news-details
Business

SET กรอบบนยังถูกจำกัด

InnovestX มองหุ้นไทยยังขาดปัจจัยใหม่ คาด SET ยังมีกรอบบนจำกัด บริเวณแนวต้าน 1,360-1,365 จุด แนะ 2 หุ้นเด่น AWC-CPF

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ (27 ม.ค.) คาดตลาดที่ขาดปัจจัยหนุนใหม่ และการประชุมเฟดในสัปดาห์นี้ ที่คาดจะคงดอกเบี้ย ทำให้คาด SET มีกรอบบนจำกัดบริเวณแนวต้าน 1,360 และ 1,365 จุด ตามลำดับ และยังต้องระวังด้าน Downside โดยมีแนวรับอยู่ที่ 1,350 และจุดติดตามบริเวณ 1,345 จุด หากต่ำกว่าเป็นสัญญาณลบ

 

ประเด็นสำคัญ

• S&P Global เผยดัชนี PMI รวมภาคการผลิตและบริการเบื้องต้นของสหรัฐฯ ม.ค. ปรับลงสู่ 52.4 ต่ำสุดในรอบ 9 เดือน ขณะที่ม. มิชิแกนเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ม.ค. ปรับลงสู่ 71.1 ต่ำกว่าตลาดคาด

 

• BOJ มีมติปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 0.50% สูงสุดในรอบ 17 ปี โดยมีเป้าหมายที่จะปรับนโยบายการเงินสู่ระดับที่เป็นกลาง พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์ Core CPI ปี 2567-2569 โดยระบุว่าราคาข้าวที่สูงขึ้นและเงินเยนที่อ่อนค่าลงได้ส่งผลให้ราคานำเข้าปรับตัวสูงขึ้น

 

• ม.หอการค้าไทยคาดเม็ดเงินจากการจับจ่ายใช้สอยในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ที่ราว 51,780 ลบ. (+4.5%YoY) ซึ่งเป็นมูลค่าที่ขึ้นไปแตะ 5 หมื่นลบ. เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีนับตั้งแต่ช่วงโควิด-19 อานิสงส์รัฐกระตุ้นใช้จ่าย Easy e-Receipt คาดเติมเงินในระบบได้ 3-5 หมื่นลบ.

 

• ผู้ช่วย รมว. ท่องเที่ยวฯ เผยโครงการกระตุ้นท่องเที่ยวในช่วงโลว์ซีซั่นจะใช้ชื่อว่าโครงการไทยเที่ยวด้วยกัน ซึ่งจะเริ่มเปิดใช้สิทธิได้ในช่วง มิ.ย. 2568 จำนวน 1 ล้านสิทธิ โดยครั้งนี้ถือเป็นเฟส 6 และอาจเปลี่ยนแค่ชื่อแอปฯ ส่วนเงื่อนไขและจำนวนสิทธิอาจไม่ต่างจากเดิม

 

• ปธน. ทรัมป์ส่งสัญญาณอาจกลับเข้า WHO หากมีการปรับปรุง ผอ. WHO เผยจะลดค่าใช้จ่ายและทบทวนความสำคัญของโครงการต่างๆ

 

• รมว. พาณิชย์เผยหลังเข้าร่วมประชุม WTO ว่าที่ประชุมกังวลต่อมาตรการการค้าสหรัฐฯ ที่ตึงเครียดขึ้น และหารือเกี่ยวกับเศรษฐกิจดิจิทัล มองไทยจะได้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่มีความพร้อม

 

• คมนาคมเผยในวันแรกของมาตรการส่งเสริมการใช้บริการขนส่งทางรางเพื่อลด PM2.5 (25 ม.ค.) ามีผู้ใช้บริการรวม 1,634,446 คน/เที่ยว เพิ่มขึ้น 45.3% เทียบกับค่าเฉลี่ยวันเสาร์ใน 3 สัปดาห์ของ ม.ค. 2568

 

กลยุทธ์การลงทุน ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัว Sideways โดยมีแนวต้านสำคัญที่บริเวณ 1400 จุด แม้ตลาดยังไม่มีปัจจัยอะไรใหม่ แต่ในช่วงที่ผ่านมา (YTD) ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรงและ Underperform ตลาดหุ้นทั่วโลก ซึ่งมองว่าสะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว ปัจจัยภายนอกคงมองเศรษฐกิจและแนวโน้มดอกเบี้ยจะมีท่าทีดีขึ้น รวมถึงผลประกอบการ 4Q67 ของ บจ. ในสหรัฐฯ มีแนวโน้มแข็งแกร่ง และมองดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่วนการประชุมนโยบายการเงินของ ECB คาดจะปรับลดดอกเบี้ยและ Fed คาดจะคงดอกเบี้ย ส่วนปัจจัยภายในประเทศคาดการเข้าสู่บรรยากาศจับจ่ายใช้สอยในเทศกาลตรุษจีนและการแจกเงินหมื่นเฟสสองจะเข้ามาช่วยกระตุ้นบรรยากาศลงทุนได้บ้าง ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”

 

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์

มอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยมีแนวต้านสำคัญที่บริเวณ 1400 จุด กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลักที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว และ 1 ธีมเทรดดิ้งระยะสั้น ดังนี้

 

1. หุ้นที่คาดได้อานิสงส์บวกจากการเข้าสู่บรรยากาศจับจ่ายใช้สอยในช่วงเทศกาลตรุษจีน อีกทั้งมาตรการกระตุ้นการบริโภคของรัฐจะเริ่มมีผลบังคับใช้ เช่น นำค่าซื้อสินค้ามาลดหย่อนภาษี (Easy E-Receipt) ในช่วง 16 ม.ค.-28 ก.พ. 68 และแจกเงินหมื่นเฟส 2 ให้ผู้สูงอายุในวันที่ 27 ม.ค. นี้ แนะนำ กลุ่มพาณิชย์ (CRC HMPRO CPALL TNP) กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (CBG OSP) กลุ่มท่องเที่ยว (MINT AOT)

 

2. นักลงทุนที่ต้องการหุ้นปันผลสูงซึ่งคาดมีเงินปันผลจ่ายที่เหลือจากกำไรปี 2567 คิดเป็น Div. Yield เกิน 3% เพื่อสร้างกระแสเงินสดให้แก่พอร์ตลงทุน แนะนำ AP KTB BBL PTT

 

3. หุ้น Earnings Play ซึ่งมองราคาหุ้นยังไม่ได้ปรับขึ้นสะท้อนโมเมนตัมกำไร 4Q67 ที่คาดจะเติบโตดี YoY และ QoQ อีกทั้งยังมีศักยภาพการจ่ายปันผลได้สม่ำเสมอ เลือก ADVANC TRUE AMATA AWC AU ERW

 

4. Trading Idea : นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงอาจเก็งกำไรในหุ้น Mid-Small Cap. ที่ราคาหุ้นปรับลง YTD มากกว่าตลาด แต่ 4Q67 และปี 2568 คาดกำไรยังเติบโตดีและมีฐานะการเงินแกร่ง เลือก AMATA AU BCH BLA TIDLOR

 

Daily top picks

AWC: เป็นหนึ่งในหุ้นเด่นกลุ่มท่องเที่ยว โดย 4Q67 คาดมีกำไรปกติ 540 ลบ. เพิ่มขึ้น 12%YoY และ 87%QoQ แรงหนุนจาก RevPar ที่เติบโตดีจากเป็นช่วงไฮซีซัน ขณะที่ 1Q68 มองธุรกิจโรงแรมจะแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยปี 2568 คาดกำไรปกติจะเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่องที่ 23%YoY จากปี 2567 ที่คาดเติบโต 57%YoY

 

CPF: 4Q67 คาดมีกำไรปกติ 4 พันลบ. ฟื้นตัวจากขาดทุนปกติที่ 8 พันลบ.ใน 4Q66 แรงหนุนจากมาร์จิ้นที่ดีขึ้น ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่สูงขึ้นและดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง ขณะที่ 1Q68 คาดกำไรปกติจะเพิ่มขึ้น YoY และ QoQ ด้วยราคาสัตว์บกในประเทศไทยและประเทศหลักๆ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น YTD ท่ามกลางต้นทุนอาหารสัตว์ที่ลดลง

 

You can share this post!