news-details
Business

เงินบาท“แข็งค่าขึ้น”เปิดเช้านี้ 34.69 บาท/ดอลลาร์

ค่าเงินบาท เปิดเช้านี้ที่ 34.69 บาท/ดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้น” กรุงไทย มองกรอบในช่วง 24 ชั่วโมง คาดจะอยู่ที่ 34.60-34.85 บาท/ดอลลาร์ ระวังความผันผวนช่วงรับรู้ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.69 บาท/ดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้น” จากระดับปิดวันที่ผ่านมา ที่ระดับ 34.80 บาท/ดอลลาร์

โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยแข็งค่าขึ้น ในลักษณะ Sideways Down (แกว่งตัวในกรอบ 34.66-34.82 บาทต่อดอลลาร์) หนุนโดยการทยอยอ่อนค่าลงบ้างของเงินดอลลาร์ หลังผู้เล่นในตลาดทยอยขายทำกำไรสถานะ Long USD ออกมาบ้าง อีกทั้ง ในส่วนของบรรดาสกุลเงินหลัก อย่าง เงินยูโร (EUR) และเงินปอนด์อังกฤษ (GBP) ก็รีบาวด์ขึ้นบ้าง จากที่อ่อนค่าลงหนักในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดก็ลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการเร่งลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ลงบ้าง หนุนให้ทั้งสองสกุลเงินสามารถทยอยรีบาวด์ขึ้นได้ ขณะเดียวกัน ผู้เล่นในตลาดบางส่วนก็ทยอยขายเงินดอลลาร์ออกมาบ้าง หลังเงินบาทอ่อนค่าใกล้โซนแนวต้าน 34.80 บาทต่อดอลลาร์ อย่างไรก็ดี เงินบาทก็เผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่า หลังราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่องในช่วงคืนที่ผ่านมา ตามความกังวลแนวโน้มเฟดชะลอการลดดอกเบี้ย ซึ่งหนุนให้บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นทดสอบโซน 4.80%

สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด ผ่านรายงานดัชนีราคาผู้ผลิต PPI เดือนธันวาคม ของสหรัฐฯ ซึ่งอาจช่วยสะท้อนถึงแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อ PCE ที่เฟดจับตาใกล้ชิด พร้อมกันนั้นผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด ซึ่งล่าสุด ผู้เล่นในตลาดให้โอกาสเฟดลดดอกเบี้ย 2 ครั้ง ในปีนี้ เพียง 18%

ส่วนในฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม รายงานดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจของเยอมนี (ZEW Economic Sentiment) เดือนมกราคม พร้อมทั้งรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ ECB และเจ้าหน้าที่ BOE เพื่อประเมินแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายของทั้งสองธนาคารกลางหลัก ดังกล่าว โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดมองว่า ECB มีโอกาส 81% ที่จะลดดอกเบี้ย 4 ครั้ง หรือ 100bps ในปีนี้ ส่วน BOE ผู้เล่นในตลาดให้โอกาสราว 65% ที่ BOE จะสามารถลดดอกเบี้ยได้ 2 ครั้ง หรือ 100bps ในปีนี้

สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เราประเมินว่า เงินบาทอาจแกว่งตัวในกรอบ Sideways ไปก่อนได้ หลังผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้นรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ในช่วงคืนวันพุธนี้ ตามเวลาประเทศไทย โดยเงินบาทอาจยังติดโซนแนวต้านแถว 34.80-34.90 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่โซนแนวรับก็ยังอยู่แถว 34.60 บาทต่อดอลลาร์ ได้

อย่างไรก็ดี เรามองว่า แม้ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ทว่า รายงานดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ของสหรัฐฯ ที่จะรายงานในช่วงราว 20.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ก็อาจสร้างความผันผวนให้กับตลาดได้เช่นกัน โดยเฉพาะในกรณีที่ รายงานดัชนีราคาผู้ผลิต PPI เร่งตัวสูงขึ้นและออกมาสูงกว่าคาด ก็อาจทำให้ผู้เล่นในตลาดกังวลว่า อัตราเงินเฟ้อ PCE ที่เฟดจับตาใกล้ชิดนั้น เสี่ยงจะปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน (และตลาดอาจยิ่งกังวลมากขึ้น หากอัตราเงินเฟ้อ CPI ในวันพุธนี้ ปรับตัวสูงขึ้นกว่าคาด) ซึ่งจะทำให้ผู้เล่นในตลาดกลับมาเชื่อว่า เฟดอาจยิ่งชะลอการลดดอกเบี้ย จนเป็นไปได้ว่าในปีนี้ เฟดอาจลดดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้ง หรือไม่ลดดอกเบี้ยเลย โดยภาพดังกล่าวอาจหนุนให้เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น กดดันทั้งราคาทองคำและเงินบาทได้ นอกจากนี้ จากสถิติในช่วง 1 ปี ที่ผ่านมา พบว่า เงินบาทมีโอกาสผันผวน +/-0.15% ในช่วง 30 นาที หลังตลาดทยอยรับรู้รายงานดัชนีราคาผู้ผลิต PPI

อนึ่ง ในช่วงระหว่างวันนี้ เราประเมินว่า ทิศทางฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติก็อาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเงินบาทได้เช่นกัน โดยหากนักลงทุนต่างชาติกลับมามีความเชื่อมั่นต่อตลาดทุนไทยมากขึ้น หลังจากงาน Dinner Talk “Chat with Tony: Bull Rally of Thai Capital Market” ก็อาจช่วยหนุนเงินบาทได้บ้าง ลดทอนแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าต่อเงินบาท ที่อาจมาจากโฟลว์ธุรกรรมสินค้าโภคภัณฑ์ ทั้งโฟลว์ซื้อทองคำในจังหวะย่อตัวลง หรือ โฟลว์ซื้อน้ำมัน หลังราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในระยะนี้

มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.60-34.85 บาท/ดอลลาร์ (ควรระวังความผันผวนในช่วงทยอยรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ)

You can share this post!