news-details
Business

เงินบาทเปิดเช้านี้ 34.07 บาท/ดอลลาร์ "อ่อนค่าเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง"

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 34.07 บาท/ดอลลาร์ "อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง" กรุงไทยคาด วันนี้แกว่งตัวในช่วง 34.00-34.20 บาท/ดอลลาร์ เพื่อรอรับรู้ปัจจัยใหม่ๆเช่นผลประชุมของบรรดาธนาคารกลาง โดยเฉพาะ และผลประชุม FOMC ของเฟดในวันพฤหัสฯ

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.07 บาท/ดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดวันที่ผ่านมา ที่ระดับ 34.05 บาท/ดอลลาร์

โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวในกรอบ Sideways (กรอบการเคลื่อนไหว 34.03-34.12 บาทต่อดอลลาร์) แม้ว่าเงินบาทจะเผชิญแรงกดดันบ้าง ตามการทยอยปรับตัวลดลงของราคาทองคำ (XAUUSD) ที่พลิกกลับมาย่อตัวลงสู่โซน 2,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทก็ถูกชะลอลงบ้าง ตามการย่อตัวลงของเงินดอลลาร์ หลังรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงคืนที่ผ่านมานั้น ออกมาผสมผสาน โดยมีเพียงดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ โดย S&P Global (Services PMI) ในเดือนธันวาคม ที่ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 58.5 จุด ดีกว่าที่ตลาดประเมินไว้ ขณะที่ดัชนี PMI ภาคการผลิตในเดือนธันวาคม กลับปรับตัวลดลงสู่ระดับ 48.3 จุด แย่กว่าคาด เช่นเดียวกันกับดัชนีภาคการผลิตโดยเฟดสาขานิวยอร์ก (NY Empire Manufacturing) ก็ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 0.2 จุด แย่กว่าคาดไปมาก สะท้อนภาวะหดตัวต่อเนื่องของภาคการผลิตสหรัฐฯ

สำหรับวันนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจอังกฤษและทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ผ่านรายงานข้อมูลตลาดแรงงานอังกฤษ โดยเฉพาะในส่วนอัตราการเติบโตของค่าจ้าง

ส่วนในฝั่งยูโรโซน ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามรายงานดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของเยอรมนี (IFO Business Climate) รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนี (ZEW Economic Sentiment) ในเดือนธันวาคม

และในฝั่งสหรัฐฯ ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่รายงานยอดค้าปลีก (Retail Sales) เดือนพฤศจิกายน รวมถึงคาดการณ์อัตราการเติบโตเศรษฐกิจโดยเฟดสาขา Atlanta (GDPNow) สำหรับไตรมาสที่ 4 ซึ่งจะรับรู้ในช่วง 01.00 น. ตามเวลาประเทศไทยของเช้าวันพุธที่ 18 ธันวาคม

สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เราคงประเมินว่า เงินบาทอาจแกว่งตัว Sideways ไปก่อนในช่วง 34.00-34.20 บาทต่อดอลลาร์ เพื่อรอรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม อย่าง ผลการประชุมของบรรดาธนาคารกลาง โดยเฉพาะ ผลการประชุม FOMC ของเฟดในวันพฤหัสฯ

อย่างไรก็ดี เรามองว่า ในช่วงระหว่างวัน เงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าได้บ้าง หากบรรดานักลงทุนต่างชาติยังคงเดินหน้าขายสินทรัพย์ไทยเพิ่มเติม นอกจากนี้ หากเงินหยวนจีน (CNY) ยังคงทยอยอ่อนค่าลงต่อ หลังผู้เล่นในตลาดต่างผิดหวังกับความชัดเจนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและรายงานข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด ก็อาจกดดันบรรดาสกุลเงินเอเชียเพิ่มเติมได้ ทว่า เงินบาทอาจพอได้แรงหนุนอยู่บ้าง หากราคาทองคำสามารถทยอยรีบาวด์สูงขึ้นจากโซนแนวรับระยะสั้น

อนึ่ง เราขอแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดควรเตรียมรับมือความผันผวนในตลาด ที่อาจสูงขึ้นในช่วงทยอยรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง ยอดค้าปลีก ซึ่งจะทยอยรับรู้ในช่วงราว 20.30 น. ตามเวลาประเทศไทย

ท่ามกลางความผันผวนในตลาดการเงินที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในช่วงปีหน้าที่จะเผชิญกับ Trump’s Uncertainty ทำให้เรายังคงแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการปิดความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งการใช้เครื่องมือเช่น Options หรือ สกุลเงินท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้

มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.00-34.20 บาท/ดอลลาร์

You can share this post!