InnovestX คาดตลาดหุ้นไทยทิศทางยังเป็นลบ รอสัญญาณกลับตัว มองแนวรับถัดไปที่ 1,387 และ 1,375 จุด ติดตามประชุมกนง. และผลประชุมเฟดในคืนนี้
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้(18ธ.ค.) SET ไร้แรงรับ มีแต่แรงขาย กดดันดัชนีหลุด 1,400 จุด สร้างสัญญาณลบทางเทคนิค และยังไม่แสดงสัญญาณกลับตัว โดยมีแนวรับถัดไปที่ 1,387 และ 1,375 จุด ตามลำดับ ส่วนกรอบบนถูกจำกัดที่แนวต้าน 1,400-1,410 จุด ประเด็นสำคัญ ติดตามประชุมกนง. วันนี้ หากมีการลดดอกเบี้ยจะเป็นแรงหนุนต่อดัชนีได้ และติดตามผลประชุมเฟดในคืนนี้
ประเด็นสำคัญ
• กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เผยยอดค้าปลีกเดือนพ.ย. ขยายตัว 0.7%MoM สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้และเร่งตัวขึ้นจากเดือนต.ค.
• แหล่งข่าว Reuters เผยในสัปดาห์ก่อนคณะผู้นำจีนได้มีมติคงเป้าหมายการขยายตัวเศรษฐกิจจีนปี 2568 ที่ 5% และจะปรับนโยบายการคลังเชิงรุกมากขึ้น โดยเพิ่มการขาดดุลงบประมาณขึ้น 1pp เป็น 4% ของ GDP หรือราว 1.3 ล้านล้านหยวน และได้รับการตอบรับจากที่ดีในการประชุม CEWC แต่ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ
• ครม. เห็นชอบการกำหนดเขตพื้นที่ใน EEC ระยองสำหรับอนุญาตให้จัดตั้งสถานบริการครบวงจร 2,662 ไร่ และอนุมัติร่างกฎหมายเวนคืนอสังหาฯ สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสีชมพูช่วงแคราย-มีนบุรีภายใน 4 ปี
• ครม. อนุมัติร่างกฎกระทรวงในพ.ร.บ. โรงงานยกเว้นการผลิตไฟฟ้าจากพลังแสงอาทิตย์ให้ไม่ต้องขออนุญาต เพื่อสนับสนุนเอกชนรายย่อยสามารถเข้าถึงพลังงานสะอาดได้
• รมว. ท่องเที่ยวฯ เผยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยสะสมในปีนี้ แตะ 33.4 ล้านคน เติบโต 27%YoY ทั้งจากนักท่องเที่ยวระยะใกล้และนักท่องเที่ยวระยะไกลที่กลับมาเร่งตัวอีกครั้ง
• สมาคมโรงแรมไทยเสนอรัฐบาลออก 5 มาตรการช่วยเหลือผ่านการกระตุ้นการท่องเที่ยว, ช่วยเหลือค่าใช้จ่าย, เพิ่มทักษะแรงงาน, สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และสิทธิ์ประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการที่ได้มาตรฐาน
• กยท. ประเมินผลผลิตยางในเดือนธ.ค. จะหายไป 24.8% หรือ 1.4 แสนตัน จากฝนตกและอุทกภัยที่กระทบสวนยาง 5.5 ล้านไร่ใน 11 จังหวัด
• ติดตามบอร์ดกสทช. พิจารณารายงานการศึกษามาตรการเฉพาะกรณีการควบรวม TRUE-DTAC และ 3BB-AWN ที่ถูกเลื่อนเข้ามาพิจารณา
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวผันผวนและรอสัญญาณกลับตัวขึ้นไปยืนเหนือ 1400 จุด ทั้งนี้ Upside ของตลาดขึ้นกับแนวโน้มเศรษฐกิจจีน และการปรับลดดอกเบี้ยของ Fed ด้านตลาดหุ้นไทยติดตามการประชุม กนง. ที่ตลาดคาดจะคงดอกเบี้ยเป็นปัจจัยกดดันลาดในระยะสั้น อย่างไรก็ดีหาก กนง. ปรับลดดอกเบี้ยจะส่งผลให้ SET Index ปรับตัวขึ้นได้ราว 15-20 จุด รวมถึงการเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการซื้อกองทุนประหยัดภาษีที่มักเร่งตัวขึ้นในช่วงปลายปี ขณะที่ยังต้องติดตามนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”
Daily top picks
CRC : คาดได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่อยู่ระหว่างการพิจารณาเกี่ยวกับการจับจ่ายเพื่อลดหน่อยภาษี ผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดแล้วใน 3Q67 และ 4Q67 คาดจะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีนี้ โดยจะเพิ่มขึ้น QoQ ตามฤดูกาล และ YoY จากการขยายสาขาและการคุมค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น หนุนให้ปี 2567 คาดกําไรจะยังเติบโต 7.8%YoY
FTREIT: ราคาปรับตัวลดลงมาแล้ว 4.5% ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ Div. Yield ดูน่าสนใจมากขึ้นที่ 7.1% ในปี FY2567 และ 7.3% ในปี FY2568 นอกจากนี้ยังได้รับประโยชน์จากความต้องการพื้นที่อุตสาหกรรมในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นด้วย โดยจากการพูดคุยกับผู้จัดการกอง REIT ยังไม่มีสัญญาณว่าลูกค้าจะชะลอการตัดสินใจหลังการเลือกตั้งสหรัฐฯ