news-details
Business

InnovestX คาด SET การฟื้นตัวยังถูกจำกัด

InnovestX มองหุ้นไทยการฟื้นตัวยังถูกจำกัด นโยบายทรัมป์ ยังกดดันตลาด มองแนวต้าน 1,290/1,300 จุด  

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้(13ก.พ.) ชี้นโยบายด้านภาษีศุลกากรของทรัมป์ยังกดดันตลาด ขณะที่เฟดยังไม่เร่งลดดอกเบี้ยเพิ่มตามถ้อยแถลงของประธานเฟดต่อรัฐสภาสหรัฐฯ นอกจากนี้เงินเฟ้อสหรัฐฯ ในเดือนม.ค. ออกมาสูงกว่าคาด ทำให้คาด SET การฟื้นตัวยังถูกจำกัดโดยมีแนวต้านอยู่ที่ 1,290 และ 1,300 จุด ตามลำดับ ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,260-1,270 จุด

ประเด็นสำคัญ

• CPI สหรัฐฯ ม.ค. ปรับขึ้น 3.0%YoY และ Core CPI ม.ค. 3.3%YoY สูงกว่าตลาดคาด ตอกย้ำสัญญาณของเฟดที่ไม่จำเป็นต้องรีบลดอัตราดอกเบี้ยเนื่องจากเงินเฟ้อยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมาย 

• ประธานเฟดเผยว่ามุ่งมั่นที่จะทำให้เงินเฟ้อปรับตัวลง และเฟดไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งรีบปรับลดอัตราดอกเบี้ย เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่เงินเฟ้อกำลังชะลอตัวลงแต่ยังอยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟด ซึ่งทำให้เฟดไม่ต้องรีบผ่อนคลายนโยบายการเงิน

• นายกสมาคมโรงแรมไทยเผยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการที่พักแรม ม.ค. พบว่าปี 2568 ธุรกิจโรงแรมส่วนใหญ่กังวลปัจจัยเศรษฐกิจโลกชะลอตัว รองลงมาคือ ต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งค่าแรง ราคาพลังงาน และวัตถุดิบ ยังมีปัจจัยการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง

• กองทุนประกันสังคมปรับยุทธศาสตร์พอร์ตลงทุนครั้งใหญ่ เพิ่มลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงหลังผลตอบแทนพุ่ง สัดส่วนต่างประเทศเป็น 40% ในไทย 60% ตั้งเป้าผลตอบแทนปีนี้แตะ 5% สนใจลงทุนตลาดสหรัฐฯ -ยุโรป - ญี่ปุ่น ด้านหุ้นไทยเน้นปรับกลยุทธ์ซื้อมาขายไป 

• รมว.คลัง เผยคลังกำลังพิจารณานโยบายปรับปรุงกองทุนรวมหุ้นระยะยาว หรือ LTF ว่าจัดตั้งใหม่หรือโอนนำ LTF ทั้งหมดที่ปัจจุบันมูลค่าประมาณ 1.8 แสนลบ. มาตั้งเป็นอีกกองทุนที่อยู่ใน Thai ESG

• MSCI ประกาศผลทบทวนดัชนีรายไตรมาส มีผล ณ ราคาปิดวันที่ 28 ก.พ. 2568 โดย MSCI Global Standard ไม่มีหุ้นเข้าแต่ออก 2 หุ้น (PTTGC TOP) ส่วน MSCI Global Small Cap มีเข้า 4 และออก 11 หุ้น

• ปธน. ทรัมป์ได้หารือทางโทรศัพท์กับปธน. ปูตินและปธน. เซเลนสกี เกี่ยวกับการยุติสงคราม ทำให้ตลาดคลายกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมัน

กลยุทธ์การลงทุน


ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสฟื้นตัวแต่ Upside จำกัด โดยมีแนวต้านสำคัญที่บริเวณ 1320 จุด โดยแม้ปัจจัยต่างประเทศจะมีแรงหนุนจากการคลายความกังวลเรื่องสงครามการค้าระยะสั้นและผลประกอบการนอกกลุ่มการเงินของ บจ. สหรัฐฯ ที่คาดยังออกมาแข็งแกร่ง แต่ในประเทศยังขาดปัจจัยบวกใหม่กระตุ้นบรรยากาศลงทุน โดยคาดดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะมีแนวโน้มชะลอตัวลง แม้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐจะเริ่มมีผลบังคับใช้ ส่งผลให้ผลตอบแทนของตลาดหุ้นไทยยัง Underperform ตลาดหุ้นทั่วโลก ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”


Daily top picks

ADVANC: มองเป็นหุ้น Defensive ซึ่งกำไรเติบโตได้ต่อเนื่อง 1Q68 คาดกำไรยังเติบโตแข็งแกร่งทั้ง YoY และ QoQ หนุนให้ปี 2568 คาดมีกำไร 38.5 พันลบ. เติบโต 10.5%YoY อีกทั้งมองมีโอกาสเพิ่มกำไรจากการประมูลใบอนุญาตที่กำลังจะมาถึง นอกจากนี้มีเงินปันผลจ่ายจากกำไร 2H67 ที่ 5.74 บาท/หุ้น (XD 20 ก.พ.) คิดเป็น Div. Yield 2%   

AAV: มองช่วงสั้นมีปัจจัยกระตุ้นราคาหุ้นจากการปรับตัวลงของราคาน้ำมัน แม้ 4Q67 คาดจะมีผลขาดทุนสุทธิ 445 ลบ. จากการรับรู้ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจำนวน 1.6 พันลบ. แต่หากไม่รวมรายการพิเศษดังกล่าวคาด  4Q67 จะมีกำไรปกติ 1.2 พันลบ. เพิ่มขึ้น 20%YoY และเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 57 ลบ. ใน 3Q67

 

You can share this post!