“พราว เรียล เอสเตท”พร้อมโชว์ “เวหา หัวหิน”ก่อสร้างแล้วเสร็จ แนะรีบซื้อก่อนร่างผังเมืองใหม่เสร็จไร้เงาตึกสูง เผยราคาที่ดินติดชายหาดดีดสูงถึง 120 ล้านบาท/ไร่ มั่นใจปีนี้รายได้โตก้าวกระโดดแตะ 9.4 พันล้านบาท
อสังหาริมทรัพย์

“พราว เรียล เอสเตท”พร้อมโชว์ “เวหา หัวหิน”ก่อสร้างแล้วเสร็จ แนะรีบซื้อก่อนร่างผังเมืองใหม่เสร็จไร้เงาตึกสูง เผยราคาที่ดินติดชายหาดดีดสูงถึง 120 ล้านบาท/ไร่ มั่นใจปีนี้รายได้โตก้าวกระโดดแตะ 9.4 พันล้านบาท

พราว เรียล เอสเตทฯเผยตลาดอสังหาฯหัวหินยังมีความต้องการจากนักลงทุนชาวไทย-ต่างชาติต่อเนื่อง ผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าเฉลี่ย 4-6.5% ต่อปี ขณะที่ราคาที่ดินติดชายหาดดีดขึ้นสูงถึง 120 ล้านบาท/ไร่ และแลนด์ลอร์ดกอดไว้แน่นไม่ยอมปล่อยขาย ด้าน “เวหา หัวหิน” การก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมชมห้องจริง ล่าสุดยอดขายทะยานแล้ว 73% คาดปิดขายภายในปีนี้ ไตรมาส 4 จ่อผุด 3 โครงการใหม่ แนวราบ-คอนโดฯ พื้นที่กทม.-หัวหิน-ภูเก็ต ตามแผนเดิม มั่นใจรายได้รวมปีนี้โตก้าวกระโดดระดับ 9,400 ล้านบาท และตั้งเป้ากวาดยอดขาย 2,000 ล้านบาท

 

นางสาวพราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PROUD เปิดเผยว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2568 ยังไม่ฟื้นตัว แต่ที่มีความน่าสนใจคือกลุ่มดีมานด์ในระดับลักชัวรียังมีความต้องการที่อยู่อาศัย เพราะมีความพร้อมด้านการเงิน แต่ด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว จึงยังไม่มีความมั่นใจในการซื้อที่อยู่อาศัย หรือตัดสินใจซื้อที่ช้าลง ซึ่งก็อยากให้รัฐบาลมีมาตรการออกมากระตุ้นความมั่นใจ แต่ก็ไม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะมีงบประมาณหรือไม่

สำหรับภาพรวมตลาดอสังหาฯในพื้นที่หัวหินนั้น มองว่าในอดีตตลาดหัวหินจะตามตลาดอสังหาฯภูเก็ตไม่ทันในเรื่องของลูกค้าชาวต่างชาติ แต่ตั้งแต่ปี 2567 ที่ผ่านมา ตลาดอสังหาฯในพื้นที่หัวหินจากความต้องการของลูกค้าชาวต่างชาติ มีอัตราการเติบโตขึ้นเกือบ 30% แม้ว่าที่ผ่านมาตลาดนักท่องเที่ยวและนักลงทุนชาวจีนจะหายไป แต่หัวหินก็ยังมีอัตราการเติบโต จากกลุ่มลูกค้าเศรษฐีรัสเซีย และยุโรปชาติอื่นๆ ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวและนักลงทุนชาวไทยก็ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยแม้ว่าจำนวนการเปิดตัวโครงการใหม่จะลดลง แต่ก็ไม่ได้บ่งชี้ถึงการชะลอตัว แต่กลับแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่โครงการระดับพรีเมียมสำหรับผู้ซื้อระดับไฮเอนด์

นอกจากนี้ยังพบว่าหัวหินยังเป็นที่ต้องการในการพักผ่อนหลังเกษียณของชาวต่างชาติ ซึ่งพบว่ามีชาวต่างชาติจำนวน 4,000-10,000 คน ที่อาศัยอยู่ในหัวหิน ที่ส่วนใหญ่มาจากยุโรปตะวันตก-เหนือ และสหรัฐอเมริกา รวมไปถึงกลุ่มสแกนดิเนเวีย โดยแบ่งเป็นการเข้าพักระยะสั้น ประมาณ 4 เดือน ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์  และการเข้าพักระยะยาวเกินกว่า 5 ปี โดยมีระยะเวลาเฉลี่ย 12.5 ปี

สำหรับเหตุผลที่ชาวต่างชาติเลือกหัวหินในการพักอาศัยนั้น จากการสำรวจผู้เกษียณอายุกว่า 500 คน จาก 76 สัญชาติ โดย Bewell Medical Center และ Hua Hin Today พบว่าสัดส่วน 96.5% ให้คะแนนคุณภาพชีวิตในพื้นที่ชะอำ-หัวหินอยู่ในระดับที่น่าพอใจหรือเกินความคาดหวัง ดังนั้นมองว่าตลาดคอนโดฯในพื้นที่ชะอำและหัวหิน ยังมีศักยภาพในการปล่อยเช่า โดยมีอัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าเฉลี่ย 4-6.5% ต่อปี ขณะเดียวกันราคาที่ดินติดชายหาดก็มีการปรับตัวขึ้นเฉลี่ยปีละ 5% โดยเมื่อปี 2556 ราคาที่ดินอยู่ที่ประมาณ 80 ล้านบาท/ไร่ ปัจจุบันปรับขึ้นมาที่ 120 ล้านบาท/ไร่ แต่ก็ไม่ค่อยมีแลนด์ลอร์ดปล่อยขายที่ดิน และที่ดินติดชายหาดก็เริ่มหาได้ยากมากขึ้น

ส่วนความคืบหน้าโครงการ “เวหา หัวหิน” (VEHHA Hua Hin) ตั้งอยู่บนพื้นที่โครงการ 5 ไร่เศษ ซึ่งพัฒนาในรูปแบบของคอนโดฯ High Rise สูง 31 ชั้ นจำนวน 1 อาคาร ขนาดตั้งแต่ 28-349 ตารางเมตร ราคา 3.9-27.9 ล้านบาท หรือตารางเมตรละ 160,000 บาท  รวม 364 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 2,300 ล้านบาท ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อย โดยมียอดขายแล้วประมาณ 73% ซึ่งมีทั้งคนไทยและต่างชาติ ที่โควตาต่างชาติ ขณะนี้มีอยู่ประมาณ 40% ส่วนใหญ่เป็นชาวรัสเซียและกลุ่มสแกนดิเนเวีย สามารถปล่อยเช่าได้ในราคาเริ่มต้นที่ 28,000 บาท/เดือน คาดว่าจะสามารถปิดการขายทั้งโครงการได้ในปลายปี 2568 นี้

ล่าสุดได้จัดแคมเปญมอบข้อเสนอพิเศษให้กับลูกค้าที่ซื้อห้องชุดภายในเดือนมิถุนายน 2568 นี้ โดยผ่อนเริ่มต้นเพียง 11,500 บาทต่อเดือน ฟรีเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายวันโอนกรรมสิทธิ์ ห้องชุด 1 ห้องนอน เริ่มต้น 3.9 ล้านบาท* และ Family Suite เริ่มต้น 5.59 ล้านบาท* (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด*)

“หัวหินถือเป็น Luxury Lifestyle Destination ระดับนานาชาติ ทั้งด้านการท่องเที่ยว การอยู่อาศัยระยะยาว และโอกาสในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ จากแนวโน้มการฟื้นตัวของการเดินทางระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ประกอบกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของภาครัฐ ทั้งโครงการสนามบินหัวหิน, รถไฟทางคู่ และมอเตอร์เวย์ บางขุนเทียน-ปากท่อ  ทั้งนี้การก่อสร้างช่วงพระราม 2 ของมอเตอร์เวย์ สาย 82 ใกล้เสร็จเรียบร้อยในปี 2568 จะยิ่งส่งผลให้หัวหินยิ่งส่งเสริมศักยภาพของเมืองหัวหินให้พร้อมรองรับเดินทาง การอยู่อาศัย การลงทุน และการท่องเที่ยวพัฒนาเป็นศูนย์กลางความเจริญด้านไลฟ์สไตล์ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างกรุงเทพฯ และจังหวัดทางภาคใต้  ทำให้คอนโดฯในหัวหินเป็นทางเลือกที่น่าสนใจด้วย Rental Yield ที่มีเสถียรภาพในกลุ่มตลาดบน (5-7% ต่อปี)” นางสาวพราวพุธ กล่าว

ปัจจุบันคอนโดฯ เวหา หัวหิน มีกลุ่มลูกค้าต่างชาติครองสัดส่วนถึง 52% ด้วยความพิเศษของทำเลที่ตั้งของโครงการและบริการจากโรงแรม ส่วนใหญ่มาจากยุโรปใช้เป็น Long Stay Residence โดยเปลี่ยนจากการเช่ามาสู่การซื้อสินทรัพย์เพิ่มขึ้น สะท้อนความเชื่อมั่นที่มีต่อโครงการผ่านการทยอยโอนกรรมสิทธิ์ตั้งแต่ปลายพฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งหากผู้ที่สนใจซื้อที่อยู่อาศัยในพื้นที่หัวหิน อยากให้รีบตัดสินใจ เพราะหากในอนาคตร่างผังเมืองใหม่หัวหินแล้วเสร็จ และมีผลบังคับใช้ ก็จะไม่สามารถสร้างอาคารสูงที่สามารถมองเห็นวิวเมืองและทะเลที่สวยงามได้อีกต่อไป

 

นายภูมิพัฒน์ สินาเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PROUD กล่าวถึงแผนการดำเนินงานในปี 2568 ว่า จะมีการเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มอีก 3 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 9,600 ล้านบาท เป็นโครงการบ้านเดี่ยว จำนวน 1 โครงการ ย่านถนนหอการค้าไทย และคอนโดมิเนียม จำนวน 2 โครงการ ในพื้นที่หัวหินและภูเก็ต โดยจะทยอยเปิดตัวในไตรมาส 4/2568 ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีที่ดินรองรับการพัฒนาครบทั้งหมดแล้ว  นอกจากนี้ ในช่วงปี 2568-2569 บริษัทได้วางงบลงทุนสำหรับซื้อที่ดินไว้ที่จำนวน 3,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันได้นำไปซื้อที่ดินแล้ว 2 แปลง คือที่หัวหินและภูเก็ต โดยบริษัทยังคงมองหาที่ดินทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัดหัวเมืองท่องเที่ยว

สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานในปี 2568 บริษัทคาดว่ารายได้จะเติบโตแบบก้าวกระโดดที่ระดับ 9,400 ล้านบาท จากปี 2567 ที่มีรายได้รวม 2,272.09 ล้านบาท เป็นการเติบโตจากการโอนกรรมสิทธิ์ของ 2 โครงการหลักที่มีดีมานด์แข็งแกร่ง ได้แก่ โครงการ “นิว ดิสทริค อาร์ 9” (NUE District R9) ซึ่งสามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้เร็วกว่ากำหนด มียอดโอนสูงกว่าที่คาดการณ์ตั้งแต่ไตรมาส 1/2568 และทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องในไตรมาส 2/2568 ด้วย และโครงการ “เวหา หัวหิน” (VEHHA Hua Hin) ที่เริ่มโอนกรรมสิทธิ์ได้ในช่วงปลายไตรมาส 2/2568

ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาส 1/2568 บริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) ในมือมูลค่ารวม 9,600 ล้านบาท จะทยอยรับรู้ในช่วงที่เหลือของปีนี้ประมาณ 6,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ในปีถัดไป ขณะเดียวกันบริษัทยังมีสินค้าพร้อมขาย (สต๊อก) มูลค่ารวมประมาณ 2,200 ล้านบาท สำหรับรองรับการขายและการรับรู้รายได้ในปีนี้ ด้านยอดขายในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าไว้ที่ 2,000 ล้านบาท

 

 

You can share this post!