า ในช่วงระยะเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา ตนได้เข้ามาปรับโครงสร้างองค์กรของ OR ถือว่าเป็นซีอีโอที่เข้ามาปรับโครงสร้างมากที่สุด เช่น ในกลุ่มธุรกิจคาเฟ่อเมซอน ได้เพิ่มความแข็งแกร่งทั้งในและต่างประเทศ และสามารถก้าวขึ้นเป็นอันดับ 6 ของโลก ในด้านจำนวนสาขาที่มาก นอกจากนี้ยังวางรากฐานพนักงานในองค์กรให้มี Mindset อีกทั้งยังเป็นผู้ก่อตั้ง KALA APPLICATION ขึ้นมาเพื่อสนับสนุนต้นกล้าดีๆให้กับเกษตรกรในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูงสุด รวมไปถึงยกระดับ OR ไปสูง Virtual Bank ด้วยการร่วมกับธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน)หรือ KTB และ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) หรือ AIS เพื่อนำ Data Monetization ไปต่อยอดในเครือข่ายของพันธมิตร ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ดำเนินการอย่างเต็มระบบ

อยากให้ทุกคนรักองค์กรให้มากๆ ไม่ต้องกลัวผู้มีอิทธิพล ต้องเป็นคนที่อยู่ในคุณธรรม เป็นคนดี ไม่คดโกง ไม่คอร์รัปชัน โดย OR ก็เหมือนเครื่องบิน Take off โดยในช่วงกว่า 2 ปีที่ผ่านมา ผมได้นำพาองค์กรให้เปลี่ยนแปลง ด้วยการกล้านำบุคลากรที่มีความสามารถจากภายนอกองค์กรที่มีประสบการณ์ด้านดิจิทัลเข้ามาร่วมขับเคลื่อนองค์กรให้มีการเติบโต ซึ่งผมมั่นใจว่า ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ ที่จะมาดำรงตำแหน่ง CEO แทนผม นั้นเป็นคนเก่ง มีความสามารถ จะมีดุลยพินิจพิจารณาว่าจะนำพา OR ไปในทิศทางใดนายดิษทัต กล่าว

 

นายดิษทัต กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2568 ธุรกิจ Lifestyle จะเป็นดาวรุ่ง ซึ่งเป็นธุรกิจที่จะต้องลงทุนให้ได้ ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ อยู่ระหว่างเจรจาดีลซื้อกิจการ (Mergers and Acquisitions : M&A) อยู่ 2-3 ราย ซึ่งที่ผ่านมา ธุรกิจLifestyle เป็นพอร์ตโฟลิโอ ที่ถูกCut lossมากที่สุด และได้มีการยกเลิกการทำธุรกิจไปแล้ว 5-6 รูปแบบ อาทิ ร้าน Texas Chicken , บริษัท อิ่มทรัพย์โกลบอล คูซีน จำกัด ผู้ดำเนินการร้านอาหารญี่ปุ่นKouen ,ร้านคาเฟ่ อเมซอนที่ประเทศจีนในนาม OR China , บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส (Flash Express) ,Fixx และลงทุนแมน ส่วนธุรกิจ ORBIT Digital ขณะนี้อยู่ระหว่างทบทวน Business Modelอยู่ เพื่อสร้างมีมูลค่าแล้วนำเข้าตลาดหุ้น ทั้งนี้การลงทุนใหม่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับ ม.ล.ปีกทอง ทองใหญ่ ซึ่งจะขึ้นดำรงตำแหน่ง CEO OR คนใหม่ เป็นผู้กำหนดนโยบาย ส่วนงบลงทุนในปี 2568 จะอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่นั้น คงต้องรอบอร์ดอนุมัติ ซึ่งจะนำเข้าประชุมบอร์ดในวันที่ 11 ธันวาคม 2567 นี้  ซึ่งตนก็อยากเห็น OR เป็น Flagship ของกลุ่ม ปตท.ที่เข้มแข็ง เพราะต้องมีการวางแผนล่วงหน้าถึง 5 ปี จึงอยากเห็น OR มีความยั่งยืน

 

“ผมมีประสบการณ์การทำงานจากจุดเริ่มต้นในสายงานเทรดดิ้ง ปตท. สู่การก้าวขึ้นเป็นผู้นำ OR โดยได้วางรากฐานสำคัญขององค์กรผ่านแนวคิด RISE OR ที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ (R - Result-oriented) การตัดสินใจอย่างชาญฉลาด (I - Intelligence) การร่วมกันทำร่วมกันเติบโต (S - Synergy) และการสร้าง Mindset แห่งความเป็นเจ้าของธุรกิจ (E - Entrepreneurship) พร้อมผลักดันการเปลี่ยนแปลงในการทำงานขององค์กร โดยส่งเสริมให้บุคลากรก้าวออกจาก Comfort Zone ที่จำกัดอยู่ในพื้นที่ความถนัดเดิม สู่ Growth Zone ที่เปิดรับโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพใหม่ ๆ และวางกลยุทธ์การพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในทุกมิติ ทั้งด้านโครงสร้างการดำเนินงาน การเตรียมโครงสร้างความพร้อมสำหรับบุคลากรใน OR การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพทั้งภายในและภายนอกองค์กร และการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยเฉพาะการผลักดันให้เกิด Digital Transformation ด้วยการเป็นบริษัทแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่บูรณาการการจัดการระหว่างธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกด้วยระบบ SAP S/4HANA ใน 2 อุตสาหกรรม พร้อมพัฒนาระบบติดตามและควบคุมการดำเนินงานแบบศูนย์รวม (Dashboard Control Tower) ที่ช่วยให้มองเห็นภาพรวมการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่อุปทานและเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจ รวมถึงต่อยอดสู่การพัฒนาสู่ธุรกิจใหม่ ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ที่จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มจากข้อมูลทางธุรกิจ โดยร่วมมือกับพันธมิตร”นายดิษทัต กล่าว

ทั้งนี้ OR ได้เสริมความแข็งแกร่งของระบบนิเวศธุรกิจในหลายด้าน โดยเฉพาะการพัฒนาด้าน Mobility ผ่านการเป็น Thailand Mobility Partner ที่ขยายเครือข่าย EV Station PluZ ให้ครอบคลุม 77 จังหวัด ควบคู่กับการผลักดันการใช้เชื้อเพลิงการบินแบบยั่งยืน (SAF) ร่วมกับการบินไทย เวียตเจ็ทแอร์ และบางกอกแอร์เวย์ส  พร้อมทั้งปรับ Mode การขนส่งโดยเพิ่มการใช้ขนส่งทางท่อแทนทางรถยนต์หรือรถไฟ เพื่อการบริหารจัดการด้านระบบ Logistic ให้ Optimization มากที่สุด นอกจากนี้  ยังได้พัฒนา Retail Mixed-Use Platform รูปแบบใหม่ผ่าน PTT Station Flagship ที่มีธุรกิจ Non-oil ถึง 80% และต่อยอดสู่ OR Space ที่มุ่งเน้นธุรกิจ Non-oil 100% รองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค ควบคู่ไปกับความสำเร็จในธุรกิจไลฟ์สไตล์ โดย Café Amazon ทำยอดขายกว่า 1 ล้านแก้วต่อวัน พร้อมขยายความแข็งแกร่งให้ธุรกิจต้นน้ำผ่าน Café Amazon Park ที่ จ. ลำปาง รวมถึงการเปิดจุดรับซื้อและโรงแปรรูปเมล็ดกาแฟที่ อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ ที่ได้รับซื้อเมล็ดกาแฟจากเกษตรกรชุมชนในพื้นที่แล้วกว่า 370 ตัน ซึ่งนอกจากจะเป็นโรงงานแปรรูปเมล็ดกาแฟต้นแบบแล้ว ยังสร้างการเติบโตร่วมกับชุมชนตามแนวทาง OR SDG ด้วยการพัฒนาระบบ KALA Application เพื่อรวบรวมข้อมูลเกษตรกร พื้นที่ปลูก และคุณภาพเมล็ดกาแฟ

 

นอกจากนี้ ยังเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจไลฟ์สไตล์ผ่านการเปิดร้าน found&found แบรนด์เฮลท์แอนด์บิวตี้รีเทลรูปแบบใหม่ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรักสุขภาพและความงาม โดยวางแผนขยายเป็น 10 สาขาในปี 2568 พร้อมทั้งบริหารพอร์ตโฟลิโออย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ EBITDA Margin ปรับเพิ่มขึ้นจาก 27% เป็น 30% และในอนาคตจะปรับเพิ่มเป็น 50% เพื่อหนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของกลุ่ม OR

อีกทั้ง OR ยังเดินหน้าขยายการลงทุนในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยวางรากฐานผ่านการลงทุนใน PTT (Cambodia) หรือ PTTCL ในฐานะ Second Homebase พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ทั้ง Marine Terminal และสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ที่ถนนหุนเซนบูเลอวาร์ด ควบคู่กับการต่อยอดโครงการ Project ONE ในประเทศฟิลิปปินส์ หรือ PTTPC ที่แสดงให้เห็นถึงความร่วมมืออันแข็งแกร่งภายในกลุ่ม ปตท. นอกจากนี้ยังขยายโอกาสทางธุรกิจสู่เวียดนาม ผ่านการสร้างฐานธุรกิจ LPG แห่งใหม่ และขยายแหล่งจัดหาเมล็ดกาแฟใน สปป. ลาวเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น

 

สำหรับในประเทศเมียนมานั้น ตนมองว่ายังมีศักยภาพสูงกับการลงทุนกับไทย ซึ่งที่ผ่านมา OR มีแผนที่จะลงทุนเปิดคาเฟ่อเมซอน และคลังน้ำมัน ที่เมียนมาเพิ่ม  แต่ต้องประสบปัญหากับเรื่องสงครามทางการเมืองในประเทศเมียนมา ส่งผลให้ได้รับผลกระทบด้านการดำเนินงานของ OR ไปประมาณ 400 ล้านบาท

"ทุกความสำเร็จที่เกิดขึ้นเป็นเพียง Milestone ไม่ใช่เส้นชัย เราต้องพร้อมปรับตัว Disrupt ตัวเองก่อนถูก Disrupt และเตรียมพร้อมรับคลื่นลูกใหม่แห่งนวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อน OR สู่วิสัยทัศน์ ‘Empowering All toward Inclusive Growth' ในการเป็นองค์กรที่เสริมสร้างโอกาสเพื่อทุกการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน และหลักคิดสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร การจะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้นั้น ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงตนเองก่อน ต้องกล้าที่จะ Disrupt ตัวเองก่อนที่จะถูก Disrupt จากภายนอก พร้อมเตรียมรับมือกับคลื่นลูกใหม่แห่งนวัตกรรมและแพลตฟอร์ม ไม่รอให้อนาคตมาถึงแต่ต้องลงมือสร้างอนาคตเอง และที่สำคัญคือต้องสื่อสารพันธกิจขององค์กรให้ชัดเจนและสม่ำเสมอ สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของ OR ในการก้าวสู่บทใหม่แห่งการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป”นายดิษทัต กล่าวในที่สุด

 

 

You can share this post!