InnovestX ชี้ยังมองไม่เห็สัญญาณกลับตัวของ SET สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ยังเป็นปัจจัยกดดันหลัก มองแนวรับ 1,275/1,270 ขณะที่ยังขาดปัจจัยหนุน ทำให้การฟื้นตัวจำกัด มีแนวต้าน 1,300/1,310
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ (6 ก.พ.) ความกังวลสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ยังเป็นปัจจัยกดดันหลัก ในขณะที่ตลาดยังขาดปัจจัยหนุน ทำให้ SET ที่แม้ลงมาต่อเนื่อง แต่ยังไม่มีสัญญาณกลับตัว และการฟื้นตัวถูกจำกัด โดยมีแนวต้านที่ 1,300-1,310 จุด ขณะที่ยังมี Downside ได้ต่อ ด้านแนวรับอยู่ที่ 1,275 และ 1,270 จุด ตามลำดับ
ประเด็นสำคัญ
• ตลท. เปิดเฮียริ่งปรับปรุงการคำนวณดัชนี SET50/50FF/100/100FF วันที่ 4-17 ก.พ.2568 โดยจำกัดสัดส่วนมูลค่าตลาดรายหุ้นไม่เกิน 10% ทั้งนี้มี DELTA เท่านั้นที่เกิน 10% (วานนี้ปรับลง 6.9%) ซึ่งเราคาดจะมีเม็ดเงินทยอยออกจาก DELTA อีกราว 1.1 พันลบ. และหุ้นขนาดใหญ่รองลงมาจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น เช่น PTT ADVANC AOT GULF และ PTTEP คาดวิธีคำนวณจะมีความชัดเจนและเริ่มบังคับใช้ในช่วง 2H68
• BOI เผยได้อนุมัติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนโครงการสร้างแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ "Jurassic World: The Experience" ของบริษัทในเครือ AWC มูลค่ากว่า 1.2 พันลบ. บนพื้นที่ 4 พันตร.ม. ตั้งอยู่ในโครงการเอเชียทีค เพื่อพัฒนาเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของไทย
• กกร. เผยเศรษฐกิจไทยปี 2568 ยังขยายตัวจำกัดจากการกีดกันการค้า-เงินบาทแข็งยังสร้างผลกระทบ พร้อมคง GDP ที่ 2.4-2.9% ชี้รัฐบาลสั่งตัดไฟเมียนมาถือว่ามาถูกทาง แสดงจุดยืนได้ชัดเจน
• รมช. คลังเผยความคืบหน้าเงินหมื่นดิจิทัลเฟสสาม ล่าสุดอยู่ระหว่างการทดสอบระบบหลังหารือการเชื่อมโยง Open Loop กับสถาบันการเงิน คาดจะชัดเจนใน ก.พ. นี้และจะสามารถเริ่มแจกได้ภายใน 2Q68
• EIA เผยสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ในสัปดาห์ก่อนเพิ่มขึ้น 8.7 ล้านบาร์เรล สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ เช่นเดียวกับสต็อกเบนซินที่เพิ่มขึ้นผิดจากที่ตลาดคาดว่าจะลดลง ส่วนสต็อกดีเซลลดลง 5.5 ล้านบาร์เรล สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ ปรับลงเป็นสัปดาห์ที่สามติดต่อกัน
• โยมิอุริ-นิกเคอิ เผยบอร์ดฯ นิสสัสลงมติล้มดีลควบรวมกับฮอนด้า หลังไม่สามารถยอดรับเงื่อนไขการประเมินมูลค่าและเงื่อนไขให้นิสสินเป็นบริษัทในเครือของฮอนด้า
กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET จะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยมีแนวต้านสำคัญที่บริเวณ 1,350 จุด โดยแม้ภาพการลงทุนในตลาดต่างประเทศจะได้รับผลบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนและผลประกอบการนอกกลุ่มการเงินของ บจ. สหรัฐที่แข็งแกร่ง รวมไปถึงแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าจากการปรับลดดอกเบี้ยที่ค่อยเป็นค่อยไป แต่ในประเทศยังไร้ปัจจัยใหม่มาช่วยหนุนบรรยากาศลงทุนในตลาดหุ้นไทย ทั้งนี้สถานการณ์การส่งออกไทยน่าจะมีความเสี่ยงมากขึ้นจากนโยบายการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐและเงินเฟ้อที่ต่ำ ทำให้เศรษฐกิจไทยยังไม่โดดเด่นมากนัก ส่งผลให้ผลตอบแทนของตลาดหุ้นไทยยัง Underperform ตลาดหุ้นทั่วโลก ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”
Daily top picks
LHHOTEL: เป็น Top Pick ในกลุ่ม REITs และ IFFs โดย 4Q67 คาดกำไรทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 467 ลบ. เพิ่มขึ้น 46%YoY และ 0.3%QoQ หนุนจากรับรู้รายได้จากสินทรัพย์ใหม่ที่เข้าลงทุนเพิ่มใน 4Q66 และปัจจัยฤดูกาล ส่วน 1Q68 คาดกำไรจะเติบโตต่อเนื่อง YoY หลังมองผลกระทนต่อนักท่องเที่ยวจีนจำกัด เงินปันผล 4Q67 คาดอยู่ที่ 0.34 บาท/หน่วย
ADVANC: มองเป็นหุ้น Defensive กำไรเติบโตได้ต่อเนื่อง 4Q67 คาดมีกำไรปกติ 8.7 พันลบ. เติบโต 23%YoY และ 3%QoQ หนุนจากรายได้การให้บริการหลักที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องและการควบคุมต้นทุนที่ดี ส่งผลให้ปี 2567 คาดกำไรปกติ 3.43 หมื่นลบ. เติบโต 20%YoY (สูงกว่าประมาณการของเรา 8.5%) และมองประมาณการกำไรปี 2568 ของเราอาจมี Upside