แอสเซทไวส์ฯเสริมแกร่งจากความสำเร็จรุกตลาดอสังหาฯภูเก็ต สานต่อแผนกลยุทธ์ EXPAND เจาะขยายธุรกิจสู่พื้นที่ EEC ต่อเนื่อง หลังประสบความสำเร็จกับ 4 โครงการเปิดขายก่อนหน้า มูลค่าโครงการรวมกว่า 4,770 ล้านบาท เดินหน้าลุยเปิดโครงการใหญ่รับไฮซีซั่น “อควารัส จอมเทียน พัทยา” คอนโดมิเนียมหรูสไตล์ Luxurious Staycation Residence มูลค่าโครงการกว่า 5,000 ล้านบาท ล่าสุดยอดขายพุ่งกว่า 70% คาดการก่อสร้างแล้วเสร็จปลายปี 70
นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานช่วง 11 เดือนแรกของปี 2567 (ม.ค. - พ.ย.) บริษัทสามารถสร้างสถิติยอดขายสูงสุดใหม่ได้ที่ 17,874 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายปีนี้ทั้งปีซึ่งวางไว้ที่ 17,800 ล้านบาท โดยเป็นผลจากการเดินลยุทธ์กระจายสินค้าครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ ทั้งคอนโดมิเนียมและบ้านแนวราบ บนทำเลทั้งกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และหัวเมืองท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ ภูเก็ต และชลบุรี อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้เดินหน้าขยายทำเลพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ต ผ่านการเข้าถือหุ้นสัดส่วน 67.94% ในบริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้า จนสามารถทำยอดขายได้รวมกว่า 7,000 ล้านบาท โดยจะทยอยรับรู้รายได้จากโครงการต่าง ๆ ดังกล่าวไปจนถึงปี 2569
นอกจากนี้บริษัทฯยังวางแผนเปิดตัวโครงการ Leisure Residences ในภูเก็ตอย่างต่อเนื่องอีก 4 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 15,500 ล้านบาท เพื่อสานต่อกลยุทธ์ Expand ที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาโครงการที่ภูเก็ต แอสเซทไวส์จึงนำกลยุทธ์ดังกล่าวขยายธุรกิจเข้ามาพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมบนทำเลศักยภาพเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ซึ่งเป็นพื้นที่ศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศที่รัฐบาลให้ความสำคัญ โดยเป็นพื้นที่สำคัญของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ระดับประเทศ และจากการที่มีการพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ยังมีแผนพัฒนาโครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก, การขยายท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 โครงการเมืองใหม่อัจฉริยะ รวมถึง 2 เมกะโปรเจกต์ ได้แก่ โครงการนิคมอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) และโครงการสปอร์ต คอมเพล็กซ์ ซึ่งมีสนามกีฬาขนาดใหญ่ ความจุประมาณ 80,000 ที่นั่ง
“ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2568 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในหลายโครงการจะเริ่มดำเนินการก่อสร้าง โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งหากก่อสร้างแล้วเสร็จ จะทำให้การเดินทางสะดวกรวดเร็ว และส่งผลให้พื้นที่ EEC เป็นอีกหนึ่งทำเลที่จะช่วยกระตุ้นภาวะเศรษฐกิจ การลงทุน และการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน นอกจากนี้จากข้อมูลของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ยังพบว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2567 ที่ผ่านมา พื้นที่ภาคตะวันออกมีการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนมากที่สุดในประเทศจำนวน 1,004 โครงการ รวมมูลค่า 408,737 ล้านบาท ซึ่งมีการประเมินว่าจะส่งผลให้พื้นที่ EEC มีประชากรเพิ่มขึ้น 1.2 - 1.5 ล้านคนภายในปี 2580” นายกรมเชษฐ์ กล่าว
นายกรมเชษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา บริษัทได้ดำเนินงานในการขยายการลงทุนพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์สู่พื้นที่ที่มีศักยภาพ โดยปัจจุบันมีทั้งหมด 3 พื้นที่ คือ กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ,พื้นที่ EEC และภูเก็ต โดยเฉพาะพื้นที่ EEC จากโอกาสในข้างต้น บริษัทฯ จึงได้เข้ามาพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในพื้นที่ EEC และสามารถสร้างยอดขายจนประสบความสำเร็จมาแล้ว 4 โครงการมูลค่ารวมกว่า 4,770 ล้านบาท ได้แก่ โครงการแอทโมซ ซีรีน ศรีราชา, โครงการเคฟ ยูนิเวิร์ส บางแสน, โครงการเคฟ โคโค่ บางแสน และโครงการแอทโมซ แคนวาส ระยอง ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากกลุ่มลูกค้า
และล่าสุดได้เปิดโครงการ อควารัส จอมเทียน พัทยา” (Aquarous Jomtien Pattaya)ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 5-3-76.1 ไร่ บนถนนจอมเทียน สาย 2 ใกล้ถนนสุขุมวิท และชายหาดจอมเทียน พัฒนาในรูปแบบของคอนโดมิเนียมไฮไรส์หรู สไตล์ Luxurious Staycation Residence สูง 44 และ 47 ชั้น จำนวน 2 อาคาร รวมทั้งสิ้น 606 ยูนิต และพื้นที่ร้านค้า 5 ยูนิต โดยห้องพักมีทั้งรูปแบบ 1 Bedroom ขนาด 34.70 - 76.40 ตารางเมตร, ห้อง 2 Bedrooms ขนาด 79.75 - 141.30 ตารางเมตร, ห้อง 3 Bedrooms ขนาด 130.10 - 173.80 ตารางเมตร ในราคาเริ่มต้น 4.21 ล้านบาท*และ Rare Item ห้อง Penthouse ขนาด 315.90 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้นที่ 80 ล้านบาทขึ้นไป มูลค่าโครงการกว่า 5,000 ล้านบาท โดยบริษัทได้เริ่มเปิดการขายกับ Agent อสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่พัทยาไปก่อหน้านี้แล้ว การตอบรับค่อนข้างดีปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่า 20% มีทั้งลูกค้าคนไทยและต่างชาติในสัดส่วนใกล้เคียงกัน ซึ่งปัจจุบันโครงการได้รับ EIA Approved พร้อมเริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้ว โดยมีกำหนดการสร้างแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน ปี 2570
ทั้งนี้ พัทยา จะเป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายของรัฐบาลที่จะเปิดให้มีเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ซึ่งจะมีการเติบโตและสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับพัทยา จากตัวเลข จ.ชลบุรี มีจำนวนนักท่องเที่ยวมากเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯ ระยะการเดินทางจากชลบุรี ไปสนามบินสุวรรณภูมิ ใช้เวลา 1.5 ชั่วโมง(ชม.) และ ไปสนามบินดอนเมือง 2.5 ชม. แต่ในอนาคตจะมีเมืองการบินที่สนามบินอู่ตะเภา ดังนั้นจะใช้เวลาเดินทางเพียง ครึ่งชม. ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาพัทยาได้ง่ายขึ้น