รวบยกแก๊งขโมย "บุหรี่ไฟฟ้า" โกดังของกลาง กรมศุลฯ
พาณิชย์

รวบยกแก๊งขโมย "บุหรี่ไฟฟ้า" โกดังของกลาง กรมศุลฯ

รอง ผบ.ตร. แถลงจับ 6 ผู้ต้องหา บุกขโมย "บุหรี่ไฟฟ้า" ในโกดังของกลาง กรมศุลกากร และถอยรถชน รปภ. เสียชีวิต พร้อมเร่งปราบปราม“บุหรี่ไฟฟ้า-บุหรี่เถือน” ทั่วประเทศต่อเนื่อง ลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจโดยรวม

พลตำรวจเอกประจวบ วงศ์สุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะ และตัวแทนจากกรมศุลกากร แถลงข่าวจับกุม 6 ผู้ต้องหา ร่วมกันบุกปล้นบุหรี่ไฟฟ้าจากตู้คอนเทนเนอร์ ภายในโกดังภายสเตเดียม การท่าเรือแห่งประเทศไทย ที่กรมศุลกากรไปเช่าพื้นที่ เพื่อเก็บของกลางที่ตรวจยึดมาจากการดำเนินคดี เมื่อเวลาประมาณ 1 นาฬิกา 20 นาที วันที่ 1 มิถุนายน 2568 ก่อนถอยรถชน รปภ. เสียชีวิต

ขณะที่เข้าระงับเหตุ ก่อนตำรวจจะติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ครบ พร้อมยึดของกลางบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 493 ชิ้น มูลค่า 65,820 บาท อุปกรณ์และรถตู้ที่ใช้ก่อเหตุ โดยแจ้งข้อหาดำเนินคดีฐาน “ร่วมกันปล้นทรัพย์ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ในเคหสถาน สถานที่ราชการหรือสถานที่ที่จัดไว้เพื่อให้บริการสาธารณะที่ตนได้เข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยทําอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคล หรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใด ๆ โดยร่วมกระทําความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทําผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม, ร่วมกันบุกรุกเคหสถาน อาคารเก็บรักษาทรัพย์ หรือสํานักงานในความครอบครองของผู้อื่น ในเวลากลางคืน โดยใช้กําลังประทุษร้าย โดยร่วมกระทําความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป ร่วมกันทําให้เสียทรัพย์ และซ่องโจร

พลตำรวจเอกประจวบ วงศ์สุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนขยายผลติดตามจับกุมตัวผู้ที่ชี้เป้าการก่อเหตุครั้งนี้มาดำเนินคดี หลัง นายแบงค์ หัวหน้าแก๊งให้การว่า ก่อเหตุมาแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งแรกได้บุหรี่ไฟฟ้ารวมมูลค่า 270,000 บาท นำไปขายทางออนไลน์ ส่วนครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งทุกครั้งจะมีคนในพื้นที่ เป็นคนคอยชี้เป้าให้

พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการปราบปราม “บุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่เถือน” อย่างจริงจังต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชน และช่วยลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจโดยรวม หลังมีรายงานข้อมูลการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ยาสูบ มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง พร้อมดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง กรณีพบการมีบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่เถือนไว้ในครอบครองไม่ว่าจะเป็นการเสพ การนำเข้า หรือมีไว้เพื่อขายซึ่งถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย

You can share this post!