news-details
Business

InnovestX คาด SET ฟื้นต่อ แต่ต้องฝ่าหลายแนวต้าน

InnovestX คาดหุ้นไทยฟื้นตัว หลังปธน.ทรัมป์ ระงับขึ้นภาษีแคนนาดา-เม็กซิโก 1 เดือน แนวต้าน 1,312 -1,320 จุด แต่ภาพรวมใหญ่ยังเป็นขาลง

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้(4ก.พ.) คาด SET ได้รับปัจจัยหนุนให้ฟื้นตัวได้ต่อ หลังปธน. ทรัมป์ระงับการขึ้นภาษีต่อแคนนาดาและเม็กซิโกไว้ 1 เดือน อย่างไรก็ตาม แนวโน้มราคาในภาพรวมยังเป็นขาลง และยังไม่มีสัญญาณเปลี่ยนแนวโน้ม ทำให้การฟื้นตัวยังมีหลายแนวต้านคอยสกัด โดยล่าสุดอยู่ที่ 1,312 และ 1,320 จุด ตามลำดับ ด้านแนวรับอยู่ที่ 1,280-1,290 จุด


ประเด็นสำคัญ

• ปธน.ทรัมป์ ชะลอเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากเม็กซิโกและแคนาดา 1 เดือน หลัง 2 ประเทศเสนอเพิ่มกำลังควบคุมแนวชายแดนเพื่อดูแลปัญหาการอพยพและยาเสพติด ทำให้นักลงทุนคลายกังวลด้านอุปทานน้ำมัน

• OPEC+ มีมติคงนโยบายการผลิตตามคาด ส่งผลให้ OPEC+ ยังคงลดกำลังผลิตรวม 5.86 ล้านบาร์เรล/วัน แบ่งเป็นของ OPEC+ 2 ล้านบาร์เรล/วัน และการปรับลดโดยสมัครใจของสมาชิก OPEC+ 8 ชาติ 1.65 ล้านบาร์เรล/วันในรอบแรก และ 2.2 ล้านบาร์เรล/วัน ในรอบที่ 2

• รมช. คลังกล่าวถึงการปรับลดของดัชนีตลาดหุ้นไทยวานนี้ว่าในระยะสั้นไม่น่ากังวล เนื่องจากพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีซึ่งมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และอยากให้มองระยะยาวมากกว่า แม้ระยะข้างหน้าจะยังมีความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์

• ธปท. เผยดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ ม.ค. ที่ 48.5 ทรงตัวจากเดือนก่อน จากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนที่ลดลง แต่กดดันจากภาคที่ไม่ใช่การผลิตจากการชะลอตัวการบริโภคเนื่องจากรอ Easy e-Receipt

• สสว.เผยภาระหนี้สินของ SME 4Q67 มีสัดส่วนทรงตัวที่ 65.0% ชี้ปัญหากำลังซื้อต่ำ-พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน และการแข่งขันสูงกระทบผู้ประกอบการ จี้รัฐควรเร่งออกมาตรการหนุนการเข้าถึงสินเชื่อ

• รมช. คลัง เผยเตรียมหารือกับ ธปท. เกี่ยวกับมาตรการเพื่อรองรับการแก้ปัญหาปฏิเสธสินเชื่อรถยนต์ โดยเฉพาะรถกระบะ หลังยอดปฏิเสธสินเชื่อสูงถึง 70% เป็นสาเหตุทำให้ยอดผลิตรถยนต์ในประเทศชะลอตัว 

• ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์เผยเศรษฐกิจไทยยังมีอนาคต ภาคท่องเที่ยวจะเป็นภาคส่วนที่นำเงินเข้าไทยได้เร็วที่สุด แนะนำจัดสรรงบฯ ส่งเสริมภาคเกษตรและใช้ AI รวมถึงหนุนพลังงานนิวเคลียร์


กลยุทธ์การลงทุน

ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยมีแนวต้านสำคัญที่บริเวณ 1350 จุด โดยแม้ภาพการลงทุนในตลาดต่างประเทศจะได้รับผลบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนและผลประกอบการนอกกลุ่มการเงินของ บจ. สหรัฐที่แข็งแกร่ง รวมไปถึงแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าจากการปรับลดดอกเบี้ยที่ค่อยเป็นค่อยไป แต่ในประเทศยังไร้ปัจจัยใหม่มาช่วยหนุนบรรยากาศลงทุนในตลาดหุ้นไทย ทั้งนี้สถานการณ์การส่งออกไทยน่าจะมีความเสี่ยงมากขึ้นจากนโยบายการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐและเงินเฟ้อที่ต่ำ ทำให้เศรษฐกิจไทยยังไม่โดดเด่นมากนัก ส่งผลให้ผลตอบแทนของตลาดหุ้นไทยยัง Underperform ตลาดหุ้นทั่วโลก ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

Daily top picks

AOT: มองกำไรมีแนวโน้มเติบโตสดใสตามจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยปี FY2568 คาดกำไรจะเติบโต 18%YoY อิงจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศที่ 84 ล้านคน เติบโต 15%YoY ซึ่ง 1QFY68 คาดกำไรปกติที่ 5.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 18%YoY และ 25%QoQ แรงหนุนจากเข้าสู่ High Season ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย 

KBANK: มีปัจจัยกระตุ้นราคาหุ้นหลังวางแผนปรับอัตราการจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้นในระดับปานกลางเพื่อเพิ่ม ROE โดยเราคาดเงินปันผลสำหรับงวด 2H67 ที่ 9 บาท/หุ้น คิดเป็น Div. Yield สูงราว 5.7% ปี 2568 คาดกำไรจะเพิ่มขึ้น 5%YoY แรงหนุนจาก Credit Cost ที่ลดลง และรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตดี ทั้งนี้วันนี้แนะนำเข้าซื้อเก็งกำไรราคาไม่เกิน 160 บาท

 

 

You can share this post!