InnovestX เงินเฟ้อสหรัฐฯ ต่ำคาด เป็นปัจจัยหนุน มองดัชนีขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,360-1,365 จุด ชี้ 1,380 จุด เป็นจุดวัดใจหากผ่านได้ จะสร้างสัญญาณการเปลี่ยนแนวโน้ม
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้(16ม.ค.) แม้ CPI สหรัฐฯ ออกมาตามคาด อย่างไรก็ตาม Core CPI ออกมาต่ำกว่า ช่วยให้ดอลลาร์ และ Bond Yield สหรัฐฯ ชะลอตัว มองเป็นปัจจัยหนุน SET ได้ โดยมีแนวต้านที่คาดรอทดสอบอยู่ที่ 1,360-1,365 จุด ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,340-1,345 จุด ทั้งนี้ภาพรวมให้ติดตาม 1,380 จุด หากขึ้นทะลุผ่านได้ จะสร้างสัญญาณการเปลี่ยนแนวโน้ม
ประเด็นสำคัญ
• EIA เผยสต็อกน้ำมันดิบลดลง 2 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 412.7 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 10 ม.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ เม.ย. 2565 และต่ำกว่าที่ตลาดคาดจะลดลงเพียง 992,000 บาร์เรล
• สหรัฐฯ เผยดัชนี Core CPI ธ.ค. 2567 ปรับตัวขึ้น 3.2%YoY ต่ำกว่าตลาดคาด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเงินเฟ้อของสหรัฐฯ เริ่มชะลอตัวลง และอาจเป็นปัจจัยสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด
• กลุ่มบจ. การเงินสหรัฐฯ เช่น Goldman Sachs, JP Morgan, BlackRock, Well Fargo และ Citi Group เผยผลประกอบการ 4Q67 สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้
• รองประธาน ECB ส่งสัญญาณว่า ECB จะเดินหน้าปรับลดดอกเบี้ยต่อไปท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา หลังข้อมูลล่าสุดชี้ว่าเศรษฐกิจกำลังสูญเสียแรงขับเคลื่อน
• ก.ล.ต. เผยกำลังพิจารณาเรื่องบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้มีการเปิดเผยข้อมูลการจำนำหุ้น เพื่อผู้ลงทุนจะได้มีข้อมูลในการตัดสินใจลงทุนและอาจมีมาตรการเสริมเพิ่มเติม โดยคาดจะมีความชัดเจนออกมาภายใน 1Q68 จากเดิมที่คาดจะชัดเจนเดือน ธ.ค. 2567
• Bloomberg รายงาน ก.ล.ต. กำลังพิจารณาอนุญาตให้เข้าจดทะเบียน Bitcoin ETF ในตลาดหุ้นไทยเป็นครั้งแรก ให้นักลงทุนรายย่อยและสถาบันเข้าลงทุนได้
• ก.ล.ต. เผยว่าไม่มีแนวคิดยกเลิก Short Sell เนื่องจากยังมีความจำเป็นต่อตลาดหุ้นไทย แต่อาจต้องพิจารณาเสริมมาตรการกำกับดูแลตามความเหมาะสม และจะประเมินประสิทธิผลและทบทวนการใช้เกณฑ์ Uptick ซึ่งอาจกระทบต่อมูลค่าการซื้อขายของตลาด
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสฟื้นตัวโดยมีแนวต้านที่บริเวณ 1,400 จุด แม้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแย่กว่าภูมิภาคจากความกังวลเสถียรภาพการเมืองและ ESG ของบจ. รวมทั้งความเชื่อมั่นผู้บริโภคและการส่งออกรถยนต์ที่คาดอ่อนแอลง แต่ยังมีความคาดหวังต่อการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลดค่าครองชีพในประเทศเพิ่มเติม รวมถึงการเริ่มต้นของมาตรการ Easy E-Receipt ตั้งแต่ 16 ม.ค.-28 ก.พ. 2568 จะช่วยกระตุ้นงบ 1Q68 ด้านปัจจัยต่างประเทศ ตลาดคาด GDP 4Q67 ของจีนจะเพิ่มขึ้น 5%YoY และเงินเฟ้อ ธ.ค. 2567 ของสหรัฐฯ เร่งตัวขึ้น 2.9%YoY ทั้งนี้มองแนวโน้มการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนและการลดดอกเบี้ยของเฟดจะยังไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิม อาจจะไม่กดดันลงทุนในตลาดหุ้นไทยมากนัก ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”
Daily top picks
DELTA: 4Q67 คาดจะเป็นบริษัทเดียวที่รายงานกำไรปกติเติบโต YoY ในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่เราดูแลอยู่ เนื่องจากได้ประโยชน์จากวัฏจักรการเติบโตของ AI และอัตรากำไรขั้นต้นยังคงแข็งแกร่งหลังมีรายได้จากผลิตภัณฑ์มาร์จิ้นสูงที่พัฒนาโดย DELTA Thailand ซึ่งไม่ต้องจ่ายค่า Royalty Fee ให้กับ DELTA Taiwan ในสัดส่วนสูง ทั้งนี้แนะนำราคาเข้าซื้อเก็งกำไรวันนี้ไม่เกิน 145 บาท
CPALL: 4Q67 คาดจะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปีนี้ โดยเติบโตทั้ง YoY และ QoQ จากเข้าสู่ High Season และยอดขายสาขาเดิมยังเติบโตแข็งแกร่ง อีกทั้งมาร์จิ้นยังกว้างขึ้นต่อเนื่องจากกมียอดขายสินค้ามาร์จิ้นสูงเพิ่มขึ้น ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมของรัฐบาลและการปรับลดดอกเบี้ยจะเพิ่ม Upside ให้กับประมาณการ