วันนี้มีคนส่งเรื่องให้ช่วยตีแผ่เพราะมันคือเรื่องสุขภาพเราล้วนๆ
เรื่องมันมีอยู่ว่า…มีน้องคนหนึ่งป่วยไปหาหมอมา ต้องอดข่าว อดน้ำ เพื่อตรวจสุขภาพ พอเสร็จธุระแล้วก็รีบกลับบ้าน โดยมีอุปสรรค คือ ความหิวข้าว หิวแบบมือสั่น ขาสั่น น้ำตาจะไหล
ก็เลยแวะร้านป้าในซอย เพราะเปิดอยู่เจ้าเดียว แต่พอสั่งกุ้งกระเทียมไปแล้ว ก็เหลือบไปเห็น “นกพิราบ” ฝูงหนึ่งอยู่ใน “ซิงค์ล้างจาน” ร้านป้า
น้องก็เลยบอกว่า “ป้าคะ… นก…”
ป้าหันมายิ้มใส่ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหมือนแกเลี้ยงไว้เป็นประจำ เพราะมีคาบเศษข้าวที่ลูกค้าทานเหลือเทไว้ตรงจุดใกล้เคียงกัน โดยมีฝูงพิราบอีกกลุ่มกำลังบุฟเฟ่กันอย่างเอร็ดอร่อย…
คืองี้ครับป้า…พูดตรงๆ นะครับ นั่นน่ะมันเชื้อโรคเดินได้…ไม่ใช่สัตว์ที่ควรจะเลี้ยง
ถ้าเราจะ “เมตตาสัตว์” ก็ช่วยเมตตาคนกินข้าวด้วยเถอะครับ โดยเฉพาะร้านอาหาร เศษข้าว เศษแกง เทให้นกพิราบน่ะ มันไม่ได้น่ารัก มันน่า “หวาดระแวง”
รู้ไว้ใช่ว่า กฎหมายน่ารู้ ตอน : ให้อาหารนกพิราบ มีความผิด
รู้มั้ยว่า…การให้อาหารนกพิราบโดยเฉพาะในที่สาธารณะ เช่น สวนหรือวัด อาจดูเหมือนทำบุญ แต่จริง ๆ แล้วกำลังสร้างปัญหา เพราะจำนวนมันจะเพิ่มจนควบคุมไม่อยู่ และขี้ของมันคือแหล่งสะสมเชื้อโรคชั้นดี ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัดนก โรคทางเดินหายใจ หรือโรคสมองอักเสบ
ใครฝ่าฝืนให้อาหารในพื้นที่ห้าม มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,500 บาท และยังผิดตาม พ.ร.บ.ความสะอาดฯ ปรับอีก ไม่เกิน 2,000 บาท
???? อ้างอิง:
-พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 25 และ 27
-พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ มาตรา 31, 54
-พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นวินัย พ.ศ. 2565 มาตรา 39
เคยมีคดีมามากมายแล้วนะครับ หาดูได้ตามข่าวเก่าๆ
พี่จักรอยากขอฝากไว้ว่า…ถ้าคุณขายอาหาร อย่าเทเศษข้าวให้ “นกพิราบ” อย่าเลี้ยงมันเลย - เพราะคุณไม่ได้เลี้ยงนก คุณเลี้ยง “โรค”