“ผลไม้ไทยไม่ได้ดีแค่รสชาติ… แต่ยังมีคุณค่าทั้งทางเศรษฐกิจและความภาคภูมิใจของชาติ เราอยากพามันไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้” วิชัย ศิระมานะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็นทีเอฟ อินเตอร์กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ “NTFG”
วันนี้ FULL MAX ได้มีโอกาสพูดคุยกับชายผู้เป็นหัวเรือใหญ่ของ “NTFG” บริษัทผู้ส่งออกผลไม้ไทยคุณภาพพรีเมี่ยมที่กำลังเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากบริษัทครอบครัวสู่การเป็น “บริษัทมหาชน” บนเวทีตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai)
ก้าวสำคัญของ NTFG กับการระดมทุนในตลาดหุ้นไทย
Q : การยื่นไฟลิ่งเพื่อเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้มีความหมายกับ NTFG อย่างไร?
วิชัย : “มันไม่ใช่แค่เรื่องของการระดมทุนครับ แต่มันคือการยกระดับองค์กรทั้งระบบ เราอยากสร้างความน่าเชื่อถือในสายตานักลงทุน พันธมิตร คู่ค้า และตลาดต่างประเทศ การเข้า mai จะทำให้เรามีระบบบริหารจัดการที่โปร่งใส เข้มแข็ง และเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว เรากำลังจะใช้ทุนนี้ไปต่อยอดศักยภาพของเรา ไม่ใช่แค่เพิ่มวอลุ่ม แต่เพิ่มคุณภาพด้วย”
เจาะลึกธุรกิจ : ส่งออกผลไม้ไม่ใช่แค่ “ขายของ”
Q : จุดแข็งของ NTFG ที่ทำให้โตเร็วเฉลี่ยปีละเกือบ 80% คืออะไร?
วิชัย : “เรามองว่าธุรกิจผลไม้ส่งออกไม่ใช่แค่ ‘ขายของ’ แต่มันคือการ ‘ตอบสนองความต้องการของตลาด’ อย่างแม่นยำ เราศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคจีนอย่างลึกซึ้ง เรารู้ว่าเขาชอบทุเรียนแบบไหน ชอบผลไม้อย่างไร และเราต้องจัดส่งให้เขา ‘เร็ว ตรง และคุณภาพต้องถึง’ ทุกกล่อง ทุกลัง”
“กลยุทธ์ของเราคือระบบ 2Q2T - Quality, Quantity, Time, Temperature เราคุมทุกกระบวนการตั้งแต่สวนจนถึงปลายทาง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกลูกที่ลูกค้าเปิดกล่องมาจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดเท่าที่ผลไม้ไทยจะให้ได้”
มองไกลกว่าจีน ขยายตลาด สร้างแบรนด์ไทยในเวทีโลก
Q : ทุเรียนยังเป็นสินค้าหลัก แล้วอนาคตจะมีการขยายตลาดใหม่ ๆ ไหม?
วิชัย : “แน่นอนครับ ปัจจุบัน 91% ของรายได้เรามาจากทุเรียนที่ส่งไปจีน แต่เรากำลังขยายไปยังตลาดอื่น เช่น สหรัฐอเมริกาในรูปแบบทุเรียนแช่แข็ง และในอนาคตก็จะมองหาตลาดใหม่ที่ชอบรสชาติผลไม้ไทย เช่น ตะวันออกกลาง ญี่ปุ่น หรือยุโรปตะวันออก”
“การมีเงินทุนหมุนเวียนที่เพียงพอจากการ IPO จะทำให้เรารับออเดอร์ได้มากขึ้น รองรับฤดูกาลที่ผลผลิตออกพร้อมกัน และพัฒนาเทคโนโลยีการคัดบรรจุใหม่ ๆ ที่ยกระดับมาตรฐานสินค้าส่งออกไทยทั้งระบบ”
จากธุรกิจครอบครัว สู่บริษัทมหาชนด้วยหัวใจเกษตรกร
Q : ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดตลอดเส้นทางคืออะไร?
วิชัย : “ผมเริ่มธุรกิจนี้ด้วยใจรักการเกษตร ตอนแรกเป็นบริษัทครอบครัวเล็ก ๆ ส่งทุเรียนไม่กี่ตัน แต่พอเรารู้ว่าตลาดจีนต้องการของดีจริง ๆ และพร้อมจ่ายเพื่อคุณภาพ เราก็เริ่มลงทุนในระบบผลิต การบรรจุ และห่วงโซ่อุปทานอย่างจริงจัง”
“ความท้าทายคือ ‘การรักษามาตรฐาน’ และ ‘เติบโตอย่างยั่งยืน’ ทุกครั้งที่ส่งออก เราไม่ได้ขายแค่ผลไม้…เราขายชื่อเสียงของประเทศไทย”
ผลประกอบการแรง! 3 ปีโตเฉลี่ย 79.3% – ทุเรียนคือหัวใจ
NTFG ส่งออกผลไม้สดและแช่แข็งไปยังประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะ “ทุเรียน” ที่เป็นพระเอกหลัก คิดเป็น 91% ของรายได้ปี 2567 ส่วนที่เหลือคือ ลำไย มะพร้าว ชมพู่ และทุเรียนแช่แข็ง
• ปี 2565: รายได้จากการขาย 347 ล้านบาท
• ปี 2566: รายได้จากการขาย 563 ล้านบาท
• ปี 2567: รายได้จากการขาย 1,115 ล้านบาท
“เรามี CAGR เฉลี่ย 79.3% ในช่วง 3 ปี นั่นไม่ใช่เพราะโชคช่วย แต่เป็นเพราะเราวางแผนธุรกิจบนความเข้าใจตลาดเป้าหมาย และมีกลยุทธ์การผลิตที่ตอบสนองลูกค้าได้จริง”
คำมั่นจาก CEO : “NTFG จะเป็นแบบอย่างของธุรกิจเกษตรไทยยุคใหม่”
วิชัย : “ผมเชื่อว่าเกษตรไทยมีศักยภาพสูงมาก ถ้าบริหารดี พัฒนาอย่างเป็นระบบ มันไปได้ไกลกว่าที่คิด และผมอยากให้ NTFG เป็นตัวอย่างให้คนรุ่นใหม่เห็นว่าธุรกิจเกษตรไม่ได้เชย ไม่ได้เล็ก และไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในหมู่บ้าน”
“วันนี้เราพร้อมแล้วที่จะก้าวสู่ตลาดทุน เพื่อยืนยันว่าผลไม้ไทยสามารถอยู่ในแถวหน้าของโลกได้… และ NTFG จะเป็นหนึ่งในพลังขับเคลื่อนนั้นครับ”
NTFG ไม่ใช่แค่บริษัทส่งออกผลไม้ธรรมดา แต่กำลังจะกลายเป็น “แบรนด์แห่งความเชื่อมั่น” ของผลไม้ไทยในเวทีโลก ด้วยการบริหารจากคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจตลาดและไม่หยุดพัฒนา IPO ครั้งนี้คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพของเกษตรไทย สู่การเติบโตระดับสากล