ทีมบริหาร“นาโนเทค 2025”เดินหน้าสานต่องานวิจัย ผลักดันใช้นาโนเทคในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมและพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนต่อเนื่อง กางแผนปี 68 เดินหน้าตามแนวคิด Innovate, Collaborate and Grow ผ่าน 4 ยุทธศาสตร์หลัก พร้อมอวดโฉมนวัตกรรมนาโนเทค 2025 สารสกัดสมุนไพร, ชุดตรวจสุขภาวะ, เกษตรและอาหาร และ น้ำและสิ่งแวดล้อม มุ่งเป้าแก้ปัญหาตามโจทย์ความต้องการของประเทศ ชูไฮไลท์ “ชุดตรวจคัดกรองโรคไต”ปัจจุบันผ่านการขึ้นบัญชีนวัตกรรมแล้ว เป็นประเทศที่ 2 รองจากจีน และรอเข้าระบบ สปสช. คาดสามารถเข้าสู่ระบบร้านยาของรัฐและเอกชนได้ภายในปี 68 หวังเข้าถึงประชาชนสามารถตรวจเบื้องต้นได้เอง ในราคา 140 บาท/ ชุด อนาคตเล็งจำหน่าย ชุดตรวจคัดกรองโรคไต สำหรับสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัข-แมว คาดสามารถใช้ได้จริงภายใน 2-4 ปี ดันไทยเป็นประเทศแรกในโลกที่คิดค้นนวัตกรรมชุดตรวจคัดกรองโรคไต สำหรับเลี้ยง เล็งจัดตั้งสตาร์ทอัพ 2 บริษัท ในด้านสมุนไพร-การแพทย์ และขยายการใช้ประโยชน์นวัตกรรมสู่ภาคอุตสาหกรรมเพิ่ม 5% เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ เสริมแกร่งความสามารถในการแข่งขัน รับลูกนโยบายรัฐบาล ยกระดับนวัตกรรมไทยเพื่อคนไทย อุตสาหกรรมไทย
ดร.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ทีมของตนเข้ามารับตำแหน่งผู้บริหารนาโนเทค เมื่อปลายเดือนสิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา ก็พร้อมที่จะเดินหน้าและต่อยอดงานวิจัยอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งใจจะผลักดันการใช้นาโนเทคให้มีประโยชน์มากขึ้น และใช้นาโนเทคในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมและพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน โดยตลอดระยะเวลา 21 ปีที่ผ่านมา นาโนเทคเติบโตอย่างมั่นคง มีกำลังคนด้านนาโนเทคโนโลยีที่ทำงานวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างสรรค์องค์ความรู้ และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับนาโนเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง มีกำลังคนสายงานสนับสนุนที่เป็นกำลังเสริมในด้านต่างๆ เพื่อนำนวัตกรรมส่งถึงมือผู้ใช้
"เสื้อนาโน มุ้งนาโน โลชั่นกันยุงนาโน SOS Water เครื่องผลิตน้ำพลังแสงอาทิตย์ หรือไข่ออกแบบได้" นวัตกรรมในยุคแรกๆ ของนาโนเทค ที่มีการต่อยอดทั้งในเชิงการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับภาคเอกชน รวมถึงเชิงสาธารณประโยชน์ โดยเฉพาะในช่วงภาวะฉุกเฉิน ก่อนขยับสู่เทคโนโลยีที่ก้าวหน้ากว่าเดิม เพื่อช่วยแก้ปัญหาที่ผู้ใช้ต้องการ อาทิ เวชสำอางจากพืชสมุนไพรต่างๆ อาทิ เห็ดหลินจือ หรือกลุ่ม Herbal Champion, แผ่นกรองอากาศต้านเชื้อราแบคทีเรีย หรือการตอบโจทย์ความต้องการเร่งด่วนอย่างการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อาทิ ชุดตรวจคัดกรองโควิด-19 (NANO Covid-19 Antigen Rapid Test), หมวกแรงดันบวก- ลบ ลดการแพร่เชื้อหรือสารฆ่าเชื้อต่างๆ” ดร.อุรชา กล่าว
สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2568 นาโนเทคจะเดินหน้าตามแนวคิด Innovate, Collaborate and Grow ที่จะให้ความสำคัญกับ 3 ปัจจัย คือ นวัตกรรม, ความร่วมมือกับพันธมิตร และการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่าน 4 ยุทธศาสตร์ สำคัญ ที่เรียกว่า 4 Strategic Focus (SF) หรือกลไกการผลักดันเทคโนโลยียกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน (improve quality of life) เพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาต่อยอดผลงานวิจัยนาโนเทค ที่มุ่งเป้าเพื่อแก้ไขปัญหาตามโจทย์ความต้องการของประเทศ ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ เสริมแกร่งความสามารถในการแข่งขัน ได้แก่ สารสกัดสมุนไพร, ชุดตรวจสุขภาวะ, เกษตรและอาหาร และ น้ำและสิ่งแวดล้อม
ดร. อุรชา กล่าวว่า ในระยะเวลา 1 ปีจากนี้ จะเห็นผลงานต่างๆ ของแต่ละ SF ถึงมือผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง เริ่มจาก
1.SF สารสกัดสมุนไพรที่สารสกัดกระชายดำสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ 3 บริษัท สร้างรายได้ให้กับประเทศ ยกระดับอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทยสู่ระดับสากล พร้อมตั้งเป้าต่อยอดสู่อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่คาดว่าจะใช้สารสกัดสมุนไพรเพิ่มขึ้นในอนาคต
2.SF ชุดตรวจสุขภาวะ ที่จับมือพันธมิตรสำคัญอย่างสภาเภสัชกรรมและ สปสช. ผลักดัน “ชุดตรวจคัดกรองโรคไต” ปัจจุบันผ่านการขึ้นบัญชีนวัตกรรมแล้ว และรอเข้าระบบ สปสช. ขณะนี้อยู่ในระหว่างการทดลองระบบกับสภาเภสัชกรรมและสปสช. ในการนำชุดตรวจคัดกรองโรคไต นำร่องในพื้นที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต7 ขอนแก่น (4 จังหวัด) ก่อน จำนวนประมาณ 3,000 ชุด ซึ่งจะมีการแถลงข่าวในวันที่ 18 ธันวาคม 2567 นี้
“ชุดตรวจคัดกรองโรคไต นี้ เป็นการต่อยอดจากงานวิจัยเดิม ซึ่งงานวิจัยนี้ใช้ระยะเวลามากว่า 10 ปี และชุดตรวจที่คิดค้นขึ้นมานี้นั้นได้ไอเดียมาจากช่วงวิกฤติโควิด-19 ที่ต้องใช้ชุดตรวจ ATK ซึ่งการคัดกรองโรคไตก็ใช้ชุดตรวจแบบเดียวกัน เพราะมองว่าโรคไตถือว่าเป็น 1 ใน 3 หรือ 1 ใน 4 โรคที่คนไทยเป็นกันมากที่สุด จึงอยากให้ประชาชนเจ้าถึงและสามารถตรวจได้เองในเบื้องต้นก่อน โดยเป็นการตรวจจากปัสสาวะ หากขึ้น 2 ขีดก็มีความเสี่ยงที่เป็นโรคไต ซึ่งจะต้องทำการรักษาต่อไป เบื้องต้นชุดตรวจจะอยู่ที่ประมาณ 140 บาท/ชุด ซึ่งไทย ถือเป็นประเทศที่ 2 รองจากจีน ที่มีการวิจัยและผลิตชุดตรวจคัดกรองโรคไต โดยขณะนี้ได้มีผู้นำชุดตรวจเข้ามาขายในประเทศไทยผ่านช่องทางออนไลน์ ในราคา 140 บาท/ชุด เช่นเดียวกัน แต่ต้นทุนจากประเทศจีนนั้นจะถูกกว่ามาก ในราคาประมาณ 50 บาท/ชุด เพราะจีนเป็นประเทศที่ใหญ่และมีประชากรมาก ดังนั้นกำลังการผลิตจึงมาก ส่วนในไทย ปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่รับ License ในการผลิตแล้ว 3 บริษัท แต่มีเพียง INNISUS ที่จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ภายใต้แบรนด์ “KITNEE” โดยในประเทศไทย คาดว่าจะสามารถเข้าสู่ระบบร้านยาของรัฐและเอกชนได้ภายในปี 2568”ดร.อุรชา กล่าว ดร.อุรชา กล่าวต่อไปว่า ในอนาคตจะผลิตชุดตรวจคัดกรองโรคไต สำหรับสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัขและแมว ด้วย เพราะปัจจุบันคนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาเลี้ยงสัตว์เหมือนสมาชิกในครอบครัวมากขึ้น และได้รับเสียงสะท้อนมาจากโรงพยายาลสัตว์ต่างๆว่า สัตว์เลี้ยงจะประสบปัญหาเรื่องโรคไตเป็นจำนวนมาก ทางทีมฯจึงได้ต่อยอดการวิจัยนวัติกรรมโรคไตต่อจากคน ไปสู่สัตว์เลี้ยง ซึ่งปัจจุบันได้ทำการวิจัยมาได้ประมาณ 50% แล้ว เพราะค่าเริ่มต้นของสุนัขและแมวจะมีความต่างกัน คาดว่าอย่างเร็วประมาณ 2 ปี หรืออย่างช้าและมีความชัดเจนที่สุดก็ประมาณ 4 ปี นวัตกรรมการตรวจคัดกรองโรคไต สำหรับสัตว์เลี้ยง ก็จะนำมาใช้ได้ หากประสบความสำเร็จ ไทยก็จะเป็นประเทศแรกในโลกที่คิดค้นนวัตกรรมชุดตรวจคัดกรองโรคไต สำหรับสัตว์เลี้ยง
3.SF น้ำและสิ่งแวดล้อม นอกจากเรื่องน้ำสะอาดที่นาโนเทควิจัยพัฒนาระบบกรองน้ำอุปโภคและบริโภคสำหรับชุมชน และขยายผลถ่ายทอดองค์ความรู้การจัดการคุณภาพน้ำสู่ผู้ใช้ประโยชน์หลายพื้นที่ในไทย ยังมีเรื่องของ วัสดุโครงข่ายโลหะอินทรีย์ หรือ Metal Organic Frameworks (MOFs) เป็นวัสดุดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประสิทธิภาพสูง และการแปลงก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2 conversion) ในภาคอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ โรงไฟฟ้า โรงกลั่นปิโตรเคมี ที่นาโนเทคมีความร่วมมือกับเอกชนยักษ์ใหญ่หลายราย เพื่อสอดรับนโยบายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)
4.SF เกษตรและอาหาร มุ่งเป้าด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) โดยเฉพาะด้านการขจัดความอดอยาก (SDG 2) และนโยบายของภาครัฐด้านการสร้างความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) เริ่มจาก “ไข่สุขภาพหรือไข่โอเมก้า-3” เป็นนวัตกรรมยกระดับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน และเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ ให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง และปุ๋ยคีเลตหรือสารคีเลตจุลธาตุอาหาร เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยหลัก ลดการสูญเสียธาตุอาหารและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
“นอกจากผลงานที่จะเห็นจาก 4SF นาโนเทค 1 ปีจากนี้ จะมุ่งเน้นการทำงานร่วมกับภาคเอกชนและชุมชนด้วยแนวคิด innovation solution ขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์งานวิจัยและนวัตกรรมนาโนเทคให้มากที่สุด, ขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สมุนไพร 2 ชนิด ได้แก่ กระชายดำ และบัวบก รวมถึงจัดตั้งบริษัทสตาร์ตอัพ 2 บริษัท ในด้านสมุนไพรและการแพทย์ สุดท้ายปลายทางคือ เราคาดหวังจะเพิ่มผู้ที่ได้ประโยชน์จากงานวิจัยและนวัตกรรมของเรา ไม่ว่าจะเป็นบริษัท หน่วยงาน หรือชุมชนที่นำผลงานไปใช้ประโยชน์ วางโจทย์ไว้ว่า จะเพิ่ม 5% จากจำนวนผู้ที่นำผลงานไปใช้ประโยชน์ 2580 ราย 67 องค์กรในปี 2567” ดร. อุรชา กล่าว
ดร.อุรชา กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากการเชื่อมโยงโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคชุมชน ประชาชนแล้ว นาโนเทคยังทำงานสอดรับกับนโยบายรัฐบาลทั้งในแง่ของนโยบายเร่งด่วนด้านของการสนับสนุนผู้ประกอบการไทย SMEs และการเพิ่มมูลค่าสินค้าการเกษตรและราคาพืชผลเกษตร ยกระดับรายได้เกษตรกร และนโยบายของภาครัฐในระยะกลาง-ยาว ในด้านการส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ได้แก่ การส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว และการมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจสุขภาพ และบริการทางการแพทย์ และเดินหน้าคู่ขนานกับนโยบายภาครัฐที่ต้องการยกระดับการบริหารจัดการน้ำ และสานต่อนโยบายความเป็นกลางทางคาร์บอน ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอีกด้วย