news-details
Business

เงินบาท"แข็งค่าเล็กน้อย"เปิดเช้านี้ 34.00 บาท/ดอลลาร์

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 34.00 บาท/ดอลลาร์ "แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย" กรุงไทยคาดในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า จะอยู่ที่ระดับ 33.80-34.15 บาท/ดอลลาร์ รอติดตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.00 บาท/ดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” จากระดับปิดวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ณ ระดับ 34.06 บาท/ดอลลาร์

โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวผันผวนสูง โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันหยุดของสถาบันการเงินในไทย (แกว่งตัวในกรอบ 33.90-34.25 บาทต่อดอลลาร์) โดยมีจังหวะอ่อนค่าลงหนัก อย่างรวดเร็ว จนทะลุโซนแนวต้าน 34.20 บาทต่อดอลลาร์ ตามการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ที่มาพร้อมกับการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ หลังอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ในเดือนมกราคม ออกมาสูงกว่าคาดที่ระดับ 3.0% (+0.5%m/m) ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ที่ไม่รวมผลของราคาพลังงานและอาหารก็ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.3% (+0.4%m/m) สูงกว่าคาดเช่นกัน ทำให้บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างกังวลว่า เฟดอาจยิ่งชะลอการลดดอกเบี้ยในปีนี้ โดยผู้เล่นในตลาดได้ปรับลดโอกาสเฟดลดดอกเบี้ยในปีนี้ 2 ครั้ง หรือ 50bps เหลือราว 15% จากที่ให้โอกาสราว 40% ในช่วงก่อนรับรู้รายงานข้อมูลอัตราเงินเฟ้อ อย่างไรก็ดี แม้ว่าการปรับตัวขึ้นของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ จะกดดันราคาทองคำและเงินบาท ทว่า เงินบาทกลับสามารถทยอยแข็งค่าขึ้นได้ หลังราคาทองคำพลิกกลับมารีบาวด์สูงขึ้น หนุนโดยความต้องการถือทองคำ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบายกีดกันทางการค้าของรัฐบาล Trump 2.0 อีกทั้งเงินดอลลาร์ก็พลิกกลับมาอ่อนค่าลงบ้าง ตามแรงขายทำกำไรสถานะ Long USD ของผู้เล่นในตลาดบางส่วน ทำให้โดยรวมเงินบาทสามารถทยอยกลับมาแข็งค่าขึ้นสู่โซน 34.00 บาทต่อดอลลาร์ อีกครั้ง

สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ในเดือนมกราคม เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อ PCE ที่เฟดติดตามอย่างใกล้ชิด หลังล่าสุดผู้เล่นในตลาดได้รับรู้รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตารายงานยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) เพื่อประเมินสภาวะตลาดแรงงานสหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน

ส่วนในฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจอังกฤษ ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2024 ที่ผ่านมา รวมถึงรายงานยอดผลผลิตอุตสาหกรรม (Industrial Production) ในเดือนธันวาคม

นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน รวมถึงรอติดตามท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศในตลาดการเงินได้อย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เรายังคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทมีความเสี่ยงกลับมาเป็นแนวโน้มทยอยอ่อนค่าลงต่อได้ไม่ยาก ตามกลยุทธ์ Trend Following หากเงินบาทสามารถอ่อนค่าลงทะลุโซนแนวต้าน 34.00-34.10 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ดี แม้ว่าในช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาทจะอ่อนค่าลงทดสอบโซนแนวต้าน 34.20 บาทต่อดอลลาร์ แต่ก็ยังไม่สามารถอ่อนค่าลงต่อเนื่องได้ หลังราคาทองคำพลิกกลับมารีบาวด์สูงขึ้น ทำให้ เงินบาทอาจยังไม่ได้กลับไปอ่อนค่าได้ ตราบใดที่ราคาทองคำยังคงสามารถปรับตัวสูงขึ้นได้ ทำให้ทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาทองคำจะส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเงินบาทได้อย่างมีนัยสำคัญในช่วงนี้ และเป็นปัจจัยที่ควรจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเรามองว่า หากรัฐบาลสหรัฐฯ เดินหน้านโยบายกีดกันทางการค้าตามที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้า ก็อาจเป็นปัจจัยที่กดดันบรรดาสกุลเงินเอเชียให้อ่อนค่าลงได้พอสมควร ทว่า เงินบาทก็อาจไม่ได้อ่อนค่าลงหนัก หากสุดท้ายราคาทองคำสามารถปรับตัวสูงขึ้นได้ ทำให้ต้องจับตาแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical) อย่าง การเจรจาระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และผู้นำรัสเซีย รวมถึงการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด ที่จะสามารถเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ ได้ ในกรณีที่ ผู้เล่นในตลาดเลิกกังวลประเด็นความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ หรือ กลับมาเชื่อมากขึ้นว่า เฟดจะชะลอการลดดอกเบี้ยและอาจลดดอกเบี้ยได้น้อยกว่า 2 ครั้ง ชัดเจน ซึ่งคาดว่าจะต้องเห็นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาแข็งแกร่ง โดยเฉพาะข้อมูลฝั่งตลาดแรงงานและข้อมูลที่เกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตเศรษฐกิจสหรัฐฯ

ท่ามกลางความผันผวนในตลาดการเงินที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในช่วงปีหน้าที่จะเผชิญกับ Trump’s Uncertainty ทำให้เรายังคงแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการปิดความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งการใช้เครื่องมือเช่น Options หรือ สกุลเงินท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้

มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.80-34.15 บาท/ดอลลาร์

You can share this post!