บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ มองตลาดหุ้นซื้อขายเบาบาง เข้าช่วงเทศกาลคริสต์มาส-ปีใหม่ และขาดปัจจัยใหม่ ทำให้ดัชนีมีกรอบบนจำกัดบริเวณแนวต้าน 1,405-1,410 จุด
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ (27 ธ.ค.) คาดช่วงรอยต่อของเทศกาลคริสต์มาสและเข้าสู่ช่วงปีใหม่ ทำให้มูลค่าซื้อขายเบาบาง และตลาดไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามากำหนดทิศทาง ส่งผลให้ในระยะสั้น ดัชนีจะมีกรอบบนจำกัดบริเวณแนวต้าน 1,405-1,410 จุด และยังชะลอตัวลดความร้อนแรงได้อยู่ หลังฟื้นตัวขึ้นมาก่อนหน้า ด้านแนวรับอยู่ที่ 1,385-1,390 จุด
ประเด็นสำคัญ
• WorldBank ปรับเพิ่มประมาณการ GDP จีนปี 2567 และ 2568 เป็น 4.9% (เดิม 4.8%) และ 4.5% (เดิม 4.1%) ตามลำดับ แต่ยังคงย้ำเตือนความเสี่ยงด้านความเชื่อมั่นที่ถดถอยทั้งในภาคครัวเรือนและธุรกิจ และแรงกดดันจากภาคอสังหาฯ
• รัฐบาลจีนอนุญาตให้รัฐบาลท้องถิ่นสามารถใช้พันธบัตรพิเศษสำหรับลงทุนได้หลากหลายมากขึ้น พร้อมจะลดกระบวนการอนุมัติให้ง่ายขึ้น จากเดิมที่ต้องได้รับการอนุมัติจากส่วนกลางก่อนขายพันธบัตร
• รัฐบาลญี่ปุ่นเผยผลผลิตทางเศรษฐกิจจะฟื้นตัวถึงระดับเต็มศักยภาพในปีงบฯ ถัดไป เป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี หลังตลาดแรงงานเริ่มตึงตัว โดยการขาดแคลนแรงงานจะเป็นข้อจำกัดด้านอุปทาน
• กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เผยจำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ก่อนลดลง 1,000 รายสู่ 2.19 แสนราย ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้
• ธปท. ส่งหนังสือเสนอความเห็นควรแบ่งงบประมาณจากการกระตุ้นเศรษฐกิจสำหรับการลงทุนภาครัฐ เช่น ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน, พัฒนาบุคลากรในสาขาที่ขาดแคลน และลดภาระการคลังและต้นทุนกู้ยืม
• สนค. คาดการณ์มูลค่าส่งออกไทยปี 2568 จะขยายตัว 2-3% หนุนจากการทยอยฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก, อุปสงค์สินค้าเกษตร, อาหาร และอิเล็กฯ และการย้ายฐานการผลิต ท่ามกลางไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก, มาตรการกีดกันทางการค้าจากสหรัฐฯ และค่าเงินบาทที่ผันผวน
• สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปมองตลาดอาหารสำเร็จรูปในปี 2568 จะเติบโตต่อเนื่องราว 5-7% โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่ราคาไม่แพงซึ่งสามารถแข่งขันกับโลกได้ และกังวลต่อความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการขึ้นภาษีการค้าของสหรัฐฯ ว่าจะกระทบอย่างไรต่ออาเซียน
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวผันผวน โดยมีแนวรับที่บริเวณ 1,360 จุด ทั้งนี้มอง SET หลุด 1,400 จุดแย่กว่าตลาดหุ้นภูมิภาค เนื่องจากความกังวลเรื่อง ESG ของหุ้นขนาดใหญ่ และ Fund Flow ยังมีทิศทางไหลออกหลังเฟดส่งสัญญาณปรับลดดอกเบี้ยช้าลง ทำให้ช่วงสั้นSET ลุ้นปรับขึ้นได้เพียงแค่ปัจจัยกระตุ้นจากความคาดหวังเม็ดเงินลงทุนจะไหลเข้าจากการเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการซื้อกองทุนประหยัดภาษีที่มักจะเร่งตัวขึ้นในช่วงปลายปีและการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐเพิ่มเติม อาทิ แจกเงินหมื่นเฟส 2, การนำค่าซื้อสินค้ามาลดหย่อนภาษี (Easy E-Receipt) ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศยังคงต้องติดตามนโยบายการค้าของสหรัฐฯ รวมทั้งดัชนี PMI ภาคการผลิต ธ.ค. จีนและสหรัฐฯ ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”
Daily top picks
BDMS: ช่วงสั้นมองมีโอกาสเป็นหุ้นที่เป็นเป้าหมายทำ Window Dressing ในช่วงสิ้นปีนี้ หลังราคาหุ้นปรับลง 11.4%YTD และ 18.7%QTD ขณะที่ 4Q67 คาดกำไรปกติจะเติบโตต่อเนื่อง YoY และทรงตัว QoQ จากความต้องการใช้บริการทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้น หนุนให้ปี 2567 กำไรปกติเติบโต 12.6%YoY สู่ระดับ 1.6 หมื่นลบ.
AWC: ได้อานิสงส์บวกจากการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและมีโอกาสเป็นเป้าหมายสะสมของกองทุนภาษีช่วงปลายปีหลังมี ESG Rating ปี 2568 ที่ปรับตัวดีขึ้นเป็น AA ท่องเที่ยว ขณะที่ 4Q67 คาดกำไรปกติเติบโต YoY และ QoQ เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซันของธุรกิจท่องเที่ยวไทย หนุนให้ปี 2567 คาดมีกำไรปกติเติบโตเด่น 57%YoY