news-details
Business

InnovestX คาด SET กลับมาเป็นสัญญาณลบ

InnovestX มองหุ้นไทยเข้าสู่แนวโน้มขาลงอีกครั้ง หลังหลุดแนวรับ  1,345 จุด แรงซื้อต่างชาติถดถอย หลังบาทชะลอแข็งค่า ติดตามตัวเลข PMI สหรัฐฯ

บล.อินโนเวสท์ คาดการณ์แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้(24 ม.ค.) SET กลับมาปรับลง และหลุดแนวรับบริเวณ 1,345 จุด สร้างสัญญาณลบทางเทคนิค ทำให้มีแนวโน้มปรับลงได้ต่อ โดยมีแนวรับถัดไปที่ 1,337 และ 1,330 จุด ตามลำดับ นอกจากนี้ เงินบาทที่ชะลอการแข็งค่า ทำให้แรงซื้อต่างชาติน้อยลงไปจนถึงการขายปรับพอร์ต ด้านแนวต้านอยู่ที่ 1,350-1,360 จุด ประเด็นสำคัญ คืนนี้ ติดตามตัวเลข PMI สหรัฐฯ

ประเด็นสำคัญ

• กระทรวงพาณิชย์เผยมูลค่าส่งออก ธ.ค. 2567 เพิ่มขึ้น 8.7%YoY บวกต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 และทั้งปี 2567 เพิ่มขึ้น 5.4% สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 1-2% ส่วนมูลค่านำเข้าเพิ่มขึ้น 14.9%YoY แนะจับตานโยบายการค้าของทรัมป์ คาดส่งออกปี 2568 โตได้ 2-3%   

• รมช.คลัง เผยกระทรวงการคลังเตรียมเสนอ ครม. พิจารณาโครงสร้างภาษีแบตเตอรี่ใหม่ภายใน ก.พ. นี้ โดยปรับจากการจัดเก็บอัตราเดียวเป็นการจัดเก็บแบบขั้นบันได หวังหนุนเศรษฐกิจสีเขียว ชูแบตเตอรี่ที่สะอาด-ชาร์จได้-ประสิทธิภาพสูง ราคาถูกลง 

• ปธน. ทรัมป์กล่าวใน WEF ว่าต้องการทั่วโลกลดดอกเบี้ยนโยบายทันที, เรียกร้อง OPEC เพิ่มกำลังการผลิตเพื่อลดราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ และซาอุฯ ลงทุนในสหรัฐฯ อย่างน้อย 6 แสนล้านดอลลาร์ในระยะ 4 ปี

• กกพ. และ 3 การไฟฟ้าเปิดให้บริการอัตราค่าบริการไฟฟ้าสีเขียวแบบไม่เจาะจงแหล่งที่มา (UGT1) ที่ 4.21 บาท/หน่วย เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการ โดยมี UGT1 เตรียมรองรับราว 2 พันล้านหน่วย/ปี

• วิทยุการบินฯ เผยจะมีเที่ยวบินช่วงตรุษจีน (26 ม.ค. – 1 ก.พ. 2568) 19,305 เที่ยวบิน หรือเพิ่มขึ้น 14%YoY โดยมีเที่ยวบินระหว่างไทย-จีน 2,718 เที่ยวบินหรือเพิ่มขึ้น 48%YoY และประเทศอื่นๆ ที่มีจำนวนเที่ยวบินสูง เช่น สิงคโปร์, มาเลเซีย, ฮ่องกง และไต้หวัน 

• OpenAI และ SoftBank เตรียมลงทุนรวม 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์ใน Stargate เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูล AI โดยคาดถือหุ้นบริษัทละ 40%

• CSRC ของจีนสั่งเพิ่มการถือครองหุ้นเพื่อพยุงตลาดหุ้น กองทุนรวมจะต้องเพิ่มการถือครองหุ้นอีกอย่างน้อย 10% ในอีก 3 ปี และบริษัทประกันขนาดใหญ่ต้องลงทุนในสัดส่วน 30% ของเบี้ยประกันทั้งหมด

กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET มีแนวโน้มฟื้นตัวในกรอบแคบ โดยมีแนวต้านสำคัญที่บริเวณ 1400 จุด ทั้งนี้แม้มองปัจจัยภายนอกจากภาพเศรษฐกิจและแนวโน้มดอกเบี้ยมีท่าทีดีขึ้น รวมถึงผลประกอบการ 4Q67 ของ บจ. ในสหรัฐฯ มีแนวโน้มออกมาแข็งแกร่ง และท่าทีของว่าที่ปธน. สหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ต่อการปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าอย่างค่อยเป็นค่อยไปยังทำให้ตลาดคลายกังวลได้ในระดับนึง แต่อย่างไรก็ดี ปัจจัยภายในประเทศ (นอกเหนือจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ) ยังมีแนวโน้มเปราะบางจากการขาดความเชื่อมั่นด้านการลงทุน ทำให้ตลาดหุ้นไทยอาจฟื้นตัวได้ช้ากว่าตลาดหุ้นในต่างประเทศ อีกทั้งกระแสเงินของนักลงทุนต่างชาติยังไม่มีสัญญาณกลับมาซื้อหุ้นไทยอย่างมีนัยฯ ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”

Daily top picks

CBG: 4Q67 คาดมีกำไรปกติ 819 ลบ. เติบโต 26.2%YoY และ 0.6%QoQ สูงสุดในรอบ 14 ไตรมาส แรงหนุนจากส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศที่ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 26% หนุนให้ปี 67 คาดกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 50.3%YoY และคาดจะเติบโตต่ออีก 13.3%YoY ในปี 68 แรงหนุนจากส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่มชูกำลังที่เพิ่มขึ้นและประสิทธิภาพที่สูงขึ้น  

BDMS: เป็นหนึ่งในหุ้นเด่นกลุ่มการแพทย์ โดยปี 2568 คาดกำไรจะเติบโตต่อเนื่องที่ 8.3%YoY อีกทั้ง valuation ต่ำ โดยปัจจุบันซื้อขายที่ PER 2568F ระดับ 22.1 เท่า ซึ่งต่ำกว่าระดับ -2SD ของ PER เฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี และถือเป็นระดับที่ลึกที่สุดเมื่อเทียบกับหุ้นอื่นในกลุ่ม อีกทั้งยังต่ำกว่าหุ้นกลุ่มเดียวกันในตลาดภูมิภาค (ไม่รวมประเทศไทย) ราว 21%

 

You can share this post!